กล้วยไม้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดงานแสดงกล้วยไม้ไทย ภายใต้แนวคิด “Blooming Siam The Global Charm of Thai Orchids งามอย่างไทย สู่ความเลอค่าระดับโลก” ระหว่างวันที่ 17–19 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1 อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคกล้วยไม้ไทย พร้อมยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงในเวทีโลก นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานดังกล่าว ภายใต้โครงการสนับสนุนการกระจายผลผลิตและประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ไทยสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ปี 2568 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า งานแสดงกล้วยไม้ไทยครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30–20.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้าง Soft Power ให้กับกล้วยไม้ไทย ซึ่งถือเป็น
กล้วยไม้ เป็นไม้ประดับมีเสน่ห์อ่อนหวาน ทั้งหลากสีสันสวยสดงดงาม หรือมีกลิ่นหอมที่เย้ายวนรัญจวนใจ จึงนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่ง “ว่านเพชรหึง ” เป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่หลายคนอยากมีไว้ครอบครอง เพราะเป็นกล้วยไม้ลำต้นใหญ่ที่สุดในโลก และมีช่อดอกขนาดใหญ่ ยาวถึง 2 เมตร ถือเป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ว่านเพชรหึง เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และหมู่เกาะตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ในประเทศไทยพบตามป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่านเพชรหึงมีลำต้นเป็นแท่งกลมขนาดใหญ่ ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 2 เมตร ดอกกว้าง 6-8 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกพื้นสีเหลืองหม่น มีประสีน้ำตาล แกมม่วงกระจายทั่วกลีบ กลีบปาก สีเหลืองอมน้ำตาล ในแต่ละช่อดอก มีดอกได้มากถึง 50 ดอก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คนโบราณเชื่อว่า ว่านเพชรหึงมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน และรักษาอาการไอเจ็บคอ จึงมีการใช้คำว่า ว่าน นำหน้าชื่อกล้วยไม้ชนิดนี้ ผู้สนใจสามารถสัมผัสความสวยงามของกล้วยไม้ว่านเพชรหึง ที่ชูช่อ ออกดอก ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ท่ามกลางสีสันแห่งป่าธรรมชาติที่
ปัจจุบันงานทางการเกษตรกำลังเป็นอีกหนึ่งสายงานที่คนหนุ่มสาวในยุคนี้เลือกทำ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่ทำสืบต่อกันมา เพื่อให้กิจการงานเหล่านั้นคงอยู่ ซึ่งบางรายถึงกับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเพื่อเล่าเรียนทางสายเกษตรโดยตรง เป็นการหาวิชาและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดให้กับธุรกิจของตนเอง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มผลผลิตให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น คุณพรภินันท์ ดุสฎีกาญจน อยู่บ้านเลขที่ 77/7 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรสาวคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่ยึดอาชีพทางการเกษตรคือ ทำสวนกล้วยไม้ โดยรับช่วงต่อจากครอบครัว พร้อมทั้งศึกษาเทรนด์ทางการตลาดใหม่ๆ ด้วยการออกจำหน่ายผลผลิตของตามงานต่างๆ จึงทำให้เกิดความชำนาญและรู้ถึงความต้องการของตลาด และเกิดความชำนาญที่จะผลิตไม้ออกมาแต่ละช่วงให้สอดคล้องกับความต้องการ ครอบครัวทำสวนกล้วยไม้ มากว่า 40 ปี คุณพรภินันท์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่จำความได้เมื่อสมัยยังเด็กการปลูกกล้วยไม้ ถือเป็นอาชีพหลักของครอบครัวมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า เมื่อเจริญวัยก็เกิดความรู้สึกว่าอาชีพที่ทำกันมานี้ สา
รองเท้านารี สกุล Paphiopedilum เป็นกล้วยไม้กึ่งดิน ในประเทศไทยพบกว่า 20 สายพันธุ์ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ รวมถึงภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยสภาพภูมิอากาศและพื้นที่ที่แตกต่างกัน ทำให้รองเท้านารีที่พบในประเทศไทยมีความงดงามแตกต่างกัน หลายชนิดพบเฉพาะในประเทศไทย เช่น รองเท้านารีเหลืองตรัง รองเท้านารีช่องอ่างทอง รองเท้านารีขาวพังงา ภาคใต้ เป็นภาคที่มีรองเท้านารีชนิดต่างๆ ในธรรมชาติมากกว่าภาคอื่น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงจังหวัดสตูล พบรองเท้านารีในแหล่งธรรมชาติทุกจังหวัด อาจจะเป็นเพราะภาคใต้มีความชุ่มชื้นสูงจากผืนดินที่ติดทะเล รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul) เป็นกล้วยไม้ที่พบในหลายจังหวัดที่ติดกับชายฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ต พังงา ตรัง แต่พบมากในจังหวัดกระบี่ จึงเป็นที่มาของชื่อรองเท้านารีเหลืองกระบี่ รองเท้านารีเหลืองกระบี่ เป็นรองเท้านารีที่มีใบเขียว ไม่มีลาย เจริญเติบโตเป็นกอใหญ่ ก้านดอกยาว 10-12 นิ้ว ส่งเลยใบทำให้ดูโดดเด่น กลีบบนมีสีเหลือง มีจุดประสีน้ำตาล กระเป๋าด้านหน้ามีสีเหลืองเป็นมัน ออกดอกระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พบมากตามเขาหินปูนทั้งบนเกาะและเขาหินปูนบริเวณ
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดนิทรรศการในงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 จัดเต็มกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ จุดไฮไลต์อุโมงค์กล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยไม้ และแจกกล้วยไม้ฟรี นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9 – 14 สิงหาคม 2567 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นำเสนอผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่โครงการพระราชดำริตามพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ให้ประชาชนรับทราบและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในวันที่ 10 สิงหาคม 2567 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุ
กล้วยไม้ช้าง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า ฯลฯ ประเทศในแถบอินโดจีน อินเดีย ศรีลังกา ภาคใต้ของหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยพบว่ากล้วยไม้สกุลช้าง มีกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศ กล้วยไม้สกุลช้างมีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลำต้นสั้น ใบแข็งหนา อวบน้ำ เรียงชิดกันอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง รากเป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกอาจห้อยลงหรือตั้งขึ้น ช่อดอกจะมีความยาวเกือบความยาวของใบ ดอกมีจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออก มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ คุณยศพนธ์ วรทรัพย์อนันต์ ทำสวนกล้วยไม้สกุลช้างอยู่ที่ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สกุลช้างเป็นอย่างมาก โดยในช่วงแรกทำเพื่อสะสมสายพันธุ์ ต่อมาเมื่อไม้มีจำนวนที่มากขึ้นจึงนำมาพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณยศพนธ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพอิสระเป็นช่างภาพและเขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ย
ในโมงยามของความเงียบในพื้นที่หุบเขา อันเป็นสถานที่ของแหล่งธรรมชาติที่ยังมีความสมบูรณ์ และยังมีหลายสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจเข้าพักพิง เพราะด้วยสถานการณ์ในเมืองใหญ่มีความวุ่นวายและการแข่งขันสูง จึงทำให้แหล่งที่พักธรรมชาติเป็นอีกสถานที่สำคัญในการทำให้จิตใจสงบ และได้พักใจพักกายได้อยู่กับตัวเองได้ระยะหนึ่ง เพื่อชาร์จแบตแห่งพลังชีวิตก่อนกลับสู่การแข่งขันให้กับชีวิตได้ดำรงอยู่ต่อไป คุณชนินทรี สองเมือง หรือ คุณกล้า ได้มองเห็นถึงการได้พักพิงในธรรมชาติ ซึ่งคุณกล้าเองเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวยงที่ได้พัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ที่ขึ้นชื่อ ด้วยสวนที่ทำกล้วยไม้นั้นอยู่ติดกับพื้นที่หุบเขาและธรรมชาติ จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำเป็นแหล่งที่พักธรรมชาติ เพื่อให้ผู้สนใจที่อยากจะเข้ามาสัมผัสธรรมชาติ ได้เข้ามาพักในสวนที่ไม่เพียงแต่ชมนกชมไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้เรียนรู้ในเรื่องของการปลูกกล้วยไม้ที่คุณกล้ารักอีกด้วย ทำที่พักในสวนข้างบ้าน เพื่อให้ครอบครัวไม่เหงา คุณกล้า เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจที่ได้สร้างที่พักเชิงเกษตรหรือโฮมสเตย์นั้น เกิดจากช่วงไม่กี่ปีมานี้เห็นคุณพ่อคุณแม่มีความเหงา ซึ่งจุดประกายความคิดก็คือ
คุณวรกมล ทับทอง อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 9 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สร้างงานสร้างอาชีพให้กับตัวเอง ในขณะที่อายุยังวัยหนุ่ม และจากเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีใจรักในอาชีพไม้ดอกไม้ประดับจนสามารถเลี้ยงชีพตัวเองจากการปลูกกล้วยไม้ขาย ซึ่งน้อยคนมากที่จะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่เช่นนี้ได้ ที่มาที่ไปสำหรับเรื่องนี้ เกิดแรงบันดาลใจจากสวนกล้วยไม้ข้างๆ บ้าน ก็เลยเกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาอยากจะลองทำดู ในช่วงนั้นก็พยายามศึกษาพร้อมทั้งอาศัยความจำให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะทำเป็นอาชีพหลัก มาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มสนใจจนสามารถทำได้ดี คุณวรกมล เล่าว่า เดิมทีมีความสนใจกล้วยไม้พันธุ์แวนด้าเป็นพิเศษ จากนั้นจึงมาเลี้ยงกล้วยไม้พันธุ์ช้างเพราะเห็นว่าจะไปได้ดี ส่วนในเรื่องของการตลาดก็กว้าง สำหรับสายพันธุ์ของกล้วยไม้พันธุ์ช้าง ได้มีการหาซื้อตามแหล่งต่างๆ บ้าง หรือไม่ก็ขยายเอง อาจจะส่งไปให้ทางแล็บ หลังจากนั้น ก็นำมาออกเป็นไม้จากขวด การส่งไปให้แล็บนี้ก็สามารถส่งได้ทั้งที่เป็นเมล็ดและต้นก็ได้ หลังจากที่ได้มีการนำไปขยายพันธุ์ในห้องแล็บแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องรอจนกว่าจะครบ 1 ปี จึงจะสามารถนำกล้วยไม้ที่ได้
จากหนังสือ “ตำราเล่นกล้วยไม้” ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2460 กล่าวไว้ว่า “เหตุใดจึงเรียกกล้วยไม้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพราะไม่มีลำต้น เป็นแต่เพียงไม้เกาะอยู่กับต้นไม้ฤาหินแลแตกออกเป็นหน่อๆ มีใบบ้างทิ้งใบเสียบ้าง แลโดยมากชนิดพิศดูก็คล้ายผลกล้วยเสียจริงๆ เหตุฉนี้กระมังจึงเรียกว่า กล้วยไม้” สมัยก่อน กล้วยไม้เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเลี้ยงกันในบ้านของเจ้านาย หรือขุนนางที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ปลูกเลี้ยงกันเพื่อเพิ่มบารมีไว้ประกวดประขันกันว่า มีกล้วยไม้ดี พลโทวิสูตร คงอุทัยกุล เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพ่อเข้าป่าเอากล้วยไม้แปลกมาปลูกเลี้ยงไว้ที่บ้านอยู่เรื่อยๆ เช่น ไอยเรศ เอื้องเงินหลวง เพราะในเวลานั้นป่าที่จังหวัดชุมพรยังอุดมสมบูรณ์ ต่อมาได้ย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ กับพี่ชายซึ่งก็ชอบปลูกกล้วยไม้ จึงเห็นดอกอยู่ตลอด ต่อมาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อย จปร.หลังจากเข้ารับราชการทหารก็ต้องเข้าป่าอยู่ตลอด เห็นกล้วยไม้ที่อยู่ในธรรมชาติมากมาย เช่น รองเท้านารีเหลืองกระบี่ที่ภูเก็ต ฟ้ามุ่ยที่เชียงใหม่ เมื่อมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ก็พบรีน่าโรเวลที่นั่น แต่ยังไม่มีโอกาสปลูก
ในบทความตอนนี้จะได้นำภาพกล้วยไม้ที่ติดต้นไม้และรองเท้านารีที่ปลูกบนหินเป็นวัสดุปลูกแบบจัดสวนที่มีดอกบานช่วงเดือนเมษายน-ต้นพฤษภาคม มานำเสนอ และมีความเห็นเพิ่มเติมจากนักจัดสวนมืออาชีพมาศึกษากัน และปรับแนวคิดของธุรกิจการติดกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่เพื่อปรับภูมิทัศน์ใหม่เล็กน้อย ได้มีศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยแม้โจ้ที่สนิทสนมกันอยู่สองท่านที่ได้อ่านบทความชุดนี้ได้สื่อสารกลับมาด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ท่านแรกมีธุรกิจอยู่ในวงการจัดสวนให้กับโรงแรมห้าดาว และศูนย์การค้ากลุ่มเซ็นทรัลหลายแห่ง ในสมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ คุณจุก พงศกร ชูพงศ์ (แม่โจ้ 65) ได้โทรศัพท์มาแสดงความคิดเห็นที่มีสาระและเป็นประโยชน์พอสรุปได้ 3 ประเด็น ดังนี้ ในการจัดสวนโปรเจ็กต์ใหญ่ตามแบบ ต้นไม้ใหญ่ที่มาลงจะเป็นไม้ล้อมขุด ถูกตัดแต่งทรงพุ่มออก เพื่อลดการคายน้ำและการขนย้าย จึงไม่มีความพร้อมที่จะติดกล้วยไม้ในระยะแรกนี้ อีกทั้งการทำงานติดกล้วยไม้ถ้าทำในระยะเริ่มจัดสวนนี้ จะไม่ค่อยสะดวกในการทำงาน ด้วยต้องมีการจัดแต่งปลูกไม้พื้น จะกีดกันและมีการเหยียบย่ำเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น งานติดกล้วยไม้เสริมเข้าไปกับต้นไม้ใหญ่ที่อาจารย์ดำรงแนะนำและ
