กล้วยไม้
ในตอนที่ 4 ของบทความชุดนี้ ได้เขียนเรื่องการจัดสวนกล้วยไม้รองเท้านารีใต้ต้นไม้ใหญ่โดยเป็นการเริ่มทดลองทำมาก่อนระยะหนึ่ง คำแนะนำที่ให้ไว้จึงเป็นการประมวลจากประสบการณ์การเลี้ยงกล้วยไม้รองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่ปลูกในกระถางพลาสติกเลี้ยงในโรงเรือนใต้ซาแรนร่วมกับกล้วยไม้อื่นๆ มาร่วม 30 ปี ผนวกกับการลองผิดลองถูกในการเริ่มนำกล้วยไม้รองเท้านารีที่ปลูกในกระถางอยู่ก่อนแล้วนี้ นำถอดออกจากกระถางเหลือแต่ราก ไม่มีวัสดุปลูก เอารองเท้านารีเหล่านี้มาปลูกในชั้นของหินบดที่เขาใช้ทำถนน (หินพวกนี้เป็นหินโดโลไมท์ หรือหินปูนชนิดหนึ่งที่มีธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบสูง) รายละเอียดที่แนะนำไว้ ต้องขอท่านผู้อ่านที่สนใจและยังไม่ได้อ่านโปรดตามหาอ่านในตอนที่ 4 ได้ ได้สรุปไว้ในตอนที่ 4 ว่า การจะปลูกรองเท้านารีด้วยหินล้วนๆ ไม่ใส่หรือใช้วัสดุปลูกอื่นๆ เลย มีหลักสำคัญที่ต้องปฏิบัติคือ แยกชั้นหินที่ปลูกรองเท้านารีออกจากพื้นดิน โดยให้มีอากาศกั้นกลาง ซึ่งในกรณีที่ผู้เขียนใช้คือนำกระถางดินเผาเก่าที่เคยใช้เมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไม่ใช้แล้วและวางกองอยู่เป็นขยะ มาวางเรียงคว่ำลงติดๆ กัน แล้วเทหินบดเป็นชั้นอยู่ข้างบน เหต
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ธุรกิจการค้ากล้วยไม้โลกมี 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อตัดดอกขาย ประเภทที่สอง เป็นการปลูกเลี้ยงเพื่อขายต้นติดดอก การปลูกเพื่อตัดดอกขายของผู้ปลูกเลี้ยงจากประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สกุลหวาย รองลงมาเป็นม็อคคารา ออนซิเดียม และแวนด้า ส่วนการส่งออกต้นกล้วยไม้ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส และซิมบิเดียม ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้เขตร้อน อันดับ 1 โดยมีสัดส่วนการส่งออก ประมาณร้อยละ 70 ของโลก ธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องพึ่งพาต้นกล้วยไม้ที่ได้มาจากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ เพื่อขยายพันธุ์กล้วยไม้ ต้นกล้วยไม้ที่มีลักษณะเด่น เช่น มีดอกสวย บานทน เริ่มแรกได้มาจากธรรมชาติ อดีตที่ผ่านมากล้วยไม้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกกอหรือปักชำ ทำให้ได้ต้นพันธุ์จำนวนไม่เพียงพอต่อระบบธุรกิจการค้ากล้วยไม้ แต่ในปัจจุบันนี้กล้วยไม้สามารถขยายพันธุ์โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทำให้ได้ต้นพันธุ์จำนวนมากและใช้เวลาไม่นาน ต้นพันธุ์ที่ได้ก็มีความสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง มีพันธุกรรมเหมือนต้นแม่พันธุ์
แวนด้า (Vanda) เป็นชื่อของกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มากที่สุดก็ว่าได้ เป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในประเภท โมโนโพเดี้ยล คือ กล้วยไม้ที่ไม่แตกกอ การเจริญเติบโตไปทางยอด รากเป็นรากอากาศ ใบมีลักษณะกลม แบนหรือร่อง ใบจะเรียงตัวซ้อนสลับกัน ช่อดอกจะออกด้านข้างของลำต้นสลับกับใบ ช่อดอกของแวนด้าจะยาวและแข็ง ส่วนกลีบดอกนอกและกลีบในมีรูปร่างคล้ายคลึงกัน สีดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้ที่พบเห็นมากที่สุดคือ สีน้ำเงินเข้ม สีครามอ่อน สีชมพู สีเหลือง ดอกสามารถออกได้ตลอดทั้งปี หากปลูกรวมกันมากๆ จะเห็นถึงความสวยงามของสีที่สลับกัน ดูสวยงามหลากหลายสีสันน่าชวนมอง ดอกมีอายุการปักแจกันได้ 5-7 วัน คุณดารารัตน์ มณีจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 9 ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกเลี้ยงแวนด้าเป็นอาชีพเสริม โดยเธอใช้เวลาว่างหลังจากงานประจำมาทำการดูแล นอกจากจะเป็นการใช้เวลาในช่วงวันหยุดแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี รับราชการงานประจำ ปลูกแวนด้า เป็นอาชีพเสริม คุณดารารัตน์ สาวผู้มากด้วยรอยยิ้มเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ แต่ถ้าเป็นไม้ดอกจะชอบกล้ว
กล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้สกุลหวายที่ส่วนใหญ่เกือบตลอดปีนับตั้งแต่เข้าฤดูฝนจนเกือบจะออกหนาว เราจะเห็นเขาเจริญเติบโตยืดและขยายลำลูกกล้วย (คือส่วนลำต้น) คือเห็นแต่ใบและลำลูกกล้วย จะต้อๆ ป้อมๆ หรือยืดยาวแบบลำแข็งตั้งตรง หรืออ่อนนิ่มห้อยโตงเตงแล้วแต่ชนิด แต่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จะเป็นช่วงที่กล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้เหล่านี้เริ่มแทงช่อดอก ออกดอกเบ่งบานแข่งขันกันอย่างละลานตา ในบทความตอนนี้จะนำภาพกล้วยไม้ไทยสกุลหวายที่ผู้เขียนติดต้นไม้ไว้ในช่วงหลายเดือนก่อนจนถึงปีเศษมาอวดโฉมกันเป็นหลัก โดยจะนำเสนอผ่านภาพพร้อมคำอธิบายประกอบ แต่ก่อนอื่นจะมีเรื่องที่เป็นประเด็นที่สำคัญเรื่องหนึ่งมาเกริ่นนำไปก่อน กล้วยไม้ที่ซื้อจากฟาร์มกล้วยไม้ทั่วไป เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ จำเป็นต้องกราดแดดก่อน ในตอนที่ 8 ก็ได้กล่าวเน้นไว้แล้วว่า การทำเป็นธุรกิจรับจ้างติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ การนำกล้วยไม้ที่ซื้อจากฟาร์มกล้วยไม้ทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้ค่อยๆ กราดแดดให้กล้วยไม้ชินกับแสงแดดตรงๆ มาก่อน เป็นเรื่องที่อาจจะก่อความเสียหาย ด้วยกล้วยไม้เหล่านั้นถูกเลี้ยงใต้ซาแรนที่พรางแสงสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือได้รับแสงเต็มที่เพียง 40 เปอร์เ
ในหลายกรณีการติดกล้วยไม้ที่ไม่ถูกหลักนี้ ก็เป็นการติดโดยผู้ที่เลี้ยงกล้วยไม้อยู่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิงวิชาการกับเรื่องกล้วยไม้ แต่ในความเคยชินจากการปฏิบัติในการเลี้ยงกล้วยไม้ในสวนใต้ซาแรนประการหนึ่ง และไม่ได้ศึกษาเข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ที่อยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในธรรมชาติหนึ่ง ทำให้เกิดสภาพที่พระท่านว่า “ความเคยชินบดบังปัญหา” จึงทำให้การติดกล้วยไม้ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่การเจริญเติบโตของกล้วยไม้หรือความกลมกลืนเป็นธรรมชาติในเชิงศิลปะ ภาพที่ 1 แสดงภาพปัญหาของการนำกล้วยไม้ที่ไม่เคยชินกับการรับแสงแดดตรงๆ ในเวลา 2 ชั่วโมงก่อน หรือหลังเที่ยงมาก่อนมาติดต้นไม้ใหญ่เลย กล้วยไม้ที่นำมาติดตามภาพนี้คือเอื้องโมก ที่ทราบกันดีว่าเป็นกล้วยไม้ใบกลม (คล้ายดินสอ) ทนแดดและสามารถปลูกกลางแดดได้ดี ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เอื้องโมกชุดนี้ใบเขียวอวบสวย น่าจะอยู่ในที่ค่อนข้างร่มมาก่อน เมื่อนำมาผูกติดกับต้นกฤษณาที่ลำต้นเอียงประมาณ 60 องศา เอนไปทางทิศเหนือ ช่วงปลายธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งตะวันอ้อมข้างไปทางใต้ ทำให้แสงแดดส่องมาแทบจะตั้งฉากกับต้นเอื้องโมก หลังจากติดกล้วยไม้ได้ ฉีดน้ำรดทุกว
เป็นที่น่ายินดีและขอบคุณที่หลังจากบทความชุดนี้ตอนแรกได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนได้รับการประสานงานมาจาก คุณวีระเดช บุญยืนเวทวัฒน์ หรือที่ในวงการกล้วยไม้รู้จักกันในนาม คุณฮั้ว แห่ง Yuannan Orchids อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ผู้ที่อยู่ในวงการกล้วยไม้มาร่วม 40 กว่าปี คุณวีระเดชเห็นด้วยกับการประชาสัมพันธ์และขยายความรู้ในเรื่องธุรกิจการผลิตต้นกล้วยไม้เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ตามบ้านและจัดสวน อีกทั้งได้ให้ข้อมูลเสริมเพิ่มเติมในเรื่องการเตรียมต้นกล้วยไม้ในแง่การให้ความสำคัญกับการให้ปุ๋ยที่สร้างความแกร่งของเซลล์ใบกล้วยไม้ให้ทนแดดดีขึ้น และได้แชร์ประสบการณ์ที่ช่วงหนึ่งของชีวิตเมื่อ 20 กว่าปีก่อนได้ไปรับจ้างหรือรับงานการติดกล้วยไม้ในสนามกอล์ฟ พร้อมทั้งการให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลรักษาแก่พนักงานของสนามกอล์ฟเพื่อการดูแลรักษาให้ต้นกล้วยไม้มีการเจริญเติบโตต่อไปนานๆ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดข้อมูลที่คุณวีระเดชส่งมาให้ผมทาง messenger ตรงๆ ก่อน เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่นหนึ่ง และเป็นการให้เกียรติคุณวีระเดชที่เต็มใจเปิดเผยเป็นข้อมูลสาธารณะ คุณวีระเดช เปิดมาอย่างนี้ครับ “สวัสดีครับอาจารย์ ผมมีแนวคิดในเรื่อง การใช้ปุ๋ยช่วยต
ธุรกิจกล้วยไม้รูปแบบใหม่ การผลิตต้นกล้วยไม้เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ตามบ้านและจัดสวน เทคนิคการติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ เลือกต้นไม้ใหญ่ที่จะติดและได้ตัดแต่งให้มีแสงรำไรลอดผ่านพุ่มใบ ในกรณีนี้จะใช้ต้นศรีตรังพันธุ์ใหญ่จากทางยุโรปที่ผู้เขียนซื้อเมล็ดมาจากเยอรมนีมาเพาะไว้เมื่อประมาณ 15 ปีก่อนเป็นบทปฏิบัติการของการติดกล้วยไม้ในครั้งนี้ ต้นศรีตรังสายพันธุ์จากทางยุโรปนี้ ที่ขึ้นในประเทศของเขาจะสูงใหญ่ มีพุ่มกิ่งก้านสาขาใหญ่โตใกล้เคียงกับต้นจามจุรีของบ้านเรา ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือต้นศรีตรังเป็นไม้ผลัดใบ คือจะมีใบเขียวเต็มต้นในช่วงฝน ใบเริ่มเหลือง และทยอยทิ้งใบเมื่อเข้าหนาว จะทิ้งใบมากขึ้นเมื่อออกหนาวเข้าแล้ง จุดที่จะชี้คือ ใต้ร่มต้นของเขาจะค่อนข้างทึบแสงน้อยในฤดูฝน เมื่อเข้าหนาวแสงจะส่องเข้ามาใต้ร่มมากขึ้น และแสงจะจัดขึ้นในหน้าแล้งที่ใบบนต้นน้อยลง วงจรแสงมาก แสงน้อยนี้ จะมีผลกระทบต่อการเจริญและการสร้างตาดอกของกล้วยไม้ นั่นคือ แสงมาก กล้วยไม้ก็จะต้องการน้ำและสารอาหารมากขึ้น และเอื้อการสร้างตาดอกหรือออกดอกดีขึ้น ขั้นตอนการติดกล้วยไม้ 1. ตัดรากกล้วยไม้ ขั้นตอนแรกของการติดกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่คือ ใช้กรรไกร
“เอื้องแซะ” เป็นกล้วยไม้ที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ทั่วไปบนเทือกเขาสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยอินทนนท์ และดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยกล้วยไม้เอื้องแซะจะให้ดอกที่มีกลิ่นหอมคล้ายดอกพิกุล ส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน ซึ่งแต่ละดอกจะบานทน ประมาณ 5-7 วัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดกลิ่นหอมของดอกเอื้องแซะมาก และได้มีพระราชเสาวนีย์ให้มีการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดนี้เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น พร้อมให้ดูแลรักษาพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะ ห้ามไม่ให้นำพันธุ์ออกจากป่า และให้เพิ่มจำนวนคืนสู่ป่าธรรมชาติมากขึ้นด้วย ส่งคืน เอื้องแซะ สู่ผืนป่า เนื่องจากปัจจุบันปริมาณกล้วยไม้เอื้องแซะในป่าธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงมาก เนื่องจากมีการเก็บต้นเอื้องแซะจากป่าออกมาขาย ประกอบกับสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งยังมีปัญหาภัยแล้ง การตัดไม้ทำลายป่า และไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี ส่งผลให้กล้วยไม้เอื้องแซะมีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ได้เพาะขยายพันธุ์กล้วยไม้เอื้องแซะอย่างต่อเนื่องเพื่อสนองพระราชเสาวนี
กรมส่งเสริมการเกษตรชวนเกษตรกรและผู้สนใจกล้วยไม้ ร่วมค้นหาทางออกกล้วยไม้ไทยยุคโควิด พลิกวิกฤต…สู่โอกาสสร้างรายได้ ชมการถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก และสมัครอบรมหลักสูตร“การพัฒนาตลาดกล้วยไม้ในยุค Disruption” ผ่านระบบซูม (Zoom) กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจด้านกล้วยไม้ เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริม และพัฒนาตลาดกล้วยไม้คุณภาพภายในประเทศ โดยรับชมการถ่ายทอดสดรายการ “ครบเครื่องเรื่องกล้วยไม้ไทย” ผ่าน Facebook Live เพจประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และเข้าร่วมอบรมระยะสั้นหลักสูตร “การพัฒนาตลาดกล้วยไม้ในยุค Disruption” ผ่านระบบซูม (Zoom) ในวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 – 16.30 น. ถ่ายทอดสัญญาณจากกรมส่งเสริมการเกษตร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงการจัด กิจกรรมโครงการส่งเสริม และพัฒนาตลาดกล้วยไม้คุณภาพภายในประเทศ ว่าสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid – 19) ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตกล้วยไม้ของไทย โดยทำให้มูลค่าการส่งออกลดลง จากปี 2562 จำนวน 2,654 ล้านบาท เหลือ 1,741 ล้านบาท ในปี 2563 และยังได้รับผลก
คุณวรกมล ทับทอง อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 9 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี สร้างงานสร้างอาชีพให้กับตัวเอง ในขณะที่อายุยังวัยหนุ่ม และจากเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีใจรักในอาชีพไม้ดอกไม้ประดับจนสามารถเลี้ยงชีพตัวเองจากการปลูกกล้วยไม้ขาย ซึ่งน้อยคนมากที่จะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่เช่นนี้ได้ ที่มาที่ไปสำหรับเรื่องนี้ เกิดแรงบันดาลใจจากสวนกล้วยไม้ข้างๆ บ้าน ก็เลยเกิดความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาอยากจะลองทำดู ในช่วงนั้นก็พยายามศึกษาพร้อมทั้งอาศัยความจำให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะทำเป็นอาชีพหลัก มาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มสนใจจนสามารถทำได้ดี คุณวรกมล เล่าว่า เดิมทีมีความสนใจกล้วยไม้พันธุ์แวนด้าเป็นพิเศษ จากนั้นจึงมาเลี้ยงกล้วยไม้พันธุ์ช้างเพราะเห็นว่าจะไปได้ดี ส่วนในเรื่องของการตลาดก็กว้าง สำหรับสายพันธุ์ของกล้วยไม้พันธุ์ช้าง ได้มีการหาซื้อตามแหล่งต่างๆ บ้าง หรือไม่ก็ขยายเอง อาจจะส่งไปให้ทางแล็บ หลังจากนั้น ก็นำมาออกเป็นไม้จากขวด การส่งไปให้แล็บนี้ก็สามารถส่งได้ทั้งที่เป็นเมล็ดและต้นก็ได้ หลังจากที่ได้มีการนำไปขยายพันธุ์ในห้องแล็บแล้ว ระหว่างนั้นก็ต้องรอจนกว่าจะครบ 1 ปี จึงจะสามารถนำกล้วยไม้ที่ได้
