กัญชง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด ชัยเพชร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ โครงการสัมมนา ของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม เรื่อง “สัมมนาทางวิชาการแนวทางการส่งเสริมกระท่อม กัญชาและกัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่” ณ อาคารหอประชุมวิธานสันติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โดยมีการอภิปราย สัมมนาการอภิปราย และบรรยายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริม กระท่อม กัญชาและกัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยให้กับกลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่สนใจทั่วไป มีการนำพืชกระท่อม กัญชา และกัญชง มาสาธิต และรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่แปรรูป จากพืชกระท่อม กัญชา และกัญชง ที่สามารถสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจให้กับผู้ปลูกและประชาชนที่สนใจ การสัมมนาในครั้งนี้สามารถช่วยให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถนำความรู้ที่ได้ไปวางแผน การผลิต การตลาด และการแปรรูป สามารถสร้างกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา ในส่วนของ ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยาและห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์ ซึ่งเปิดให้บริการวิเคราะห์ทดสอบกัญชา ผลิตภัณฑ์กัญชา สารสกัดแคนนาบินอยด์ (Cannabidiol ; CBD) และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกัญชา/กัญชง เป็นส่วนประกอบ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ครอบคลุมรายการวิเคราะห์ทดสอบ ได้แก่ 1. โลหะหนักในพืชกัญชา 2. สารสำคัญ THC/CBD ในสารสกัด 3. สารสำคัญ THC/CBD ในซอสและในนม และ 4. จำนวนแบคทีเรีย ยีสต์และราทั้งหมดที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ (TAMC) ในพืชกัญชา ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ สร้างความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือในรายงานผลการทดสอบ รวมทั้งส่งเสริมการผลิต การจำหน่ายและส่งออกสินค้า ยกระดับมาตรฐานสินค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยลดการกีดกันทางการค้า ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศูนย์ทดสอบและม
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ปัจจุบัน กัญชากำลังมาแรง ผมอยากทราบว่า ในกัญชานั้นมีสารอะไร ที่บอกว่า สามารถรักษาได้สารพัดโรค แล้วกัญชาต่างกับกัญชงอย่างไร และพืชอีกชนิดหนึ่งคือ กัญชาแมว เป็นพืชชนิดเดียวกันหรือไม่อย่างไร คำถามของผมอาจจะเชย แต่คำตอบก็เป็นประโยชน์กับตัวผมเองและผู้อ่านท่านอื่นๆ อีกด้วย ผมจึงขอรบกวนคุณหมอให้ข้อมูลรายละเอียดของพืชทั้งสามชนิดดังกล่าว ผมขอขอบคุณ หมอเกษตร มาในโอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ วรเมศร์ จันทร์ประสงค์สุข กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรเมศร์ จันทร์ประสงค์สุข ปัจจุบัน ในบ้านเรามีการกล่าวขวัญถึงกัญชากันอย่างกว้างขวางและเกือบทุกวงการ กัญชา (Cannabis หรือ Marijuana ก็เรียกกัน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp.indica มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่ไซบีเรีย แถบเปอร์เซีย และทางตอนเหนือของอินเดีย ต่อมามีผู้นำมาปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงอินโดนีเซีย และหมู่เกาะแปซิฟิก กัญชา มีลำต้นสูง 90-150 เซนติเมตร ใบแหลมเป็นแฉก ลึกเข้าไปในก้านใบ คล้ายมือมนุษย์ที่แบออก มี 5-7 แฉก แต่ละแฉก กว้าง 0.3-1.5 เซนติเมตร และยาว 6-10 เซนติเมตร ขอบใบเป็นจักรแบบฟันเลื่อย ลำต
หลังจาก อย. เผย กฎกระทรวงฯ กัญชงฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 29 มกราคม 2564 เป็นต้นไป เปิดให้ทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และบุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถขออนุญาตและนำกัญชงไปใช้ได้ในทุกวัตถุประสงค์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งกิ่ง ก้าน ใบ ราก ลำต้น และดอก ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับเกษตรกรทั่วไปที่มองแห่งช่องทางการสร้างรายได้จากส่วนนี้ ทนพ.ปิยะวิทย์ สาสุข หรือ พี่เนป เลขที่ 121 หมู่ที่ 3 บ้านลำภูพาน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย นักเทคนิคการแพทย์ ผันตัวเป็นเกษตรกรเจ้าของไร่สาสุข ที่เริ่มต้นมาจากการเลี้ยงไส้เดือน และทันทีที่มีการปลดล็อกให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้ นักเทคนิคการแพทย์ท่านนี้ก็ไม่รอช้าที่จะเตรียมตัวขออนุญาตเพื่อที่จะปลูกกัญชงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาศัยความได้เปรียบจากอาชีพเดิมที่เคยทำมาประกอบจนสามารถขอใบอนุญาตการปลูกกัญชงมาได้สำเร็จ พี่เนป เล่าถึงที่มาของการเริ่มต้นปลูกกัญชงให้ฟังว่า เดิมทีไร่สาสุขจะปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการณ์ราคาข้าวที่ต่ำลง ทำแล้วแทบไม่เห็นกำไร จึงมีความคิดมองหาพืชตัวใหม่มา
นักวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. และเป็นผู้ดูแล “โครงการวิจัยและพัฒนากัญชงและพืชสกุล Cannabis เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกใหม่บนพื้นที่สูง” เผยถึง สารสกัด CBD เป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ไม่ทำให้มึนเมา โดยออกฤทธิ์เพื่อการคลายเครียด ปกป้องเซลล์ประสาท ต้านชัก แก้ปวด ฤทธิ์ต้านเนื้องอก ต้านอาการอักเสบ ต้านฤทธิ์ต่อจิตประสาท และ CBD ไม่ทำให้เกิดการดื้อหรือติด สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอาง โดย สธ. ประกาศให้ สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกิน 0.2% ไม่เป็นยาเสพติด สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยมีข้อแม้ให้สารสกัดดังกล่าว จะต้องได้จากกัญชงหรือกัญชาที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้นหากเป็น CBD ที่ได้จากการนำเข้ายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ดร.สริตา ปิ่นมณี นักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์กรมหาชน) ซึ่งเป็นผู้ดูแล“โครงการวิจัยและพัฒนากัญชงและพืชสกุล Cannabis เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกใหม่บนพื้นที่สูง” เปิดเผยว่า สาร CBD (Cannabidiol) และ THC (Tetrahydrocannabinol) จัดเป็นสารในกลุ่มคานนาบินอยด์ (Cannabinoids) ที
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)โดย ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี ร่วมกับ บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด โดยนายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ , พร้อมด้วยนางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายพลวรรธน์ พญาพิทักษ์สกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก,เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน และนายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลสมุนไพรเพื่อการแพทย์ ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการศึกษา วิจัย และพัฒนาโครงการวิจัย กัญชา กัญชง กระท่อม และพืชสมุนไพร เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยมี ศ.ดร.พิชัย สนแจ้ง และ ผศ.ดร.ภูธดา คุนผลิน ที่ปรึกษา บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เผยว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นความร่วมมือ โดยมีความร่วมมือกันครบกระบวนการตั้งแต่ ต้นน้ำ วิจัยการพัฒนาสายพันธุ์กัญชา กัญชง กระท่อมและพืชสมุนไพรอื่น รวมถึงกระบวนการปลูกด้วยระบบ Smart Farm กลางน้ำ วิจัยกระบวนการสกัดสารสำคัญจาก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผนึกกำลังภาคเอกชน “ทีเอชซีจี กรุ๊ป” ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนฯบ้านทุ่งแพม–เขาค้อ–ทุ่งนางแลฯ ลุยวิจัยและพัฒนากัญชา กัญชง และกระท่อม เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พาณิชย์และอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดย ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี ร่วมกับ บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด โดยนายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นายพลวรรธน์ พญาพิทักษ์สกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก,เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน และนายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนทุ่งนางแลสมุนไพรเพื่อการแพทย์ จ.เพชรบูรณ์ ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการศึกษา วิจัย และพัฒนาโครงการวิจัย กัญชา กัญชง กระท่อม และพืชสมุนไพร เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม โดยมี ศ.ดร.พิชัย สนแจ้ง และ ผศ.ดร.ภูธดา คุนผลิน ที่ปรึกษา บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอา
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ (Northern organic Hemp: NOH) ซึ่งประกอบไปด้วยวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูน จำนวน 16 วิสาหกิจชุมชน ในโครงการปลูกกัญชงสายพันธุ์ที่ให้สารสำคัญสูง เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในภาคเหนือของประเทศไทย ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและจัดทำเป็นฐานข้อมูลสะดวกใช้ในระบบ Cloud โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นายสุชาติ อินต๊ะเขียว ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกกัญชงอินทรีย์ภาคเหนือ เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย โอกาสนี้ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(ปฏิบัติงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และ ดร.ธนสาร ธรรมสอน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจ (ผ่านระบบออนไลน์) แก่เกษตรกรในเครือข่ายที่ได้ร่วมโครงการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทางสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยายาน ณ สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โครงการปลูกก
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และมูลนิธิเพื่อสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สพว. ซึ่งจะมีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการวิจัยและพัฒนาพืชกัญชงของประเทศสู่อุตสาหกรรมระหว่างทั้งสามหน่วยงาน ผ่านทางระบบ Facebook Live ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานและการใช้ทรัพยากรร่วมกันของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการศึกษาวิจัยและพัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านกัญชงอย่างครบวงจร และร่วมกันนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะ และเชิงพาณิชย์ ตลอดจนถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานได้มีการดำเนินงานในการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมในเรื่องของกัญชงมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่ว
มรภ.นครสวรรค์ ผนึกกำลังภาคเอกชน “ทีเอชซีจี กรุ๊ป” และ “เกร๊ทเตอร์ฟาม่า” ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนฯบ้านทุ่งแพม-เขาค้อ แหล่งปลูกกัญชาระดับสากล ลุยวิจัยและพัฒนากัญชากัญชงเพื่อใช้ทางการแพทย์ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดย ผศ.ดร.ไชยรัตน์ ปราณี อธิการบดี ร่วมกับ บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด โดยนายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ , บริษัท โรงงานเภสัชกรรมเกร๊ทเตอร์ฟาม่า จำกัด โดยนายเชิญพร เต็งอำนวย กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก,เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน และนางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปบุกเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการร่วมมือวิจัยและพัฒนากัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรเพื่อใช้ทางการแพทย์และอื่น ๆ โดยมีนางจิตรา หมีทอง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญกับพืชสมุนไพรเพื่อใช้ทางการแพทย์ โดยเน้นวิจัย การสกัดสารสำคัญ และพัฒนาสา
