กัญชง
วันที่ 14 มิถุนายน 2564 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำผลงานนวัตกรรม Eco Friendly Products จากกัญชง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ร่วมจัดแสดง ในงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์อาเซียน ครั้งที่ 11 (The 11 ASEAN Science,Technology and Innovation: COSTI-79) ณ อาคาร สวทช. (โยธี) ชั้น 1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า วศ. สนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ภายใต้นโยบายของรัฐบาล โดยนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมุ่งผลักดันพืชเศรษฐกิจใหม่ “กัญชง” ให้เป็นรูปธรรม พร้อมนำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายในงานดังกล่าว ในหัวข้อ “Eco Friendly Products” ประกอบด้วย 2 ผลงาน ได้แก่ – Hemp-bioplastic compound material ซึ่ง วศ. จับมือกับภาคเอกชน บูรณาการงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมแปรรูปและคอมพาวด์จากแกนของกัญชงเป็นวัสดุสัมผัสอาหารที่ปลอดภัยและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารที่ใช้ครั้งเดียวได้ เช่น หลอด แก้ว ช้อนและ
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เผยข้อมูลการวิจัยและพัฒนากัญชง หรือ เฮมพ์ พร้อมผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ซึ่งจากผลการวิจัยขณะนี้สามารถพัฒนาพันธุ์เฮมพ์ 4 พันธุ์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร คือ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับผลิตเส้นใย โดยมีเปอร์เซ็นต์เส้นใย 12-14.7% ปริมาณสารที่เป็นประโยชน์ CBD 0.8-1.2% และมีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำกว่า 0.3% และคาดว่าจะได้สายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มอีก 5 พันธุ์ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณและคุณภาพของเมล็ด รวมทั้งการกำหนดราคาและแนวทางการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 คุณวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้มีการศึกษาการเพาะปลูกกัญชงอย่างจริงจังในประเทศไทย ความว่า “…สมควรศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกกัญชง เพื่อใช้เส้นใยผลิตเครื่องนุ่งห่มและจำหน่ายเป็นรายได้…” คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ
จากป่าสู่บ้าน กรมวิชาการเกษตร ขยับเต็มตัวปลุกงานวิจัย พันธุ์กัญชา-กัญชง หลังพันธุ์กัญชาเต็มเมืองแต่ไร้ข้อมูลวิชาการเกษตร ย้ำไม่เกินปลายปีพรึ่บทั้งพันธุ์ ทั้งคำแนะนำพร้อมแผนที่ให้ประชาชนพิจารณา บ้านใครเหมาะไม่เหมาะ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงงานขับเคลื่อนงานกัญชา ของกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ว่า หลังมีนโยบายในเรื่องการส่งเสริมการปลูกกัญชา-กัญชง กรมได้จับมือทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างใกล้ชิดภายใต้กฎหมายที่รองรับ ซึ่งกรมมีภารกิจในการศึกษาวิจัยพัฒนาพันธุ์ การหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูก พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ นอกจากนั้น ยังต้องมีมาตรการควบคุมตามกฎหมายของกรมอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การส่งเสริมการปลูกกัญชา-กัญชง ของประเทศสามารถที่จะเอื้อประโยชน์กับประชาชน เกษตรกร ให้ได้มากที่สุดและมีส่วนในการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้สมกับเจตนารมณ์ของโครงการ นายสุรกิตติ ศรีกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการพืช กล่าวว่า งานขับเคลื่อน กัญชา-กัญชง นั้นจะเน้นในระดับต้นน้ำ จึงเน้นเรื่องการวิจัยพัฒนาพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและให้ผลผลิตที่ตรงความ
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจกัญชงโดยสถาบันเกษตรกร ภายใต้ความร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร โดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมหารือด้วย โดยกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน มีความต้องการกัญชงเพื่อป้อนระบบอุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และน้ำมันเมล็ดกัญชง อาหารสัตว์ ฯลฯ จึงคาดว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีการส่งเสริมการปลูกมาก่อนหน้านี้ เหตุติดเงื่อนไขทางกฎหมาย จนเมื่อรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกประกอบกับสรรพคุณมากมาย ทำให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มวางแผนที่จะนำชิ้นส่วนพืชกัญชงมาใช้ในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งกรมจะได้เตรียมทำตลาดกลางกัญชา/กัญชงของสหกรณ์ เพื่อเป็นผู้กำหนดระบบการซื้อขาย ตามกลไกของตลาด โดยมี อย.และกรมวิชาการเกษตรร่วมด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ไทยจะส่งเสริมการปลูก กรมวิชาการเกษตรจึงได้มาหารือถึงแนวทาง ในการส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรเป็นหน่วยงานที่จะปลูกกัญชงเป็นเมล็ดหรือต้นเพื่อป้อนอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เ
รศ. ดร. เภสัชกรหญิง กรกนก อิงคนันท์ ผู้อำนวยการสถานีจิวัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านกัญชาและกัญชง จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ การเตรียมสารสกัดและการควบคุมคุณภาพ “กัญชา-กัญชง” ที่งานมหกรรมกัญชา กัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน เล่าเรื่องการเตรียมสารสกัดและก็การควบคุมคุณภาพของสารสกัดจากกัญชงและกัญชา เราจะเห็นว่าทุกท่านที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี้มุ่งหวังจะสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากกัญชาและกัญชง และสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพคือ 1.ถูกกฎหมาย 2. มีคุณภาพและได้มาตรฐาน 3. ปลอดภัย ความแตกต่างระหว่าง กัญชา กับกัญชง กัญชา และกัญชง อยู่พืชชนิดเดียว ซึ่งลักษณะที่แตกต่างกันเราทราบกันอยู่แล้ว ในทางกฎหมายถ้าเป็นกัญชง มีฤทธิ์ทางเภสัชด้วยแต่ก็ทำให้เมาได้ ทำให้สาร THC เป็นจุดออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำช่อดอกกัญชาและกัญชงเป็นยาเสพติด ประเภท 5 ถ้าเป็น กัญชง ทุกส่วนรวมกัน THC จะต้องไม่เกิน 1% ถ้า THC เกิน 1% จะเรียกว่า กัญชา ถ้าเป็นทางกฎหมายบางทีจะพูดถึงเรื่องศัพท์สปีชีส์ไว้ว่าชื่อกัญชง คือ Cannabis sativa ศัพท์สปีชีส์ sativa และ กัญชา Cannabis sativa ศัพท์สปีชีส์ Ind
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมชาย แก้ววังชัย กล่าวว่า เมื่อสมัยก่อนเริ่มต้นปลูกไม่เป็นเลย ปลูกกี่ต้นก็ตายหมด เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการปลูกกัญชาในช่วงกันยายน พ.ศ. 2562 เป็นคนทำงานวิจัยคนแรกๆ เกี่ยวกับกัญชา เหตุผลที่มาสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะช่วงก่อนหน้าที่กฎหมายกัญชาจะเปิด ผมได้ไปเฝ้าอาการป่วยของคุณพ่อที่โรงพยาบาล คนป่วยในโรงพยาบาล ก็จะเจ็บปวด กินไม่ได้นอนไม่หลับ คนเฝ้าก็ไม่ได้นอนพักผ่อนก็ป่วยกันทั้งสองคน ผมก็มองว่าถ้ากัญชาสามารถช่วยผู้ป่วยให้กินข้าวได้ นอนหลับได้ ผู้ป่วยก็จะแข็งแรงแล้วก็สามารถกลับมาทำงานและอยู่กับครอบครัวได้ แต่พอได้ลงมือทำแล้วกลับไม่ใช่ มันมีอุปสรรค ที่มีทั้งข้อดี ข้อเสียของกัญชาอีกมาก รวมถึงเรื่องผลประโยชน์ เรื่องที่เริ่มทำเรื่องวิจัยที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นับจากที่มีพระราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แก้กฎหมายให้เราสามารถทำการวิจัยและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงรวมกลุ่มอาจารย์ที่สนใจเกี่ยวกับกัญชา เสนอโครงการงานวิจัย ทั้งสิ้น 18 โครงการ จากอาจารย์ 50 กว่าท่าน และส่งให้ผมไปขออนุญาต จึงได้ขออนุญาตปลูก 2
“อิสระ 01” กัญชาสายพันธุ์ไทยได้เปิดตัวในงาน มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยมี น.พ. อิสระ เจียวิริยบุญญา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ได้มาให้ความรู้ ในหัวข้อ “อิสระ 01 : Why and What Next” เป็นหัวข้อที่เก็บการให้ความรู้กัญชาพันธุ์อิสระ 01 ทั้งในทางกฎหมายและทางแพทย์ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การใช้งานในอนาคต ต้นกำเนิด กัญชง กัญชา ในประเทศไทย เริ่มต้นที่ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียง ซึ่งมีอายุมากกว่า 5,000 ปี โดยเครื่องปั้นดินเผามี 3 ยุค แต่ยุคแรกมีเอกลักษณ์คือลวดลายที่เกิดจากเชือกที่ทำมาจากกัญชง มาม้วนอยู่ที่เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งการขุดค้นพบภาชนะดินเผาที่บ้านเชียงนั้น มีลายตรงลายผ้าบาติคของชาวม้งในปัจจุบัน นั้นก็หมายความว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเรามีการใช้กัญชงมามากกว่า 5,000 ปี เพราะเนื่องจากชาวม้งในอดีตต้องสืบทอดพันธุ์กัญชงไว้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อที่จะเป็นยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเป็นทั้งที่อยู่อาศัย Why : ทำไม กัญชา หรือกัญชง ถึงผิดกฎหมาย ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปี พ.ศ. 2477 เราสามารถใช้กัญชาหรือกัญชง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ปลูกกัญชงในเชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ยืนยันขณะนี้ ยังไม่มีบริษัทใดหรือเกษตรกรรายใด ยื่นเอกสารขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง เพื่อมาปลูกและขาย หากมีข้อสงสัยศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th/Pages/HomeP_D2.aspx กด กัญชง นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงว่า จากที่มีกระแสตื่นตัวการปลูกกัญชง อย่างกว้างขวาง คณะกรรมการอาหารและยามีความห่วงใยเกษตรกรที่ให้ความสนใจจะปลูกกัญชงในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดหรือเกษตรกรรายใด ยื่นเอกสารขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง เพื่อมาปลูกและขาย แต่มีการไปรวบรวมเกษตรกรที่ต้องการปลูกกัญชง แล้วทำเป็นเครือข่ายเกษตรกรปลูกกัญชงในหลายจังหวัด “การประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเพียงการอนุญาตให้บริษัท จำนวน 7 บริษัท เป็นผู้มีคุณสมบัตินำเข้าเมล็ดพันธุ์ แต่ยังไม่มีใครได้รับอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากการนำเข้าในแต่ละครั้ง ต้องได้รับใบอนุญาตทุกครั้งที่นำเข้าด้วย และยังไม่มีบริษัทได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชง เนื่องจากการข
วันที่ 5 มีนาคม 2564 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำผลงานนวัตกรรม Eco Friendly Products จากกัญชง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ร่วมจัดแสดง ในงาน “มหกรรมกัญชา กัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5 – 7 มีนาคม 2564 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มุ่งผลักดัน “กัญชง” พืชเศรษฐกิจใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ตามนโยบาย โมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy โดย วศ. จับมือร่วมกับภาคเอกชน บูรณาการงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลงานนวัตกรรม Eco Friendly Products ซึ่งงานวิจัยนวัตกรรมแปรรูปและคอมพาวด์จากแกนของกัญชง เป็นวัสดุสัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัยและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารที่ใช้ครั้งเดียวได้ เช่น หลอด แก้ว ช้อน และส้อม เป็นต้น ที่สำคัญผลงานนวัตกรรมนี้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ รวมถึงเป็นการพั
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เผยข้อมูลการวิจัยและพัฒนากัญชงหรือ เฮมพ์ พร้อมผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ซึ่งจากผลการวิจัยขณะนี้สามารถพัฒนาพันธุ์เฮมพ์ 4 พันธุ์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร คือ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับผลิตเส้นใยโดยมีเปอร์เซ็นต์เส้นใย 12-14.7% ปริมาณสารที่เป็นประโยชน์ CBD 0.8-1.2% และมีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำกว่า 0.3% และคาดว่าจะได้สายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มอีก 5 พันธุ์ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณและคุณภาพของเมล็ด รวมทั้งการกำหนดราคาและแนวทางการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้มีการศึกษาการเพาะปลูกกัญชงอย่างจริงจังในประเทศไทย ความว่า “…สมควรศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกกัญชง เพื่อใช้เส้นใยผลิตเครื่องนุ่งห่มและจำหน่ายเป็นรายได้…” คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เ
