การปลูกทุเรียน
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เกษตรอำเภอแม่ริม พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพของ อาจารย์เสถียร ภิระเป็ง ที่หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาเผยแพร่ โดย อาจารย์เสถียร ภีระเป็ง ถือเป็นเกษตรกรต้นแบบ อาจารย์เสถียร กล่าวว่า ตนเองเป็นข้าราชการบำนาญ อดีตรับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ เมื่อเกษียณอายุราชการ จึงหันมาทำการเกษตรปรับพื้นที่เดิมที่ปลูกดอกเบญจมาศ มาปลูกทุเรียนในระบบปลอดภัยพันธุ์หมอนทอง ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถว 6×6 เมตร จำนวน 23 ไร่ โดยซื้อต้นพันธุ์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่เป็นไหล่เขาจึงมีการปลูกแบบขั้นบันได ทำระบบให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ ปลูกมาประมาณ 7 ปี ปัจจุบันเริ่มให้ผลผลิตแล้วรสชาติหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อหนาละมุน และผลผลิตจะออกท้ายฤดูกาลของที่อื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น และอยู่ในพื้นที่ระดับความสูงกว่า 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลโดยจำหน่ายทางระบบออนไลน์ ในกิโลกรัมละ 200 บาท สามารถสร้างรายได้หลังเกษียณอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้เขียนจึงค้นคว้าข้อมูลทา
คุณพวีรกานต์ กุลโรจนพัฒน์ หรือ คุณสงค์ หนุ่มใหญ่ผู้ดูแลสวนกิจตระกูลรัตน์ ในพื้นที่ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนและมังคุดมากกว่า 3,800 ต้น มีพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ อีกทั้งมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการในพื้นที่สวน 200 ไร่ ทำให้มีผลผลิตภายในสวนจำนวนมหาศาลสำหรับส่งขายให้ลูกค้าที่ต้องการ และสามารถสร้างรายได้ให้กับสวนกิจตระกูลรัตน์ถึงหลักล้านบาท หากย้อนเล่าไปถึงจุดเริ่มต้นของการทำสวนทุเรียนและมังคุดอย่างจริงจัง ของสวนกิจตระกูลรัตน์นั้น คุณสงค์ เล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมเป็นเจตนารมณ์ของ เฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวนแห่งนี้ เป็นคนที่รักและชื่นชอบการกินทุเรียนเป็นอย่างมาก จึงมองหาที่ดิน 1 แปลง ในการปลูกทุเรียนและมังคุด เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้ามาพักในรีสอร์ตอาคันตุกะโฮมสเตย์ของตนเอง อีกทั้งภายในสวนแห่งนี้ยังมีการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาจัดการร่วมกับการทำสวนอีกด้วย “แต่เดิมเฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวน ทำทุเรียนที่เขื่อนไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่มรดก ต่อมามีช่วงหนึ่งที่ทุเรียนตายทั้งแปลง เฮียชัยพรจึงหยุดการทำสวน แต่ด้วยความที่
เปิดวิธีวิเคราะห์ดินปลูก “ทุเรียน” ลดการใช้ปุ๋ย ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้ 20% ยกระดับรายได้ชาวสวน เพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ทุเรียนราชาผลไม้ที่จีนนำเข้าปีละหลายแสนล้านบาท โดยปี 2565-2566 ไทยกลายเป็นแชมป์ส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก และอันดับ 1 ในจีน โดยยอดส่งออกทุเรียนทะลุ 1 แสนล้านบาท แซงหน้า มันสำปะหลัง ยางพารา ส่งผลให้หลายประเทศกระโดดเข้าแย่งตลาดส่งออกทุเรียนไปจีนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงอินโดนีเซีย นายอนุสรณ์ เทียนศิริฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา ฯ มองอนาคตทุเรียนไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันสูง จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อจะนำมาซึ่งรายได้ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับเป้าหมาย ขับเคลื่อน IGNITE THAILAND “จุดประกายเกษตรไทย สู่ศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารของโลก” เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรเป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ดังนั้น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจึงน่าจะเป็นคำตอบหนึ่ง ที่จะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เพราะการใช้
โดยธรรมชาติ ทุเรียนไม่ได้ปลูกกันง่ายๆ ต้นทุเรียนไม่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของทุเรียน หากแหล่งน้ำไม่เพียงพอ เสี่ยงทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ขณะเดียวกันในภาวะร้อนแล้งจัด หากดูแลจัดการไม่ดี แม้ต้นทุเรียนได้น้ำทุกวัน ก็มีโอกาสประสบปัญหาต้นเหี่ยวใบเฉา ลูกร่วง ลูกแตก เนื้อแข็งเป็นไต ทั้งเจออาการเต่าเผา และลูกไม่ขยายตัวได้เช่นกัน ปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง เกษตรกร ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ อาจารย์ภพศักดิ์ ปานสีทอง นักวิชาการด้านทุเรียน ที่มีประสบการณ์เรื่องการปลูกดูแลทุเรียนทั้งภาคสนามและด้านงานวิจัย ให้คำแนะนำเรื่องการปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง แก่ลูกเพจ Facebook : ใส่ปุ๋ยให้ถูกพืชก็งาม by อ.ภพ Pobsak Panasrithong ว่า การปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ ต้องทำต้นทุเรียนให้สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดเพื่อรับสภาพอากาศสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในภาวะร้อนแล้ง มีข้อแนะนำในการดูแลแปลงทุเรียน ดังนี้ คือ 1. จัดสรรให้ทุเรียนได้รับธาตุอาหาครบทั้ง 14 ชนิดทั้งทางดินและทางใบ โดยการใช้เมทัลทีมเลือกใช้เมทัลให้เหมาะในแต่ละช่วงทั้ง
ทุเรียนปราจีน ชื่อนี้มีแต่ความอร่อย ทุเรียนปราจีนได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้า ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และมีกลุ่มทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กบชายน้ำ ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับทุเรียนปราจีน ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดีเท่านั้น เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน เกษตรกรชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ปลูกทุเรียนไม่มาก ใช้แรงงานคนในครอบครัวเป็นหลัก มีการดูแลจัดการสวนในลักษณะเกษตรอินทรีย์ ไม่ค่อยใช้สารเคมี และแปลงผลิตส่วนใหญ่ผ่านการรับรองการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) จา
จังหวัดพังงา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา มีการบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้ ประจำปี 2566 ตามภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านกิจกรรมติดตามคาดคะเนสถานการณ์ผลไม้ และกิจกรรมจัดทำ Focus Group เพื่อสรุปข้อมูลการประเมินสถานการณ์ผลผลิตในแปลงพยากรณ์ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ปีละ 3 ครั้ง โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรในพื้นที่ สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 8 แห่งของจังหวัดพังงา สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานข้อมูลไม้ผลของภาคใต้ตอนบน รวมทั้งมีการกำหนดและจัดให้มีการลงพื้นที่สำรวจแปลงพยากรณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ผลผลิต ซึ่งเป็นการสำรวจสถานการณ์ในช่วงที่ไม้ผลอยู่ในระยะต่าง ๆ ได้แก่ ระยะแตกใบอ่อน ระยะดอกบาน ระยะติดผล และระยะเก็บเกี่ยว ได้ตลอดฤดูกาล เป็นการพยากรณ์หรือคาดการณ์ปริมาณผลผลิตล่วงหน้า ตลอดจนสอบทานผลการคาดการณ์เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการจัดทำข้อมูลคาดคะเนสถานการณ์ผลไม้ระดับจังหวัดแยกตามชนิดพืช ซึ่งประกอบด้วยผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง เพื่อใช้ในการจัดทำข้อมูลเอกภาพ และจัดทำแผ
คุณบุญเชี่ยว ชัยเกษตรสิน (โกเชี่ยว) ผู้เป็นพ่อ (อายุ 63 ปี) และ คุณวนสุทธิ์ ชัยเกษตรสิน (น้องปลูก) ลูกชาย (อายุ 27 ปี) เกษตรกรสองคนพ่อลูกที่ปลูกทุเรียนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ในนาม “สวนทองลิขิต” จากการผลิตที่พิถีพิถัน ดูแลเองทุกขั้นตอน เน้นระบบการจัดการสวนที่ดี ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดสาร เป็นที่ต้องการของตลาด จากบัณฑิตคณะทรัพยากรธรรมชาติ อนาคตไกล มาเป็นชาวสวนเต็มตัว โกเชี่ยว เล่าย้อนถึงอดีตให้ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ. 2525 หลังจบการศึกษาจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้เป็นบิดาซึ่งเป็นกำนันตำบลทุ่งยาวในสมัยนั้น ขอให้โกเชี่ยวกลับมาสานต่องานด้านการเกษตรของที่บ้าน เนื่องจากมีที่ดินทำการเกษตรค่อนข้างเยอะ และพี่น้องคนอื่นๆ มีอาชีพรับราชการ มีอาชีพการงานที่มั่นคง และทำงานอยู่ที่อื่น โกเชี่ยวจึงตัดสินใจทิ้งโอกาสในการรับราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่บัณฑิตส่วนใหญ่ในสมัยนั้นเลือกทำ แล้วกลับมาอยู่บ้านเกิด ตามความมุ่งหวังของผู้เป็นพ่อ และตั้งปณิธานว่า “นี่คือทางที่เลือกแล้วและต้องทำให้ดีที่สุด” โดยใช้ความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา เริ่มต้นการเป็นเกษตรกรด้
ใครสายทุเรียนกันบ้าง? เทคโนโลยีชาวบ้านพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสวนทุเรียนที่สามารถเดินเข้าไปเลือกได้ถึงสวน แถมผลไม้หลายหลากให้เลือกสรรแบบจัดเต็ม งานนี้ไม่ต้องไปถึงจันทบุรี มาแค่ปราจีนบุรีก็มีทุเรียนเนื้อแน่น หอม อร่อย ให้กินแล้ว “สวนทุเรียนยิ่งโอฬาร” ฉายาของสวนแห่งนี้ก็คือ สวนทุเรียนที่อุดมไปด้วยผลไม้หลายหลากชนิด หลายหลากแบบเลือกจิ้มกันถึงในสวน และเจ้าของสวนก็เข้าไปช่วยคัดให้ผู้บริโภคเองกับมือ! คุณเฉลา โพธิ์โต อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งดินสอ (อบต.) อำเภอนาดี เจ้าของสวนทุเรียนยิ่งโอฬาร บอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่ทำสวนนี้ขึ้นมา ว่า เกิดเนื่องจากโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำใช้สอยอย่างเพียงพอ อีกทั้งพื้นที่ของตำบลแก่งดินสอ ยังเหมาะในการทำเกษตรกรรม จึงคิดลงมือทำบวกกับการที่คุณเฉลามองเห็นลู่ทางในการทำอาชีพใหม่ และคิดว่าควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เหตุผลของการเลือกทุเรียนมาปลูก คุณเฉลาบอกว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นของขึ้นชื่อ
ทุเรียน ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ เพราะเป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทุเรียนเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีลำต้นสูง 25-50 เมตรตามชนิดพันธุ์ ถ้ามีการดูแลและบำรุงต้นให้แข็งแรง ในการปลูกทุเรียนนั้นต้องมีการลงทุนค่อนข้างสูง จึงต้องมีการวางแผนสำหรับการปลูกครั้งแรก หลังจากนั้นจะเป็นการดูแล บำรุงรักษาให้ต้นทุเรียนมีความอุดมสมบูรณ์ เจ้าของสวนทุเรียนต้องสร้างความพร้อม เพื่อต้นทุเรียนจะสามารถให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ คุณบัณฑิต จิตรจำนงค์ วิศวกรรมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมจันทบุรี สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2562 บอกว่า พื้นที่ปลูกทุเรียนของประเทศไทยครอบคลุมถึง 724,730 ไร่ หรือ 31 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศให้ผลผลิต 339,292 ต้น ด้วยสถานการณ์การส่งออกที่มีแนวโน้มมากขึ้น และราคาผลผลิตก็ดีกว่าไม้ผลอื่น ทำให้เกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีปรับพื้นที่เพื่อปลูกทุเรียนมากขึ้น มีทั้งพื้นที่ปลูกใหม่และปรับรูปแบบการปลูกแบบยกร่อง รวมทั้งมีการปรับระยะปลูกเพื่อรองรับการใช้เครื่องจักรกลเกษตร คุณบัณฑิต บอกว่า ในขั้นตอนการดูแลบำรุ
คุณธัญญรัตน์ ชาญยงค์ อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำสวนทุเรียนปลูกอยู่รอบบริเวณบ้านรวมกับพันธุ์ไม้อื่นๆ เมื่อถึงหน้าฤดูกาลทุเรียนออกผลก็จะดูแลอย่างดี ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี ผลผลิตได้คุณภาพ เป็นที่ต้องการของลูกค้า และเมื่อทุเรียนหมดฤดูกาลไปก็จะได้ผลผลิตจากไม้อื่นทำรายได้แทน เธอจึงมีรายได้จากพืชหลากหลายชนิดทำรายได้ตลอดทั้งปี คุณธัญญรัตน์ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอจำความได้ ตั้งแต่สมัยเด็กครอบครัวของเธอก็มีสวนไม้ผลอยู่รอบบริเวณบ้าน โดยเน้นเป็นทุเรียนพันธุ์โบราณเป็นหลัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ทุเรียนเหล่านั้นตายไปจนหมดสวน ครอบครัวของเธอจึงได้หาต้นทุเรียนใหม่ๆ เข้ามาปลูกเพิ่มในพื้นที่บริเวณที่ตายไป พร้อมทั้งปลูกไม้ชนิดอื่นๆ เข้ามาแซมเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีหลากหลายมากขึ้น “พื้นที่รอบบ้านมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 12 ไร่ จะปลูกทุเรียนอยู่ที่ 500 ต้น โดยทำเป็นสวนแบบผสมผสาน แต่ทุเรียนเป็นผลผลิตหลักของสวน ซึ่งผลผลิตทุเรียนทำเงินรายปี พืชผักพลูกินใบเป็นรายได้รายวันและรายเดือน จึงทำให้ในแต่ละปีถึงไม่มีผลผลิตจากทุเรียน เราก็ยังมีผลผลิตชนิด
