โดยธรรมชาติ ทุเรียนไม่ได้ปลูกกันง่ายๆ ต้นทุเรียนไม่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของทุเรียน หากแหล่งน้ำไม่เพียงพอ เสี่ยงทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ขณะเดียวกันในภาวะร้อนแล้งจัด หากดูแลจัดการไม่ดี แม้ต้นทุเรียนได้น้ำทุกวัน ก็มีโอกาสประสบปัญหาต้นเหี่ยวใบเฉา ลูกร่วง ลูกแตก เนื้อแข็งเป็นไต ทั้งเจออาการเต่าเผา และลูกไม่ขยายตัวได้เช่นกัน

ปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง
เกษตรกร ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ
อาจารย์ภพศักดิ์ ปานสีทอง นักวิชาการด้านทุเรียน ที่มีประสบการณ์เรื่องการปลูกดูแลทุเรียนทั้งภาคสนามและด้านงานวิจัย ให้คำแนะนำเรื่องการปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง แก่ลูกเพจ Facebook : ใส่ปุ๋ยให้ถูกพืชก็งาม by อ.ภพ Pobsak Panasrithong ว่า การปลูกทุเรียนให้รอดในสภาวะร้อนแล้ง ต้องเข้าใจทุเรียนจริงๆ ต้องทำต้นทุเรียนให้สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดเพื่อรับสภาพอากาศสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในภาวะร้อนแล้ง มีข้อแนะนำในการดูแลแปลงทุเรียน ดังนี้ คือ
1. จัดสรรให้ทุเรียนได้รับธาตุอาหาครบทั้ง 14 ชนิดทั้งทางดินและทางใบ โดยการใช้เมทัลทีมเลือกใช้เมทัลให้เหมาะในแต่ละช่วงทั้งเมทัลอะมิโน เมทัลพลัส4-8-8 และเมทัลแมกซ์ ร่วมกับปุ๋ยทางดิน NPK สูตรต่างๆที่เหมาะสมกับการเติบโตของผล


2 . ให้ทุเรียนได้รับกรดอะมิโนครบ19ชนิดโดยใช้ กรดอะมิโนรวมเฮอริเคนที่ผลิตจาก plant amino รวมทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระกลูต้าไทโอนช่วยลดผลกระทบจากความเครียดออกซิเดชั่น รวมทั้งอนุมูลอิสระต่างๆที่เกิดจากแสงอาทิตย์ที่ทำลายเซลล์ภายในใบทุเรียน ทำให้ทุเรียนทนสภาพความร้อนแล้งได้ดีขึ้น ส่งเสริมการดูดธาตุอาหารที่จำเป็นโดยเฉพาะ Ca B ช่วยให้ทุเรียนฟื้นตัวจากความเสียหายเนื่องจากความร้อนแล้งได้ดีขึ้นเร็วขึ้น รวมทั้งช่วยให้ขบวนการทำงานภายในต้นทุเรียนเป็นไปตามปรกติ
3 . ให้ Zn turbo ที่มีทั้ง Zn Mn รวมทั้ง วิตามิน B Complex (B1 B2 B3 B5 B6 ) เพราะ Zn มีส่วนสร้าง โกรทฮอรโมนที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมการเจริญเติบโตของผลทุเรียน รวมทั้งวิตามินB Complex มีส่วนช่วยการเจริญเติบโตของราก รวมทั้งเป็นปัจจัยร่วมที่จำเป็น( Co-Factor ) ในขบวนการสังเคราะห์แสง
4 . ให้ทุเรียนได้รับ Ca B ที่เพียงพอทั้งทางดินและทางใบรวมทั้งทางผล ด้วยการใช้ คีเลตแคลบีทางใบ ร่วมกับ ลูกหนามโพลีซัลเฟตทางดิน

5 . การใช้ไมโครชิลล์ทางดินเป็น การจัดให้มีระบบจุลินทรีย์ดีในดินเกิดขึ้น เช่น บาซิลัสซับซิลิสในดิน ทำให้ระบบรากและระบบMicro Organisium ในดินดีระบบรากแข็งแรง จึงทำงานดี และมีภูมิต้านทานโรคได้มากขึ้นทำให้ทุเรียนทนร้อนแล้งมากขึ้นอีกด้วย
นอกจากนั้น การให้น้ำที่เพียงพอทุกวันในช่วงร้อนแล้งจำเป็นมาก รวมถึงการพ่นน้ำช่วงสั้นๆ ราว 1-2 นาที ที่ใบในวันที่ร้อนจัดเกิน 40องศา เพื่อลดอุณหภูมิใบในช่วงเที่ยงและบ่ายจะช่วยทุเรียนลดความเครียดกลับมาทำงานได้ตามปรกติ รวมถึงการตัดแต่งกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกในช่วงนี้จะช่วยให้ทุเรียนไม่เสียทรัพยากร ทั้งอาหารและสารอาหารต่างๆอย่างเปล่าประโยชน์ และหมั่นคอยดูแลค่า pH ในดินที่เหมาะสมสำหรับพืช คือ ในช่วง pH 6.0-6.5 ซึ่งพืชสามารถเอาธาตุอาหารไปใช้ได้มากที่สุด

……
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าว จาก Facebook : ใส่ปุ๋ยให้ถูกพืชก็งาม by อ.ภพ Pobsak Panasrithong
