การปลูกไผ่
คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่าจะหวานจริงๆ “เพราะในตอนนั้นไม่ว่าหน่อไม้อะไร คนขายก็มักจะโฆษณาว่าเป็นหน่อไม้หวานเสมอ ทำให้คนซื้อไม่แน่ใจ เราจึงได้แจกให้ชิม เพื่อจะทำตลาด และก็ได้นำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรธรรมชาติที่จังหวัดสระบุรี นิทรรศการงานต่างๆ ที่หน่วยงานราชการต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวานสายพันธุ์ใหม่ คือ ไผ่บงหวาน ที่หวาน หอม กรอบ อร่อย และรับประทานสดๆ ได้” คุณภัทรา กล่าว ปี 2550 ปีแรกที่จำหน่ายหน่อไม้ จากต้นไผ่ 1,700 กอ จากสม
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
เรียนเชิญ..ร่วมงานตลาดความรู้.วิถีไผ่ วิถีสุข:พลังเล็กๆที่ทรงคุณค่า.. รูปแบบของงาน…เสวนาและอบรมให้ความรู้.ไผ่ครบวงจร.และเกษตรอินทรีย์…ฟรี ..สาธิต.การเผาถ่าน..การทำหน่อไม้ดอง..การเผาข้าวหลาม..การกลั่นน้ำมันหอมระเหย.. การจัดนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณท์การเกษตร.. OTOP วังน้ำเขียว..เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน..เครือข่ายพัฒนาชุมชน..เครือข่ายSMF..และเครือข่ายโรงเรียนป่าไผ่สวนลุงโชค.. และการแสดงดนตรีในสวนไผ่…
คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เกษตรกรที่คว่ำหวอดในการปลูกไผ่เป็นอย่างมาก ลุงโชคได้ใช้ประโยชน์จากไผ่สร้างรายได้ในทุกมิติในทุกช่องทาง ตั้งแต่ในเรื่องของการทำเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นที่ดีคือการจัดการสวนไผ่ให้มีระบบระเบียบ ศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องสายพันธุ์ไผ่ ผู้ปลูกอย่าด่วนใจร้อนที่จะตัดหน่ออ่อนมากิน แต่ควรปล่อยให้หน่อขึ้นไปตามธรรมชาติเสียก่อน ซึ่งหลังปลูกได้อายุ 2 ปี ไผ่จะให้ผลผลิตที่พร้อมให้ใช้ประโยชน์ได้
จากปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชชนิดอื่นๆ เพื่อให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่ขอบป่า ไผ่ตงเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งในพื้นที่ เกษตรกรจึงมีการรวมตัวผู้ปลูกไผ่ตง เมื่อ พ.ศ.2559 และจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” เป็นการรวมกลุ่มปลูกไผ่ ขายหน่อสดพร้อมแปรรูปภายใต้การรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนจนประสบความสำเร็จได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ ดีเด่น ปี 2564 ภาคตะวันออก นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ประสบปัญหาช้างป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชจากพืชอาหารมาปลูกไผ่ตงแบบรวมกลุ่มกันปลูก และในปี พ.ศ.2559 ได้จัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” กับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตะเกียบขึ้น มีสมาชิก 60 ราย พื้นที่ปลูก 601 ไร่
“แปลงใหญ่ไผ่ ท่าตะเกียบ” บริหารพัฒนากลุ่มสู่ความสำเร็จ เพิ่มพูนรายได้ยั่งยืน สมคำขวัญ “ถิ่นช้างใหญ่ หน่อไผ่สวย” นายประสิทธิ์ รูปต่ำ ประธานแปลงใหญ่ไผ่ หมู่ที่ 9 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า อำเภอท่าตะเกียบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งพื้นที่แถบนี้มักประสบปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากมีช้างป่าอาศัยและหากินจำนวนมาก เกษตรกรในพื้นที่จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนมาปลูกไผ่ตงแทนพืชชนิดอื่นที่ช้างชอบกิน เนื่องจากไผ่ในป่าธรรมชาติมีมาก จึงไม่เป็นเป้าหมายของช้างป่า ที่สำคัญเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจำหน่ายได้แทบทุกส่วน ทั้งหน่อ ลำ รวมถึงกิ่งพันธุ์ ต่อมาเกษตรกรจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” ขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ 2561 ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันผลิต ร่วมกันจำหน่าย ปัจจุบันแปลงใหญ่ไผ่มีสมาชิกจำนวน 40 ราย พื้นที่ปลูก 352 ไร่ โดยสมาชิกจำนวนทั้งหมด 40 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) รายบุคคล นอกจากนี้ ทางกลุ่มแปลงใหญ่ไผ่
คนเราแก่ตัวไปเมื่อถึงช่วงวัยหนึ่ง ก็ต้องรู้จักพอ เหมือนเช่น คุณสมัย พลสันศรี ในวัย 58 ปี อดีตเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อแข้งขาอ่อนล้าก็ต้องวางมือ แล้วหันหน้าเข้าสู่วิถีทำเกษตรผสมผสาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่าย บนพื้นที่ 10 ไร่ ใกล้ๆ ด่านเก็บเงินทางขึ้นเขาใหญ่ นครนายก กว่า 10 ปี บนพื้นที่ 10 ไร่ ที่ คุณสมัย พลสันศรี เข้าสู่วิถีเกษตร ทำสวนมะม่วง ส้มโอ มะยงชิด อีกทั้งพืชผักที่ปลูกไว้กินไว้ขาย และก็มาเน้น จริงๆ จังๆ แบ่งพื้นที่ 2 ไร่ ทำสวนไผ่ปักกิ่ง โดยนำกิ่งพันธุ์มาจากชลบุรี ในราคากิ่งชำละ 200 บาท ลงปลูกครั้งเดียว 200 กิ่ง ปลูกเว้นระยะห่าง 3 เมตรกว่าๆ พอประมาณ เพื่อการจัดการให้เหมาะสมกับพื้นที่ ผ่านไป 5 ปี ทั้งกิ่ง ทั้งหน่อ แตกกอมากมาย กอขยายใหญ่เก็บกินเก็บขายไม่ทัน เพราะคุณสมัยทำสวนอยู่กันเพียงสองสามีภรรยา ในขณะที่ความอุดมสมบูรณ์บนพื้นที่เขาใหญ่ ได้ช่วยเกื้อกูลให้ไผ่พันธุ์ปักกิ่งเจริญเติบโตทั้งหน่อทั้งลำใหญ่มโหฬารจริงๆ ถึงวันที่ได้ขายหน่อ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นฤดูกาลที่ลูกค้า ทั้งขาประจำและขาจรวนเวียนมารับซื้อไม่ขาดสายที่หน้าสวน โดยขายกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ละหน่อขอบอกว่า น้ำหนัก 5-6
ทุกวันนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักพันธุ์ของไผ่ ส่วนมากเมื่อได้พบเห็นก็มักรู้เพียงว่า มันคือ ต้นไผ่ เท่านั้น วันนี้จะมานำเสนอไผ่ชนิดใหม่ ที่มีการปลูกขยายพันธุ์เมื่อไม่นาน เรียกว่าเป็นสายพันธุ์ไผ่น้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2559 ในงานสัมมนา “สุดยอดนวัตกรรมจากไผ่ของไทย” ซึ่งจัดโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ศูนย์ฝึกอาชีพ Matichon Academy และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ได้ลองกินกัน คุณสุรูป แสนขันธ์ คือเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” ณ บ้านเลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านซำบ่าง ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ชื่อไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” นี้ มีที่มาจาก เป็นไผ่รวกที่พบบนพื้นที่ยอดดอยภูกระดึง และ 58 คือ ปีที่คุณสุรูปเริ่มขยายพันธุ์จนสำเร็จ จนได้มีการจำหน่ายต้นพันธุ์ ทำให้ไผ่รวกหวานสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนั่นเอง แต่เดิมนั้น คุณสุรูป รับราชการครู สอนในรายวิชาการงานอาชีพ ซึ่งถือว่ามีความรู้ทางด้านเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านก็ได้มีการปลูกมะนาวไว้ และเป็นผู้รู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกมะนาวด้วย จนเมื่ออายุได้ 50 ปี ได้หันมาปลูกไผ่รวกหว
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรจำนวน 2.9 ล้านราย 3.7 ล้านแปลง 36.2 ล้านไร่ และจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2562 จำนวน 74 พื้นที่ 17 จังหวัด เนื้อที่ 74,679.85 ไร่ โดยคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินเห็นชอบพื้นที่แล้ว 49 พื้นที่ 13 จังหวัด เนื้อที่ 42,167.51 ไร่ พร้อมกับได้มีส่งเสริม และพัฒนาเกษตรกรในด้านต่างๆ อาทิ การส่งเสริมการผลิตภายใต้ระบบแปลงใหญ่ การผลิตภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์อระบบวนเกษตร การปลูกพืชสมุนไพร อย่างไรก็ดี การที่เกษตรกรจะสามารถ “อยู่ดี” ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินนั้น ส.ป.ก.ต้องพัฒนาอาชีพเกษตรกรควบคู่กันไป เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเน้นให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ การดำเนินงานตามภารกิจทั้งในด้านการจัดที่ดิน การพัฒนาศักยภาพพื้นที่ให้มีความพร้อมในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ก็เพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินส
เกษตรกร ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปลูกต้นไผ่สร้างรายได้และสามารถพัฒนาเป็นอาชีพจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามารับซื้อต่างพากันชื่นชมในความพยายาม นอกจากนี้ ยังบรรลุผลสำเร็จเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ไผ่เจาะตลาดการขายให้กับคนรุ่นใหม่ คุณปริชมน หาญเผชิญโชค เกษตรตำบลป่าระกำ เล่าก่อนที่จะมารู้จักกับเกษตรกรที่เริ่มจากการพูดคุยกับเกษตรกร ซึ่งในช่วงแรกก็ไม่ได้มีการสนับสนุนอะไรเลย แต่พอมาเห็นว่าที่บ้านของ คุณสำราญ อภัยกาวี มีการทำกิจกรรมมากมายหลายอย่าง ก็ได้เชิญคุณสำราญ เข้าไปเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร ภายใต้ชื่อโครงการ สวนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญก็คือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกคุณสำราญ เพราะว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งและพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร หลังจากนั้นมา ทางด้านเกษตรตำบลป่าระกำร่วมกับทางเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งนี้ เพื่อชักชวนคนในพื้นที่และต่างพื้นเข้ามาเที่ยวเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อ
