ขิง
จากปัญหาราคา ปริมาณ และคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลทำให้เกษตรกรหลายคน หลายกลุ่ม หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ตลอดจนสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน การทำการเกษตรแบบผสมผสานของเกษตรกรในบ้านเรานั้นจะให้ความสนใจกับพืชที่จะนำมาปลูกซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ไม่ค่อยเกิดโรคและแมลง ให้ผลผลิตเร็ว ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวสั้น มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดและที่สำคัญต้องเป็นพืชที่สามารถเอื้อประโยชน์ต่อพืชหลักมาปลูกผสมกับพืชหลักที่ทำอยู่ คุณสมศักดิ์ บรรณดาล เกษตรกรวัย 38 ปี แห่งบ้างบังทองหลาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นเกษตรคนหนึ่งที่หันมาให้ความสนใจทำการเกษตรแบบผสมผสาน จนประสบความสำเร็จทำให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน พี่สมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นชาวสวนมาตั้งแต่กำเนิด มีอาชีพทำสวนผลไม้ที่รับช่วงมาจากพ่อและแม่ที่ทำไว้ซึ่งในตอนนั้นการทำการเกษตรของเขาต้องประสบกับปัญหาทั้งเรื่องของโรคและแมลงที่มารบกวนอยู่บ่
ประโยชน์ของขิงมีมากมาย แต่ก็มีข้อที่ควรระวังเช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะนำไปใช้อย่างไร แม้ว่า ขิง จะเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ทำอาหารและมีสรรพคุณในการรักษาโรค แม้ว่าขิงจะมีกลิ่นฉุนและมีรสชาติเผ็ดร้อน เลยทำให้ไม่ถูกปากหลายคนนั้น แต่ขิงก็เป็นสมุนไพรที่สามารถใช้ทำอาหารและมีสรรพคุณรักษาโรค เรามาดูกันดีกว่าสมุนไพรดีๆ อย่างขิงนั้นมีประโยชน์และโทษอะไร ที่เราคาดไม่ถึงบ้าง ประโยชน์ของขิง ลดอาการท้องอืด หากคุณรู้สึกท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย ให้จิบชาน้ำขิง หรือรับประทานขิงสดจะทำให้คุณรู้ดีขึ้น หรือถ้าหากคุณเกิดอาการท้องอืดจากการรับประทานถั่วละก็ คราวหน้าลองฝานขิงบางๆ ลงไปในอาหารที่มีถั่ว นั่นก็จะช่วยลดอาการท้องอืดได้เช่นกันค่ะ เพราะขิงนั้นเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน สามารถช่วยขับลม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้อาการท้องอืดบรรเทาลงได้ ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน จากการศึกษาพบว่า การรับประทานขิงตอนที่อาการไมเกรนใกล้กำเริบนั้น จะช่วยทำให้ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรนลดลงได้ เพราะขิงจะไปช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอื่น แสดงให้เห็นอีกว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ โดยพบว่าผ
คอลัมน์ เรือนไทย โดยชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ อภัยภูเบศรสาร ระบุว่า หลายคนคงเคยได้ยินบรรดาญาติผู้ใหญ่ชอบบ่นกันให้ระงมในช่วงเย็น หลังจากเลิกงานทุกวัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคจับโปงแห้งเขา หรือโรคข้อเข่าเสื่อม ถ้าสังเกตตัวเองจะพบว่าหลังจากทำงาน เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ ฯลฯ จะพบว่าข้อเข่าของตัวเองมีความร้อน หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เข่าเราร้อน ง่ายๆ เลย แค่เอาหลังมือแตะที่บริเวณเข่า จากนั้นเปรียบเทียบความร้อนกับบริเวณหน้าแข้งของเข่าข้าง หากข้อเข่าร้อนกว่า แสดงว่าเข่ามีความร้อน คำถามต่อมา คือ การที่เข่าร้อนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร การที่เข่ามีความร้อนนั้นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เราทราบว่า ภายในร่างกายเราเกิดกระบวนการอักเสบ หากปล่อยไว้ไม่รักษาและส่งผลให้ข้อเข่ามีอาการบวมขึ้นเรื่อยๆ จนอาจทำให้เกิดการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพเข่าของเราไม่ให้มีอาการอักเสบมากขึ้น เรามีตำรับยาพอกเข่าที่สามารถทำเองที่บ้านได้มาฝาก ส่วนประกอบ แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม ขิงสด 200 กรัม ลูกแป้ง 1 ลูก วิธีทำ นำขิงสดมาล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำไปตำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้
มีหลากหลายสมุนไพรที่ช่วยในการรักษาโรคและให้คุณประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างน่าสนใจ ขิงถือว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติและกลิ่น ซึ่งไม่ว่าจะนำขิงมาทำเป็นเครื่องดื่ม ดัดแปลงและแปรรูปเป็นเมนูของหวานต่างๆ ก็ล้วนให้สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายทีเดียว รู้จักสมุนไพรขิง ขิง (ginger) สมุนไพรที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อีกทั้งยังมากมายไปด้วยสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคได้เป็นอย่างดี รสชาติของขิงจะเผ็ดร้อน หากแต่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต เส้นใย และโปรตีน ทุกส่วนของขิง เช่น ราก เหง้า ต้น แก่น ดอก ใบ และผล ก็ล้วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด คุณค่าทางโภชนาการของขิง ในส่วนของขิง 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้ พลังงาน 25 กิโลแคลอรี โปรตีน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม แคลเซียม 18 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 10 ไมโครกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม ไทอามีน 0.02 ม
“ขิง” เป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายมานาน มีรสเผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดระดับไขมันในเลือดได้ ขิงสดช่วยทำให้ร่างกายปรับสภาพในภาวะที่ร่างกายมีอาการเย็นได้เช่นเดียวกับขิงแห้ง ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ ยังช่วยกำจัดพิษโดยการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขับเสมหะ มีงานวิจัยเบื้องต้นในหลอดทดลองกับไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ก่อโรคทางเดินหายใจ พบว่าขิงสดมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสชนิดนี้ดีกว่าขิงแห้ง และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสาร IFN-β ออกมากำจัดเชื้อไวรัส สิ่งที่คนทุกมุมโลกใช้เหมือนกันก็คือ การใช้ในการแก้หวัดและแก้ไอ ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่า “ขิง” มีสารหลายชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และมีการทดลองพบว่า น้ำขิงที่ได้จากการต้ม 30 นาที ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ (Macrophage) ที่มีหน้าที่ในการจับกินเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดีขึ้น มีฤทธิ์ต้านการแพ้เหมือนยาแก้แพ้ โดยช่วยลดอาการคัดจมูก ทางแผนไทยเป็นยาฤทธิ์ร้อน อาจช่วยลดน้ำมูกให้แห้งลงได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าภูมิปัญญาอันเก่าแก
“เขาค้อ” เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่หนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์แล้ว ที่นี่ยังเป็นทำเลทองของการเพาะปลูกพืชผักไม้ผลนานาชนิด รวมทั้ง “ขิง” พืชสมุนไพรทำเงิน ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวอำเภอเขาค้อมาอย่างยาวนาน ขิง พืชทำเงิน ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นชุมชนชาวเขาเผ่าม้งปลูกขิงอย่างแพร่หลายกว่า 30 ปี นอกจากปลูกขิงขายสร้างรายได้แล้ว ยังนิยมบริโภคขิงบำรุงสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากขิงเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยขับเหงื่อ ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น หากนำขิงแก่มาต้มน้ำดื่มยิ่งได้ประโยชน์ เพราะขิงแก่มีรสเผ็ดร้อนและมีใยอาหารมาก ใช้ดื่มบำรุงสุขภาพ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะจากโรคไข้หวัดได้อย่างดี การปลูกขิงให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี เกษตรกรต้องพิถีพิถันในการปลูกดูแล เริ่มจากการคัดเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคพืชและไม่ทนต่อสภาพน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ขิงเน่าเสียได้ง่าย เกษตรกรส่วนใหญ
วช. สนับสนุนนักวิจัย มทร.ล้านนา พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์จากขิง เป็นของดีเมืองเพชรบูรณ์ ตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ พร้อมเสริมศักยภาพ บจก.สุธัมบดี SMEs กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร จำหน่ายเชิงพาณิชย์ กระตุ้นเกษตรกรรมในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ วันนี้ (11 มกราคม 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ลงพื้นที่ บริษัท สุธัมบดี จำกัด อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ สนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 2 โครงการ เพื่อนำองค์ความรู้งานวิจัยมายกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นให้เติบโตในเชิงอุตสาหกรรม เกิดผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าทางการเกษตรของอำเภอเขาค้อ ให้เกิดความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในพื้นที่ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House วช. กล่าวว่า ผลงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนจาก วช., สวทช. และ สกสว. ล้วนมีการนำไปต่อยอดแล้วในระดับอุตส
เพื่อนกินของผมคนหนึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับอาหารไทยไว้น่าสนใจ เขาสงสัยว่า “ขิงหายไปไหน” ในกับข้าวไทย? ท่ามกลางเพื่อนบ้านแวดล้อม ทั้งภาคพื้นดินและหมู่เกาะทะเลตอนใต้ ที่เข้าขิงทั้งในกับข้าวและขนมหวานมากกว่าครัวไทยอย่างชนิดเทียบกันไม่ติด พวกเราเลยช่วยกันนับกับข้าวกับปลาที่ใส่ขิง พบว่า นอกจากต้มส้ม ขิงดอง ผัดขิง ยำหนังหมู ที่ดูเป็นอาหารแนวจีนๆ แล้ว ก็มีแกงฮังเล ผัดพริกขิงบางแห่งที่ใส่ขิงแก่แทนข่าในพริกแกงตำ มีขนมจีนซาวน้ำ มีอาหารว่างตระกูลเมี่ยงต่างๆ นอกนั้นก็เป็นขิงกวาดน้ำตาลแบบของจันอับกินกับน้ำชา มันเทศต้มขิง ซึ่งก็ดูเป็นของที่ได้รับอิทธิพลจีนอีกเช่นกัน ถึงแม้คำเปรียบเปรยบางคำจะทิ้งร่องรอยไว้ แต่ก็แทบสืบหาต้นตอไม่เจอแล้ว เช่นคำว่า “ถึงพริกถึงขิง” สูตร “พริกขิง” หรือ “ขิงก็รา ข่าก็แรง” นั้น นึกไม่ออกว่าขิงอยู่ตรงไหน มายังไงในความเปรียบนั้นๆ เอาเลย โดยเฉพาะสูตรพริกขิงนั้น แทบทั้งหมดที่มีบันทึกกันไว้ ไม่มีขิงเป็นส่วนผสมแม้แต่น้อย ดังเช่นที่ หม่อมราชวงศ์เตื้อง สนิทวงศ์ ท่านเคยแสดงความสงสัยไว้ในหนังสือตำรับสายเยาวภา (พ.ศ. 2478) ว่า “…ยังเครื่องปรุงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่าพริกขิงผัด แต่
สวพ.8 สุดเจ๋งผุดโครงการ“ชุมชนต้นแบบ พืชสมุนไพรต้านโควิด-19” เชิงพาณิชย์ ระดมคนในชุมชนปลูกสมุนไพรยอดฮิต ฟ้าทะลายโจร ขิงและกระชายขาว เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและเพิ่มผลผลิตรองรับการแพร่ระบาดโควิด-19 วางเป้าสร้างรายได้ให้เกษตรกรในชุมชนไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านบาท/ปี นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้สร้างความวิตกให้แก่ประชาชนอย่างมาก ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยรายวันที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบจ่อภาคเกษตรอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง อาทิ มีการบริโภคและกระจายสินค้าเกษตรน้อยลงเนื่องจากมีการปิดตัวของตลาดในชุมชนทำให้เกษตรกรขายสินค้าได้ได้น้อยลงและทำให้สินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำลง นำไปสู่รายได้ที่ต่ำลง และเกิดผลกระทบต่อเนื่องในทั้งทางเศรษฐกิจและ สังคมในที่สุด จากสถานการณ์ดังกล่าว สวพ.8ได้จัดทำโครงการ “ชุมชนต้นแบบ พืชสมุนไพรต้านโควิด 19” ขึ้นมาช่วยเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนและพัฒนาชุมชนเกษตรในการผลิตสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ขิง กระชายขาว เพื่อเพิ่มปริมาณสมุน
ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง คิดเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด มีการคาดการณ์ว่า ปี 2020 จะมีคนเสียชีวิตประมาณ 12 ล้านคนจากโรคมะเร็ง ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีการประกาศสงครามกับโรคมะเร็ง การค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จึงเป็นแนวทางการเอาชนะโรคมะเร็งที่เหล่านักวิจัยได้มีการศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ จากความเชื่อที่ว่ามะเร็งนั้น หากพ่อแม่เป็น ลูกจะมีโอกาสสูงที่จะเป็นด้วย ความจริงแล้วปัจจัยด้านพันธุกรรมมีผลประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยเสี่ยงด้านการสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งอย่างต่ำ 50 ชนิด กลไกการก่อมะเร็งของบุหรี่ เรายังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ทราบว่าการสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกายได้ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า Curcumin ที่สกัดจากขมิ้นชัน สามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบที่ถูกกระตุ้นจากการสูบบุหรี่ได้ ปัจจัยด้านการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์อาจไม่ใช่สารก่อมะเร็งโดยตรง แต่ถือว่าเป็นผู้ร้ายร่วมที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลม ถ้าสูบบ
