ข้าวสาร
ปี 2559 ถือเป็นปีที่หนักหนาสาหัสของชาวนาอีกครั้ง เมื่อราคาข้าวหอมมะลิทรุดฮวบในรอบ 10 ปี ราคาข้าวเปลือกบางแห่งเหลืออยู่เพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น จากเดิมที่เคยขายกิโลกรัมละ 9-10 บาท แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ฤดูการผลิต 2559 ถึง 2560 รวมถึงข้าวหอมมะลิ โดย ธ.ก.ส.รับจำนำตันละ 9,500 บาท รวมกับค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพตันละ 2,000 บาท และค่าขึ้นยุ้งเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท รวมเป็น 13,000 บาท ก็ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราวเท่านั้น ปีนี้จึงเกิดปรากฏการณ์ชาวนาออกมาดิ้นรนขายข้าวตรงถึงมือผู้บริโภคเองจำนวนมากจากเดิมที่ขายข้าวเปลือกให้กับพ่อค้าหรือโรงสีก็หันมาสีข้าวขายเองโดยใช้โรงสีชุมชนโดยเดินสายเข้ากรุงเทพฯตระเวนขายตามจุดต่าง ๆ ที่ภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น ครั้งแรกสีข้าวขายตรงคนกรุง ทีมข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจจุดจำหน่ายข้าวสารที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดขึ้น ในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่าชาวนาส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน บรรทุกข้าวหอมมะลิจากหลายจังหวัด เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และภาคอื่น ๆ
เมื่อวันที 25 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหกรณ์การเกษตทุ่งวัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนามาสี เพื่อบรรจุถุงสูญญากาศขาย เพื่อใช้เป็นของฝากของขวัญมอบให้กันในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ต้องทำงานล่วงเวลากันทุกวันเพื่อแพ็คข้าวให้ทันต่อคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาแล้วมากกว่า 5,000 ถุง นางกำไร เขียวฉาย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรทุ่งวัดสิงห์กล่าวว่า การแพ็คข้าวด้วยระบบสูญญากาศได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถทำเป็นรูปแบบ รูปทรงต่างๆได้สวยงาม เหมาะแก่การให้เป็นของฝากของขวัญอโดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่มีลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก โดยข้าวที่แพ็คถุงขายจะเป็นข้าวข้าวเจ็ก และข้าวไรซ์เบอรี่ โดยจะขายในราคาถุงละ69บาทสำหรับขนาดบรรจุ100กรัม โดยทางสหกรณ์จะมีการบรรจุแพคเก็จที่สวยงาม พร้อมสติ๊กเกอร์ตราสัญลักษณ์”ข้าวรักนะ”พร้อมเครื่องหมายของสหกรณ์ รวมทั้งมีการจัดเป็นกิฟท์เซ็ตผสมข้าว2สายพันธ์ 3แบบคือข้าวกล้อง ข้าวขาว และข้าวไรซ์เบอรี่บรรจุลงในชุดเดียวกัน ซึ่งขายราคาชุดละ169บาท และยังจัดลงกระเช้าของขวัญตามความต้องการ แล
ขอเชิญคนไทยใจบุญร่วมซื้อข้าวอินทรีย์โดยตรงจากชาวนาเพื่อการกุศล เช่น 1.บริจาค เข้าองค์กรการกุศลให้น้อง ผู้ป่วย หรือสามเณร ตามรายนาม :- มูลนิธิเด็ก – วัดพระบาทน้ำพุ ผู้ป่วยเอดส์ – สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านราชาวดี (หญิง) – เครือข่ายโรงเรียนปริยัติธรรมภาคเหนือ หรือองค์กรการกุศลตามที่ท่านระบุ 2.นำไปแจกเป็นพรีเมี่ยมให้ผู้มีอุปการะคุณในเทศกาลปีใหม่ หรือมอบเป็นโบนัสให้พนักงานให้มีส่วนร่วมบุญ 3.เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการบริโภคข้าว จากข้าวขาวสู่ข้าวอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ ข้าวอินทรีย์จากท้องนา ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง เพิ่มความแข็งแรงแก่สุขภาพ สร้างคุณภาพชีวิต 4.ช่วยแก้ปัญหาชาติ ร่วมรักษาราคาข้าว เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนา จากกำไรส่วนเพิ่มเมื่อลดพ่อค้าคนกลางลงในระบบ จำหน่ายในราคาตันละ 35,000 บาท บรรจุ 20 กิโลกรัมต่อถุง และราคาตันละ 37,000 บาท บรรจุ 5 กิโลกรัมต่อถุง พร้อมบริการจัดส่งในกรณีซื้อปริมาณตั้งแต่ 500 กิโลกรัมขึ้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างวันที่ 19-23 ธ.ค.นี้ สำนักงาน กสทช.จะเปิดพื้นที่บริเวณรอบอาคารโรงอาหารจัดตลาดนัดสายลม เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้นำข้าวสารมาขายในราคาถูก หลังจากชาวนาเผชิญปัญหาราคาข้าวสารตกต่ำ โดยจะมีชาวนาจาก จ.สุรินทร์ นำข้าวมาขายเป็นครั้งที่ 2 สำหรับข้าวที่นำมาจำหน่าย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ 30 บาท และ 5 กิโลกรัม 140 บาท ข้าวกล้อง กิโลกรัมละ 60 บาท และข้าวไรซ์เบอรี่ กิโลกรัมละ 70 บาท สำหรับปี 2560 การจัดตลาดนัดสายลม จะมีอีกครั้งในวันที่ 23-27 ม.ค. 2560 เป็นการเปิดพื้นที่ในสำนักงาน กสทช. ให้ชาวนาจาก จ.ยโสธร นำข้าวสารมาขาย เป็นการช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง และครั้งที่ 3 จะจัดวันที่ 23-24 ก.พ. 2560 ให้ชาวนาจาก จ.เพชรบูรณ์ นำข้าวสารมาขาย นอกจากนี้ยังมีผักปลอดสารพิษ สินค้าอุปโภค-บริโภค ไข่ไก่ และสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายด้วย เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม)
