ข้าวโพดหลังนา
สหกรณ์การเกษตรนาเยีย อุบลราชธานี เดินหน้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกพส. หวังสร้างระบบน้ำไร่นาและส่งเสริมอาชีพปลูกข้าวโพดหลังนาและเลี้ยงโค-กระบือ สร้างรายได้ มีกำลังส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ การส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาและนำเศษวัสดุเหลือใช้จากการเก็บเกี่ยวมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์อย่างโค-กระบือสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท/ไร่ ถือเป็นโมเดลต้นแบบแก้หนี้สหกรณ์การเกษตรนาเยีย จำกัด อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์ นายไสว ห่องคำ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรนาเยีย จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 26 ม. 4 ต.นาเยีย อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี หนึ่งในสมาชิก ที่ได้เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์ ผ่านโครงการสร้างระบบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโค-กระบือ โดยโครงการสร้างระบบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์กู้เงินสหกรณ์มาจำนวน 5 หมื่นบาทเมื่อปี 2565 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแบ่งเป็นขบ่อน้ำและติดตั้งระบบน้ำในแปลง ขณะโครงการส่งเสริมอาชี
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ลงมือปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังมาเป็นข้าวโพดหลังนา สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 3 เท่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 2 ปี สหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาอย่างต่อเนื่อง เดิมเกษตรกรปลูกข้าวได้กำไร 1,200 บาท ต่อไร่ เมื่อเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดทำให้ได้กำไรเพิ่มเป็น 4,170 บาท ต่อไร่ กรมฯ จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายผล ปัจจุบัน มีสหกรณ์หลายแห่งมองข้าวโพดเป็นพืชทางเลือกใหม่ จึงมีสมาชิกสหกรณ์หันมาปลูกข้าวโพดในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น เฉพาะที่อุตรดิตถ์ จาก 2,300 ไร่ เพิ่มเป็น 10,130 ไร่ ประกอบกับสถานการณ์สงครามทั้งยูเครนและเมียนมา กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น จึงเชื่อว่าจะจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
“กฤษฎา” เกาะติดสถานการณ์ระบาดของ “หนอนกระทู้” งัดมาตรการเข้ม สั่งทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน “หนอนกระทู้” ที่กำลังระบาดหนักในไร่ข้าวโพดอย่างใกล้ชิด ล่าสุดพบแพร่ระบาดลุกลามทั่วทุกภาคของประเทศไทยกว่า 42 จังหวัด จำนวน 291,356 ไร่ พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาการระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่กำลังระบาดหนักในไร่ข้าวโพดในหลายจังหวัดของประเทศในขณะนี้ว่า เพื่อให้มีการติดตามสถานการณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และอธิบดี/ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวัง ควบคุม จำกัด ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคระบาดในพืชและสัตว์อย่างรอบด้าน โดยในระดับพื้นที่ให้ใช้กลไกคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด (อ.พ.ก.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประธาน กำหนดแนวทางการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาร่วมกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรให้เกษตรจังหวัดประสาน ปภ.จังหวัดให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะเดียวกันได
โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา นับเป็นโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเป้าหมายสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยในฤดูแล้ง ลดการทำข้าวนาปรัง โดยดึงหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ มาร่วมดำเนินการจนประสบความสำเร็จ จึงเป็นโมเดลการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา มีเป้าหมายปรับสมดุลปริมาณการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลดปริมาณข้าวนาปรัง โดยเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีตลาดรองรับแน่นอน เกษตรกรมีรายได้และเกิดความมั่นคงในอาชีพการเกษตรมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายตลาดนำการผลิต “ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการถือได้ว่า โครงการนี้ เป็นต้นแบบการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างแท้จริง ซึ่งกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ ตรวจสอบ คัดเลือก รับสมัครเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้า
โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ผลสำเร็จที่เกินคาด ยกเป็นโมเดลแก้ปัญหาปลูกพืชในฤดูแล้ง สร้างสมดุลการผลิต เกษตรกรพอใจ สร้างรายได้ ตอบโจทย์ตลาด ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา นับเป็นโมเดลสำคัญในการพัฒนาการเกษตร เพราะโครงการมุ่งเป้าที่เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม จากการไม่ทำนาปรังและปลูกพืชอื่นแทน นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้ ทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคมต่างๆ ได้แก่ เกษตรจังหวัด ชลประทาน สหกรณ์ พัฒนาที่ดิน ธ.ก.ส. ที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกร เป็นทีม 5 เสือ นอกจากนี้ ผู้แทนภาคเอกชน จากสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ที่เข้ามาทั้งการดูแลคุณภาพ และการรับซื้อผลผลิตให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการฯ ตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์เพื่อเสนอทางเลือกปลูกพืชที่มีความเหมาะสมต่อ การเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง สภาพปัญหา ความเหมาะสมของสภาพดิน ปริมาณแหล่งน้ำ และความต้องการของตลาด ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงตอบโจทย์นี้ โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าว
สำหรับเทคนิคการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาให้ได้คุณภาพ สามารถจำหน่ายได้ราคานั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใหข้อแนะนำว่า เกษตรกรควรเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวโพดแก่จัดแห้งสนิท อายุ 120 วันขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 130 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์และสภาพภูมิอากาศ โดยสังเกตใบและต้นข้าวโพดว่าแห้งสนิทเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวทั้งแปลง เมื่อแกะเมล็ดจะเห็นเนื้อเยื่อสีดำอยู่ที่โคนเมล็ด เป็นระยะที่ข้าวโพดมีน้ำหนักแห้งสูงสุด ความชื้นของเมล็ดในช่วงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ในการเก็บเกี่ยวหากใช้แรงงานคน ให้ใช้ไม้ปลายแหลมแทงเปลือกบริเวณปลายฝัก ต้องระวังอย่าให้โดนเมล็ด ปอกเปลือกแล้วใส่ในตะกร้า หรือกระสอบป่าน หรือวางกองไว้บนผ้าพลาสติก หรือเก็บโดยหักข้าวโพดทั้งฝักแล้วนำมาปอกเปลือกภายหลังหรือเก็บไว้ทั้งเปลือกก็ได้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เมล็ดเกิดแผลหรือร้าวในระหว่างเก็บเกี่ยวหรือขนย้าย ที่สำคัญไม่ควรวางฝักข้าวโพดบนพื้นที่ชื้นแฉะ ไม่โยนฝักข้าวโพดเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลบนผิวของเมล็ดหรือเมล็ดร้าว ทำให้เชื้อราเข้าทำลายเมล็ดได้ง่าย ขณะเก็บเกี่ยวให้แยกฝักเสียหรือฝักที่มีเชื้อราออกจากฝักดี และให้นำไปทำลาย แต่หากใช้เครื่อง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่มีการผลิตหลายขั้นตอน การเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ และมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ เก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน และเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักรกล นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปกติข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยจะปลูก 3 ฤดู คือต้นฝน ปลายฝน และฤดูแล้งหลังนา ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังนาจะมีคุณภาพดีที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคา เพราะเก็บเกี่ยวในช่วงที่ปลอดฝน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ โดยทั่วไปอายุการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะอยู่ที่ 120 วัน ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรจะเริ่มปลูกตั้งแต่พฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม และจะเริ่มทยอยเก็บผลผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเกษตรกรควรเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวโพดแก่จัดและแห้งสนิท อายุ 120 วันขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 130 วัน ทั้งนี้อยู่กับชนิดพันธุ์และสภาพภูมิอากาศ โดยสังเกตใบและต้นข้าวโพดว่าแห้งสนิทเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวทั้งแปลง เมื่อแกะเมล็ดจะเห็นเนื้อเยื่อสีดำอยู่
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ติดตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ข้าวโพดหลังนาในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ณ บ้านหัวเด่น ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 891.25 ไร่ สมาชิกแปลงใหญ่ จำนวน 70 ราย โดยเกษตรกรมีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา และทำนาข้าวในช่วงนาปีผลัดเปลี่ยนกันไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาลุ่มปานกลาง ในช่วงฤดูแล้งจึงมีความเหมาะสมและสามารถทำการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนั้น ภาครัฐจึงได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการรวมตัวกันเป็นแปลงใหญ่ข้าวโพดบ้านหัวเด่นขึ้นมา เพราะเล็งเห็นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อย ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับการทำนาปรัง อีกทั้งความต้องการของตลาดเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์ยังมีอีกมาก โดยเกษตรกรได้รับการส่งเสริมจากกระทรวงเกษตรฯ ทั้งในการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี และเหมาะสม (Good Agriculture P
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เปิดงานวันสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา จากนั้นได้เดินทางไปยังแปลงข้าวโพด เพื่อขับรถเกี่ยวข้าวโพดในแปลงสาธิตและขับรถไถกลบเศษวัสดุการเกษตร และเยี่ยมชมจุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด ซึ่งนำอุปกรณ์การตรวจวัดความชื้นและการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดตามคุณภาพผลผลิต เพี่อมาสาธิตถึงขั้นตอนกระบวนการในการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร โดยสหกรณ์ได้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ความชื้น 30% ราคา 6.26 บาท ต่อกิโลกรัม แต่หากเกษตรกรนำมาแปรสภาพให้เหลือความชื้นไม่เกิน 14.5% จะขายได้ 8.00 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งทางสหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรแล้วส่งจำหน่ายให้กับผู้แทนบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ก่อนส่งเข้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ต่อไป พื้นที่จังหวัดตากเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จำนวน 25,070.75 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,876 ราย และมีสห
เกษตรกรพื้นที่ 37 จังหวัดที่ร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งการทุกจังหวัดประสานสหกรณ์ในพื้นที่เตรียมพร้อมจุดรับซื้อ และวางแผนบริการเครื่องจักรกลเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อบริการสมาชิก คาดผลผลิตจะออกมากตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หมดทุกพื้นที่ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ตั้งเป้าสหกรณ์การเกษตรรวบรวมข้าวโพดหลังนาได้ 540,000 ตัน ส่งป้อนเข้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ความชื้น 14.5% ราคา 8.30 บาท/กิโลกรัม นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561ในพื้นที่ 37 จังหวัดเป้าหมาย มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 90,375 ราย พื้นที่ปลูกข้าวโพด 764,275 ไร่ การดำเนินโครงการในขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 เกษตรกรทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้กับสหกรณ์ในพื้นที่ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,000-1,500 กิโลกรัม/ไร่ และมีบางจังหวัดที่เกษตรกรดูแลผลผลิต ตั้งแต่การปลูกจนเก็บเกี่ยวตามห
