งานวิจัย
บีเอเอสเอฟ ยึดมั่นในเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนภายในปี 2573 โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักที่จะช่วยให้เกษตรกรรมมีความยั่งยืนมากขึ้น และสนับสนุนความต้องการที่เร่งด่วนของสังคม บีเอเอสเอฟ จะช่วยเกษตรกรบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ต่อตัน ของปริมาณผลผลิต ธุรกิจอารักขาพืชของ บีเอเอสเอฟ จะมีผลประกอบการประจำปีที่เพิ่มขึ้นจากผลงานด้านความยั่งยืนที่สำคัญในห่วงโซ่ธุรกิจถึง 7% นอกจากนี้ บีเอเอสเอฟ จะนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาสู่พื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 400 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 2,500 ล้านไร่ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ บีเอเอสเอฟ ถูกนำมาใช้งานตามหลักความปลอดภัยที่ถูกต้อง คำมั่นสัญญาใหม่นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินตามกลยุทธ์ของ บีเอเอสเอฟ ในด้านการเกษตรที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 “เกษตรกรรมคือพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การดำเนินชีวิตด้วยสุขภาวะที่ดีของทุกคนบนโลก ในทศวรรษอันใกล้ ความมั่นคงทางอาหารของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อให้สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และราคาที่สามารถจับต้
วช. สานพลังนักวิจัยไทยสู้ภัยแล้ง 2020 สนับสนุนงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำ เร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพิ่มมาตรการบริหารจัดการน้ำระดับชาติอย่างยั่งยืน เมื่อวันทึ่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาวิชาการ “ภาวะแล้ง 2020 และ แนวทาง มาตรการ บริหารจัดการเพื่อป้องกันในอนาคต” ณ ห้องประชุมแมนดาริน ซี โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ การจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมตัวของนักวิจัยด้านน้ำระดับประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ไทยมากกว่า 200 คน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ มุ่งสร้างความร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำอยู่ทุกปี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินงานวิจัย ส่งต่อข้อมูลการวิจัยสู่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐบาลเพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนากล่าวว่า วช. ให้ควา
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดประชุมวิชาการ สวก. 2562 เปิดเวทีวิชาการด้านการเกษตรครั้งยิ่งใหญ่ เชิญนักวิจัยและนักวิชาการด้านการเกษตรจากทั่วประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ พร้อมโชว์งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า 150 โครงการ ที่พร้อมนำไปขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้เข้มแข็งและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำการเกษตร ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “ประชุมวิชาการ สวก. 2562” ภายใต้แนวคิด “Beyond Disruptive Technology” จุดเปลี่ยนอนาคตไทย ด้วยงานวิจัยเกษตร จัดโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนการทำการเกษตรของประเทศสู่การทำการเกษตรที่ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรของไทย รวมทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเป
ปัจจุบัน ประเทศไทย มีความตื่นตัวทางด้านพลังงานทดแทนอย่างมาก รัฐบาลมีนโยบายรณรงค์สนับสนุนงานวิจัยเรื่องการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น รวมทั้งดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าเป็นระบบสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญ และถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน วช. ผลักดันต้นแบบชุมชนสีเขียว ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) ที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ภายใต้ชื่อ โครงการ “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ ศาสตราจารย์ ดร. ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณะ ที่มุ่งศึกษาวิจัยและนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีจากงานวิจัยด้านพลังงานไปใช้ในชุมชน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และใช้พลังงานให้เกิดประสิท
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) จัดการประชุมชี้แจงกรอบการวิจัย สวก. ประจำปีงบประมาณ 2563 ขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบการให้ทุนสนับสนุนการวิจัย พร้อมชู 7 คลัสเตอร์การเกษตรไฮไลท์ ได้แก่ ข้าว, ปาล์มน้ำมัน, อาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและการค้า, พืชสวนพืชไร่, สมุนไพรไทย, สัตว์เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ นอกจากนั้น ยังมุ่งนำเสนอการปรับบทบาทของ สวก. ในการดูแลรับผิดชอบโครงการวิจัยด้านการเกษตรครอบคลุมทุกคลัสเตอร์ในอนาคตอันใกล้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการการวิจัยภาคการเกษตรของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีนักวิจัย นักวิชาการ และผู้ประกอบการด้านการเกษตรของไทยให้ความสนใจลงทะเบียนร่วมงานจำนวนกว่า 800 ราย เพื่อให้พันธกิจของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) ในฐานะหน่วยงานให้ทุนส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยการเกษตร รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร และส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยการเกษตร เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา เปิดสถานีวิจัยลำตะคอง บริการจุดพักรถ 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2562 เชิญชวนช็อปผลิตภัณฑ์งานวิจัย วว. บริการสุขาเพื่อประชาชน จำหน่ายอาหาร/สินค้าโอท็อป 30 ร้าน พร้อมจุดเช็คอินถ่ายภาพทุ่งปอเทือง…ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 วว. ได้ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรม “Flora Tale @ วว. ลำตะคอง” ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2562 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเปิดบริการเป็นจุดแวะพักรถตลอด 24 ชั่วโมง จุดร่วมบริการตรวจเช็ครถยนต์เบื้องต้น พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานวิจัย วว. ภายใต้แบรนด์ Flora Tale อาทิ ผลิตภัณฑ์ครีมปกป้องแสงแดดและบำรุงผิวหน้าผสมสารสกัดใบบัวบก ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากเห็ด ผลิตภัณฑ์เจลสูตรลูกประคบ เครื่องดื่มน้ำมะนาวพร้อมดื่ม เป็นต้น นอกจากน
วันนี้ (11 มี.ค. 62) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดบ้านต้อนรับคณะรัฐมนตรีจากประเทศรัฐสุลต่านโอมาน นำโดย นายยูซุฟ บิน อลาวี บิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศ เข้าร่วมโครงการส่งเสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมยางด้านนวัตกรรมถนนผสมยางพารา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบถนนยางพารา ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งต่อยอดงานวิจัยร่วมกัน พร้อมผลักดันนวัตกรรมถนนยางพาราไทยสู่เวทีโลก นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมาน ในฐานะเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศ มีความสนใจเทคโนโลยีการผสมยางสำหรับทำถนนของไทย เนื่องจากถนนลาดยางพาราเป็นนวัตกรรมงานวิจัยที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับยางพารา เพราะประเทศไทยมียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจและผลิตมากที่สุดในโลก ถนนผสมยางพาราได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับชาติ ความโดดเด่นของการนำยางพาราผสมเพื่อทำถนนจะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติการทนความร้อนได้มากกว่าถนนยางมะตอยปกติ และมีค่าความยืดหยุ่นและคืนตัวดีกว่า มีความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่มากกว่า
ม. กาฬสินธุ์ เปิดงานวิจัย หงส์ดำ สัตว์คู่รักรับวาเลนไทน์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์วิจัยภูและฝึกอบรมสิงห์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดโครงการเลี้ยง หงส์ดำ (Black swan) ที่ถือเอาวันแห่งความรักเปิดตัวสัตว์ที่ครองคู่รักเดียวใจเดียว และกำลังเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนได้ โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ให้การสนับสนุน โดยมี ดร.จิรนันท์ อินทรีย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็นหัวหน้าคณะทำการวิจัยครั้งนี้ รศ.จิระพันธ์ กล่าวว่า หงส์ดำ เป็นสัตว์ที่อยู่ในแถบอากาศหนาว มีต้นกำเนิดที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งปกติจะพบมากคือ หงส์ขาว ส่วนหงส์ดำนั้นได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจ เพราะมีราคาสูง โดยมีการนำเข้าจากต่างประเทศมาเพาะเลี้ยงในประเทศไทยนานกว่า 20-30 ปีแล้ว มีความเชื่อมั่นว่าที่กาฬสินธุ์น่าจะเป็นอีกแหล่งเพาะเลี้ยง เพราะมีภูมิประเทศที่เหมาะสม อยู่ติดกับเขื่อนลำปาว สำหรับหงส์ดำปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมา
“ปลากะพงขาว” เป็นปลาน้ำกร่อย ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ในบริเวณเขตจังหวัดชายทะเล เนื่องจากเลี้ยงง่ายและเนื้อมีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันเกษตรกรยังต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนในการเลี้ยงปลากะพงขาว เนื่องจาก 60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการเลี้ยง เป็นค่าอาหาร ทั้งแบบการใช้ปลาสดจากธรรมชาติ และการใช้อาหารสำเร็จรูป นอกจากนี้ อาหารแต่ละชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการที่แตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้น การพัฒนาดัชนีชี้วัดการเจริญเติบโตของปลากะพงขาวที่ตอบสนองต่อโภชนาการ เพื่อให้ได้อาหารที่มีโภชนาการดีและทำให้ปลามีการเจริญเติบโตดี โดยเฉพาะส่วนของเนื้อปลากะพงขาวจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรได้ ทีมนักวิจัยกรมประมง จึงได้ศึกษา “การใช้หน่วยพันธุกรรม Insulin-like Growth Factor (IGF) และ Myostatin (MSTN) เพื่อเป็นดัชนีวัดการเจริญเติบโตประเมินคุณค่าทางอาหาร และกระตุ้นการเจริญเติบโตของปลากะพงขาว ดร. พิชญา ชัยนาค นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาปร
แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นผลงานวิจัยของ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร รศ.ดร. พรอนงค์ อร่ามวิทย์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย บอกว่า แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นการวิจัยและพัฒนาน้ำมะพร้าวแก่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร ที่ได้จากกระบวนการผลิตกะทิและไม่ได้รับความนิยมในการนำไปบริโภค “ประโยชน์หลักๆ ของน้ำมะพร้าวแก่ที่เห็นชัดตอนนี้คือ การนำไปทำวุ้นมะพร้าว ของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งจะทำออกมาจำหน่ายกันในราคาเพียง กิโลกรัมละ 4 บาท เท่านั้น” แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปริมาณน้ำมะพร้าวแก่นั้นมีอยู่มาก และยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดวิจัยการนำของเหลือทิ้งดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ และประสบความสำเร็จจนได้แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลส ที่มีราคาต่อหน่วยนับ 1 ชิ้น ตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยบาท และหากมีการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ โดยผ่านผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำของโลก ราคาในท้องตลาดจะเพิ่มไปเป็นหลักพันบาททีเดียว ผลงานการวิจัยชิ้นนี้ จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือใ
