จังหวัดชัยภูมิ
กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2562 – ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ที่สอดรับกับกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สามารถ ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมฯ จึงสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1% ของ GDP และคาดว่าจะขยับสู่ 1.5% ภายในปี 2564 โดยมีสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชน 80% และภาครัฐ 20% สะท้อนถึงความตื่นตัวของสองภาคส่วนสำคัญในการพยายามผลักดันให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนา ซึ่งยั่งยืนกว่าการแข่งขันด้วยราคาวัตถุดิบและแรงงานเป็นหลัก ในฐานะภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยเพื่อค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ
ความนิยมบริโภคอินทผลัมในบ้านเราขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับความสนใจจากตลาดผู้บริโภคในทุกระดับ นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกเป็นอย่างดี ผู้ปลูกอินทผลัมในระยะแรกยังมีไม่มาก เป็นรุ่นบุกเบิกที่กล้าได้กล้าเสีย เพราะคิดว่าเป็นพืชตัวใหม่ที่ต้องเติบโตในอนาคต แต่ภายหลังตลาดมีความชัดเจนและมีราคาขายที่สู้ได้ จึงทำให้เกิดผู้ปลูกรายใหม่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วยังพัฒนาเป็นกลุ่มก้อนคนรุ่นใหม่ที่ศึกษาวิธีปลูกอย่างละเอียด พร้อมดึงสื่อโซเชียลนำการขาย ตลอดจนสร้างมูลค่าอินทผลัม จากเพียงบริโภคผลสดไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคได้ทุกความต้องการ “เทพสถิต สวนอินทผาลัม” ตั้งอยู่ เลขที่ 212 หมู่ที่ 12 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ดูแลโดยคุณภีมพัฒน์ ภาณุพลเพชรรัตน์ หรือ คุณแจ็ค เป็นสวนอินทผลัมบนพื้นที่ จำนวน 15 ไร่ ปลูกอินทผลัมผลสดพันธุ์บาฮีเป็นหลัก นับเป็นสวนที่ดูแลบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ ทั้งเรื่องปุ๋ย น้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนทำให้สวนอินทผลัมน้องใหม่แห่งนี้สามารถสร้างผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์ มีคุณภาพ แม้สภาพอากาศในปีนี้จะแปรปรวน คุณแจ็ค ทำธุรกิจทัวร์ที่นำนักท่องเที่ย
นายสมมาตร ยิ่งยวด ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงตัวอย่างผลสำเร็จของการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ (Mega Farm Enterprise) ของจังหวัดชัยภูมิ ที่ได้มีการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง ตำบลถ้ำวัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำหน่ายผลผลิตในประเทศและส่งออกตลาดต่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางการค้าเข้าสู่จังหวัดได้เป็นอย่างมาก ยกระดับและต่อยอดจนเป็นที่ยอมรับของตลาด ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสินค้าที่ปลอดจากสารเคมีมากขึ้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลถ้ำวัวแดง เกิดขึ้นจากเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่ายในรูปแบบแปลงใหญ่ ในปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกรประมาณ 34 ราย พื้นที่รวม 220 ไร่ ได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และมีโรงงานคัดแยกแปรรูปที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งการผลิตกล้วยหอมทอง ทางกลุ่มฯ มีการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการ และวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ ซึ่งในแต่ละปีจะจัดสรรพื้นที่เพื่อผลิตกล้วยประมาณ 6 ร
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายรณรงค์ให้มีการค้นคว้า วิจัย รวมทั้งมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และมีการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น จนเป็นวาระแห่งชาติ เพราะพลังงานทดแทนมีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าจึงมีความสำคัญและถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานทดแทนในปัจจุบันยังคงมีปัญหาต่างๆ อีกมาก วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ ปีงบประมาณ 2559 ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองนโยบายรัฐบาล กลุ่มเรื่องพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ศาสตราจารย์ ดร.ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะ เพื่อศึกษาวิจั
จังหวัดชัยภูมิ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ จัดงาน “ทุเรียนโอโซนและสินค้าเกษตรคุณภาพดีเมืองพญาแล” ระหว่าง วันที่ 14-16 มิถุนายน 2562 ณ บริเวณสามแยกทางขึ้นอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป้าหมายการจัดงานครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ในครั้งนี้ คือ การเปิดตัว “ทุเรียนโอโซน” ราชาแห่งผลไม้ จากตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต ซึ่งมีพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 800 กว่าเมตร มีอากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น จึงได้ชื่อว่า “ทุเรียนโอโซน” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งรสชาติ หวาน กรอบ อร่อย ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนโอโซน จำนวน 375 ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 2,085 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 239 ไร่ ผลผลิตรวม 227 ตัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรเด่นแต่ละอำเภอของจังหวัดชัยภูมิได้แก่ ส้มโอ จากอำเภอบ้านแท่น และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ กล้วยหอมทอง มะม่วงน้ำดอกไม้ จากอำเภอหนองบัวแดง ผลิตภัณฑ์เสื่อกก จากอำเภอเนินสง่า พืชผักปลอดภัย ผักอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ จากกลุ่มเกษต
“ส้มโอ” เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงและเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ส้มโอบ้านแท่นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ เปลือกบาง ผิวสวย เนื้อมีปริมาณมาก รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี และมีกลิ่นหอม เคยคว้ารางวัลชนะการประกวดส้มโอ อันดับ 1 ระดับประเทศมาแล้ว ว่าที่พันตรีวิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปที่หมู่บ้านหนองผักหลอด ตำบลบ้านแท่น ซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอที่มีชื่อเสียงของอำเภอบ้านแท่นพร้อมพูดคุยกับ คุณบุญมี นามวงศ์ เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่น คุณจักรินทร์ รัตนประทุม คุณสมสี พลนิกร และสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่นอีกหลายท่าน จุดกำเนิด “ส้มโอบ้านแท่น” เมื่อปี 2530 คุณบุญมี นามวงศ์ (โทร. 082-749-9785) ได้นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง เมื่อสินค้าไปถึงตลาด ปรากฏว่า ผลผลิตเสียหาย และขายได้ราคาถูก ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่นำมาวางขายในตลาดเดียวกัน กลับขายได้ราคาสูงและผลผลิตไม่เสียหายในระหว่างการขนส่ง แถมมีอายุจำหน่ายยาวนานกว่ามะม่วง คุณบุญมี จึงเกิด
