จังหวัดตรัง
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร “ตรังยุทธจักรอาหารอร่อย 2024” โดยมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง และประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดตรัง ร่วมแถลงข่าว และมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมงานในครั้งนี้ ณ ห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ตรัง ตรังเป็นจังหวัดที่มีจุดเด่นและมีศักยภาพในฐานะเมืองท่องเที่ยว มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เกาะกระดานมีชายหาดที่ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก มีวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่น เป็นดินแดนพหุวัฒนธรรมในหลายชาติพันธุ์ ประกอบด้วย ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึง มีอาหารอร่อยหลากหลายเมนูที่มีชื่อเสียง นับเป็นต้นทุนสำคัญในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัจจุบันจึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดงาน “ตรัง ยุทธจักรอาหารอร่อย ประจำปี 2567” จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง
ชาวประมงพื้นบ้านหมู่ที่ 4 บ้านเกาะเคี่ยม ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นำเรือออกหากุ้งเคยบริเวณริมตลิ่งใกล้รากไม้ในป่าชายเลนหรือป่าโกงกางซึ่งจะได้กุ้งเคยจำนวนมากในฤดูกาลหากุ้งเคย ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคมของทุกปี กุ้งเคยเป็นกุ้งขนาดเล็ก ตัวสีขาวใส ขนาดความยาวไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร และมักหากินรวมกันเป็นฝูงในระดับความลึกตั้งแต่ 50 เซนติเมตร-1.5 เมตร วิธีการหากุ้งเคย แค่ใช้คันไม้ไผ่คู่ ความยาวประมาณ 7 เมตร เย็บถุงอวนตัดกับไม้ไผ่ ติดตั้งไว้หน้าหัวเรือ เวลาใช้ก็กางไม้ไผ่ออกเป็นเป็นช่องตรงกลาง แล้วเดินไปเรื่อยๆ เพื่อให้กุ้งเคยเข้ามาติดในถุงอวนให้มากที่สุด ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็จะได้กุ้งเคยจำนวนมาก ในช่วงเช้าชาวบ้านใช้เรือออกหากุ้งเคยไม่ต่ำกว่า 15 ลำ เพื่อจะได้หมักกุ้งเคยตากแดดได้ทันในช่วงเวลาที่เหลือ เรือแต่ละลำจะหากุ้งเคยได้ตั้งแต่ 50-200 กิโลกรัม นำไปขายให้กับแม่ค้าในหมู่บ้าน ราคากิโลกรัมละ 30 บาท หากนำไปทำกะปิจะขายได้ราคาสูงขึ้น การทำกะปิของชาวประมงพื้นบ้าน เดิมจะใช้เกลือ 15-20% ของน้ำหนักกุ้งเคย เพื่อรักษากุ้งเคยให้เก็บไว้ได้นาน และใช้น้ำตาล ผงชูรส เพิ่มรสชาติ แต่งสี และใส่
วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เป็นประธานพิธีเปิดงานย้อนวันวานเมืองเก่าย่านตาขาว ตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง ประจำปี 2567 ณ หัวสะพานเก่าอำเภอย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง โดยมี นายจารุ สุนทรนนท์ รองนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว กล่าวรายงาน การจัดงานย้อนวันวานเมืองเก่าย่านตาขาว ตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรังครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ ในพื้นที่ชุมชนเมืองเก่าจังหวัดตรัง ให้กลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ กิจกรรม การท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการร่วมกันอนุรักษ์เมืองเก่า และสืบทอดวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของจังหวัดตรัง โดยแยกเป็นอัตลักษณ์ตามพื้นที่ท้องถิ่น ให้คงอยู่คู่กับจังหวัดตรังต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์รวมความสุขของคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ได้ออกมาร่วมทำกิจกรรม ได้มาเป็นหนึ่งในนิทรรศการที่มีชีวิต ให้ลูกหลาน คนรุ่นหลังได้ย้อนอดีต ย้อนวันวาน จากประสบการณ์ของปู่ย่าตายาย และอีกประการหนึ่งคือเป็นการสร้าง
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณห้องโถง ศาลากลางจังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวตรัง ร่วมกิจกรรมปกป้องสถาบันและถวายกำลังใจ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อน้อมแสดงความจงรักภักดีและขอแสดงจุดยืนด้วยชีวิต ในการพิทักษ์ รักษา ปกป้องมิให้บุคคลใดมาดูหมิ่นเหยียดหยามพระเกียรติของพระองค์ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย โดยประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกล่าวถวายความจงรักภักดี โดยมีใจความว่า “จังหวัดตรัง ขอพระราชทานน้อมแสดงความจงรักภักดี แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และขอแสดงจุดยืนด้วยชีวิต ในการพิทักษ์ รักษา ปกป้องมิให้บุคคลใดมาดูหมิ่นเหยียดหยามพระเกียรติของพระองค์ ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วทั้งประเทศไทยและทั่วโลก ได้รวมพลังกันในการแสดงความจงรักภักดี ด้
จังหวัดตรัง เริ่มงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2024 หรืองานแต่งงานใต้ทะเลครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์นี้ เริ่มด้วยขบวนรถตุ๊กๆ หัวกบจำนวน 12 คัน แห่คู่บ่าวสาวจำนวน 12 คู่ไปรอบตลาดสดเทศบาลนครตรัง ก่อนแห่ขบวนขันหมากที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ อดีตเจ้าเมืองตรัง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 จังหวัดตรัง เริ่มงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2024 หรืองานแต่งงานใต้ทะเล ต้อนรับวันวาเลนไทน์ ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 27 แล้ว เริ่มด้วยขบวนรถตุ๊กๆ หัวกบจำนวน 12 คัน แห่คู่บ่าวสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรวม 12 คู่ เป็นชาวไทย 9 คู่, ชาวจีน 1 คู่, ชาวมาเลเซีย 1 คู่ และไทย-อินโดนีเซีย 1 คู่ โดยแห่ไปรอบตลาดสดเทศบาลนครตรัง เพื่อให้คู่บ่าวสาวได้ชมวิถีชีวิตชาวเมืองตรัง โดยการนั่งรถตุ๊กๆ หัวกบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตรังและเป็นรถประจำทางที่ไม่เหมือนใคร หนึ่งเดียวในประเทศ ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีแห่ขบวนขันหมาก ที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง โดยนำสินสอด ทองหมั้น และแหวนเพชรไปสู่ขอเจ้าสาวด้วย จากนั้นจึงมีการให้คู่บ่าวสาวลอดซุ้มประตูวิวาห์และลั่นระฆั
หากใครกำลังมองหาสถานที่รับลม นอนชมดาว และทะเลหมอกสวยๆ ต้องไม่พลาดผาเหนือเมฆ จังหวัดตรัง แห่งนี้ ผาเหนือเมฆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวผจญภัยแห่งใหม่ของจังหวัดตรังที่ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ช่วยกันบุกเบิกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ไฮไลต์ของที่นี่คือทะเลหมอกที่สวยงาม โดยนักท่องเที่ยวจะพบได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ของทุกปี และการเดินทางผ่านเส้นทางธรรมชาติด้วยระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งลักษณะทางเดินค่อนข้างชันเล็กน้อยและมีบางช่วงต้องไต่เชือกเพื่อช่วยพยุงตัวขึ้นไป แต่ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมากและด้วยธรรมชาติที่สวยงามระหว่างทางเดินนักท่องเที่ยวก็สามารถมาถึงจุดชมวิวจุดแรกได้แบบชิลๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดยผาเหนือเมฆแห่งนี้มีจุดชมวิวอยู่จำนวน 4 จุด ดังนี้ ผาเหนือเมฆ เป็นจุดที่อยู่ทางทิศใต้ของแนวผาซึ่งสามารถรับชมทะเลหมอกที่สวยงามพร้อมกับทิวเขาน้อยใหญ่ที่อยู่ทางด้านล่าง นอกจากนี้ ยังสามารถเห็นวิวของทะเลฝั่งอันดามันได้อีกด้วย ยิ่งหากใครสนใจขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกดิน จุดนี้จะเป็นจุดที่สวยและเหมาะแก่การกางเต็นท์พักค้างคืนที่สุด ผาหินตั้ง แยกมาลงมาจากผาเหนือเมฆประมาณ 50 เมตร ก็จะพบกับโขดหินลักษณะคล้ายก
บ้านแหลมไทร ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นชุมชนที่อยู่ติดทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงแบบพื้นบ้านด้วยเรือหางยาวขนาดเล็กเป็นอาชีพหลัก โดยวางอวนจับปู กุ้ง และปลาทราย เนื่องจากแหล่งหญ้าทะเลเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในทะเล ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศป่าชายเลนและแนวประการัง โดยแหล่งหญ้าทะเลเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งวางไข่ และอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนของสัตวน้ำนานาชนิด ต่อมาเกิดปัญหาความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นกับแหล่งหญ้าทะเลจากการทำประมง ตลอดจนการพัฒนาแหล่งชุมชนซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำที่อาศัยและพึ่งพาระบบนิเวศของแหล่งหญ้าทะเล ผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านจับสินค้าสัตว์น้ำได้น้อยลง มีรายได้น้อยลง นายวสันต์ เตะเส็น ผู้ใหญ่บ้านแหลมไทร เป็นแกนนำรวบรวมชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนประมงพื้นบ้านแหลมไทร หมู่ที่ 3 ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมประมง ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการเฝ้าระวังรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ส่งเสริมการทำประมงพื้นบ้านเชิงอนุรักษ์ การบริหารทรัพยากรทางทะเลและชา
สองสามีภรรยาลาออกจากพนักงานบริษัท หันมาปลูกมะเขือเทศกินผลสดเนื้อที่แค่ 1 ไร่ ในโรงเรือน ปลอดภัยจากสารเคมี ทำลูกค้าสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ 20,000-30,000 บาท ต่อเดือน ฟาร์มสวนผักข้างบ้าน ณ บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 3 ตำบลนาบินหลา อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สองสามีภรรยาอดีตพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ ตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดตรัง โดยใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ทำโรงเรือนขนาดความกว้าง 5 เมตรครึ่ง และยาว 7 เมตร ปลูกมะเขือเทศกินผลสดทั้งลูกสีแดงและสีเหลืองหลากสายพันธุ์ จำนวน 160 ต้น โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถเก็บมะเขือเทศขายได้ในราคากิโลกรัมละ 250 บาท ขายทั้งที่บ้านและทางออนไลน์ สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 20-25 กิโลกรัม สร้างรายได้ตั้งแต่ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากลูกค้ากินแล้วติดใจเพราะมีรสชาติดี เนื้อแน่น ผลใหญ่ ผิวสวย และยังปลอดภัยจากการใช้สารเคมี แถมยังเปิดโรงเรือนให้ลูกค้าเข้ามาเที่ยวชม เลือกเก็บ และกินมะเขือเทศผลสดกันได้ทุกวัน โดยปลูกมาประมาณ 8-9 เดือนแล้ว และเก็บลูกมะเขือเทศขายเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะขายคู่กับผ
วันที่ 7 กันยายน 2565 นางแพรวพรรณ ทองพิทักษ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่แปลงปาล์มน้ำมันอายุ 8 ปี เนื้อที่ 6 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ของนายระบิล คล้ายนอง ซึ่งกำลังประสบปัญหาการเข้าทำลายของด้วงแรดกระจายทั่วทั้งแปลง แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแห่งนี้ พบการทำลายของด้วงแรดกัดเจาะโคนทางใบต้นปาล์ม จนหักโค่นพร้อมกัดเจาะทำลายยอดอ่อน ทำให้ใบที่เกิดใหม่แคระแกรน ไม่สมบูรณ์ มีด้วงแรดเข้ามาวางไข่ ทำให้ทางใบปาล์มน้ำมันเกิดโรคยอดเน่า ทำให้ต้นปาล์มน้ำมันตายในที่สุด ในเบื้องต้นสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวแนะนำให้เกษตรกรควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยใช้กับดักฟีโรโมนที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง เพื่อล่อจับตัวเต็มวัยของด้วงแรด โดยนำถังที่ติดแผ่นฟีโรโมนเหนือถังไปแขวนให้สูงจากพื้น 3 เมตรขึ้นไป กับดักฟีโรโมน จะดึงดูดให้ด้วงแรดบินชนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดซึ่งเป็นต้นกำเนิดกลิ่น ทำให้ด้วงแรดตกลงในถัง (เนื่องจากด้วงแรดไม่สามารถบินขึ้นในแนวดิ่งทันทีได้ จึงอยู่ภายในกับถังดัก) จากนั้นเกษตรกรสามารถเก็บด้วงแรด
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช นำโดย ผศ.ดร. น้อมจิตต์ แก้วไทย อันเดร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย พร้อมด้วย อาจารย์จิระนาถ รุ่งช่วง และอาจารย์สุวิจักขณ์ ห่านศรีวิจิตร ร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมี นางสาวสุมนรัตน์ ตรึกตรอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ระดับชำนาญการ จัดเวทีชุมชน ครั้งที่ 2 โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วง เพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมการพัฒนากลุ่ม/เครือข่าย ณ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 2 ตำบลนาหมื่นศรีอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง, ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 10 ตำบลนาพละ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง และวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ตำบลนาวง หมู่ที่ 9 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง โดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มและจัดทำแผนพัฒนากลุ่ม มีทีมอาจารย์จากคณะอุตสาหกรรมเกษตรเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เกษตรกร เรื่องเทคโนโลยีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าวเบายอดม่วง ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อชะลอความแก่และสารต้านมะเร็งสูง ตัวอย่างผลิ
