จังหวัดน่าน
คึกคัก น่าน-เปิดงาน “น่านเมืองกาแฟ” 3-5 พฤษภาคม 2567 ณ ถนนคนเดินเมืองน่าน ประสบความสำเร็จคนสนใจจำนวนมาก งานจัดภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก พัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย พัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมกาแฟน่านสู่ตลาดสากล คอนเซ็ปต์งานคือ “Let the Coffee Talk to you ให้กาแฟพูดกับคุณ” มีผู้ประกอบการการกาแฟผ่านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ร่วมโครงการ 20 ราย จาก 7 พื้นที่ ใน 6 อำเภอ กระตุ้นเศรษฐกิจ สานต่อความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกาแฟน่านให้เป็นจังหวัดที่ผลิตกาแฟที่ดีที่สุด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ลานข่วงน้อย ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด “น่านเมืองกาแฟ” ที่จัดขึ้น ระหว่างวันศุกร์ที่ 3 – วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2567 เป็นกิจกรรมภายใต้ โครงการ เกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก พัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยกิจกรรมย่อย การพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมกาแฟน่านสู่ตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดย นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน นายชัยนรงค์
“BEDO หนุนวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร สร้างรายได้ ยกระดับท่องเที่ยวชีวภาพ และควบคู่การอนุรักษ์ย่างยั่งยืน จังหวัดน่าน” สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO (เบโด้) ให้การส่งเสริมด้าน “พัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการท่องเที่ยวชีวภาพ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้แนวคิด BEDO-BCG ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในจังหวัดน่าน ส่งมอบองค์ความรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน นายสุวีร์ งานดี รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ เบโด้ (BEDO) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า น่านเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรชีวภาพที่หลากหลาย ระบบนิเวศธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ เบโด้ได้เข้ามาส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่น่าน “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก” อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ที่เบโด้ได้เข้ามาสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นองค์กรบริหารส่วนตำบล ร่วมมือกลุ่มนักวิชาการ และมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา น่าน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้พึ่งพาตนเองและสร้าง
เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์จังหวัดน่าน คืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดอาคาร “น่านปันสุข”/Shared service เครื่องสกัดสารสมุนไพรระดับชุมชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ศ.พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) พร้อมด้วย ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว.และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการดำเนินโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วย Shared service เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์จังหวัดน่าน “คืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน Sustainable Creation of Shared Values” พร้อมทั้งเป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร “น่านปันสุข” และ Shared service เครื่องสกัดสารสมุนไพรระดับชุมชน ณ วิสาหกิจชุมชน ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โอกาสนี้ ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานร่วมคณะกรรมการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดน่าน ผู้บริหาร วว. และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำชมผลสำเร็จการดำเนินงานนำ วิทยา
(3 ธ.ค. 2563) ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรและพืชอัตลักษ์ของจังหวัดน่าน” ระหว่าง ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นายนิวรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และ นายชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนชีววิถี โอกาสนี้ปลัดกระทรวง อว. ได้ร่วมฟังการเสวนาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานร่วมคณะกรรมการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดน่าน ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ร่วมแสดงความคิดเห็นในการเสวนา พร้อมเยี่ยมชมอาคาร “น่านปันสุข” และ Shared service เครื่องสกัดสารสมุนไพรระดับชุมชนผลงานพัฒนาของ วว. โดยมีคณะทำงานโครงการ Thai Cosmetopoeia
นายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณความต้องการใช้เมล็ดกาแฟเฉลี่ย 78,953 ตัน/ปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.48 เนื่องจากกระแสความนิยมดื่มกาแฟคั่วบด และกาแฟสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เพียง 26,161 ตัน/ปี (ร้อยละ 33) โดยในปี 2562 ประเทศไทยส่งออกกาแฟสำเร็จรูปได้เพิ่มขึ้น 22,928 ตัน มูลค่า 2,633 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 11 ของโลก (ข้อมูลจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) “กาแฟ” จึงนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคต (Future Crop) โดยเฉพาะจังหวัดน่านซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เป็นพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700 เมตร และอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ 18-25 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเพาะปลูก ที่สำคัญกาแฟน่านมี อัตลักษณ์โดดเด่นเรื่องรสชาติ และความหอม ประกอบกับจังหวัดน่านได้มีแผนพัฒนากาแฟที่มุ่งเน้นส่งเสริมการปลูกกาแฟคุณภาพตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) และยกระดับกาแฟน่านภายใต้ Nan Brand สร้างมูลค่าทางการค้าให้กับจังหวัดในแต่ละปีจำนวนมาก หากมองถึงส
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการ “Shared service วว. ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งจะเป็นต้นแบบของครัวชุมชน นวัตอัตลักษณ์โดย วว. แชร์ ใช้ ทุกคนได้ประโยชน์ และวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการภายใต้โครงการ Thai Cosmetopoeia จังหวัดน่าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นต้นแบบของระบบสกัดต้นแบบ นับเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่อีกทั้งส่งเสริมแนวคิดโครงการครัวชุมชนฯ ที่มุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของ วว. ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของชุมชน รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้มีช่วยเหลือแบบเพื่อนช่วยเพื่อนในชุมชนแบ่งปันอุปกรณ์ แบ่งปันความรู้ สร้างความยั่งยืนของชุมชน สังคมชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ณ จังหวัดน่าน
อาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในอำเภอท่าวังผา ส่วนใหญ่ถนัดปลูกพริกและฟักทอง แต่วันนี้ได้รับโอกาสจาก สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ เข้ามาสนับสนุนต่อยอดผลผลิตของเกษตรกร โดยการยกระดับไปสู่การแปรรูปพืชผักซึ่งเป็นผลผลิตภายในชุมชน ด้วยการนำมาอบแห้งและบดละเอียดเป็นผงบรรจุซองสุญญากาศจำหน่าย ซึ่งผักบางชนิดสามารถนำไปชงดื่ม และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อสะดวกต่อผู้บริโภค นายพนมเทียน พินิจทะ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สหกรณ์ก่อตั้งเมื่อปี 2532 เดิมมีสมาชิกเพียง 100 คน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1,200 คน ธุรกิจหลักคือการรวบรวมผลผลิตการเกษตรจากชาวบ้านในพื้นที่ การ แปรรูป และการให้สินเชื่อเพื่อการทำการเกษตร มูลค่าธุรกิจปัจจุบันประมาณ 30 ล้านบาท รายได้ของสหกรณ์ 80% มาจากการส่งเสริมอาชีพการผลิตพืชผัก และการบริการปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิก ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเคมีเกษตร ซึ่งสมาชิกกว่า 500 คน มีอาชีพในการปลูกผักขาย พืชหลัก ได้แก่ พริกสด พริกซอส พริกแห้งปลอดสาร พริกป่นปลอดสาร ฟักทอง และฟักเขียว ฯลฯ โดยสหกรณ์จะมีการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงปฏิญญาร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินทรฯ สยามบรมราชกุมารี” ของจังหวัดน่าน ซึ่ง สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ได้รับแต่งตั้งในคณะทำงานด้านการเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ได้ร่วม ลงนามในปฏิญญาดังกล่าวกับส่วนราชการต่างๆ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ซี่งมี นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงาน เป็นประธาน การลงปฏิญญาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานระหว่างส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ และร่วมการจัดทำแผนภายใต้โครงการฯ ในส่วนของภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในทุกมิติ ทั้งด้านความหลากหลายของทรัพยากรจากธรรมชาติของภูฟ้า เช่น สัตว์บก สัตว์น้ำ แมลง พืชอาหาร พืชสมุนไพร พืชใช้ประโยชน์ เห็ด แหล่งท่อง
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดน่าน ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเหนียวนาปี และลำไย ซึ่งแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) พบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีพื้นที่เหมาะสมมาก (S1) และ เหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการผลิต จำนวน 60,764 ไร่ และพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) และไม่เหมาะสม (N) จำนวน 460,069 ไร่ ข้าวเหนียวนาปี พื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง จำนวน 97,624 ไร่ พื้นที่เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม จำนวน 99,832 ไร่ และลำไย พื้นที่เหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง จำนวน 24,236 ไร่ ในขณะที่พื้นที่เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม จำนวน 22,406 ไร่ สำหรับพื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลาง ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมส่งเสริมและพัฒนาโดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่มาตรฐาน ควบคู่กับการสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งและพัฒนาระบบการบริหารจัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การผลิตในพื้นที่เ
ประกาศผลแล้ว สสว. จับมือ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศ : Excellence Center ด้านเกษตรและด้านการพัฒนาชุมชน จัดงาน “สุดยอดผลิตภัณฑ์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน & Product Champion 2019” เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายให้กับผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน รวมกว่า 400 ราย จากทั่วประเทศ พร้อมกับนำร่อง อุ่นเครื่องด้วยการโชว์ 2 สุดยอดผลิตภัณฑ์ (Product Champion) ที่ได้รับการพัฒนาและผ่านการคัดสรรโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 15-18 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00-22.00 น. ลานเมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม โดยสุดยอดสองผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวก่อน ได้แก่ “ขวัญธารา” ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน และ “Noble Sense” Coconut oil ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา จ.น่าน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากมะไฟจีน แบรนด์ ขวัญธารา จากวิสาหกิจชุมชนขวัญธารา จ.น่าน เป็นต้นแบบของนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นบนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องสำอางผลไม้มะไฟจีน ถือเป็นพืชสมุนไพรอัตลักษณ์ของ จ.น่าน ที่มีวิตามินซี คอลลาเจน ช่วยลดอาการอักเสบ และใบยังมีน้ำมันหอมระเหยอีกด้วย พ
