จังหวัดน่าน
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงขุนสถาน ตั้งอยู่ที่บ้านแสนสุข หมู่ที่ 9 ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พื้นที่ของหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์โซนซีทั้งหมด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 700-1,726 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ประชากรบ้านขุนสถาน 198 ครัวเรือน และบ้านแสนสุข 182 ครัวเรือน ประชากรเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาชีพและรายได้หลักจากการเกษตร ในระยะแรกจะประกอบอาชีพการปลูกข้าวโพดและกะหล่ำปลีและปลูกข้าวไร่เป็นส่วนใหญ่ ต่อมาโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงขุนสถาน ได้เข้าไปดำเนินงานโดยนำรูปแบบของโครงการหลวง เข้าไปพัฒนาชุมชนบนที่สูงครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนได้รับความรู้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติสิ่งแวดล้อมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการฯ ขุนสถาน ได้จัดงาน “สืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ย
ชื่อของจังหวัด “น่าน” ถูกบรรจุเป็นแหล่งท่องเที่ยวในใจนักท่องเที่ยวมากขึ้น ด้วยจุดขายเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมอันเก่าแก่ เสน่ห์เมืองเนิบช้า Slow City คือคำตอบสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยวจริงๆ เป็นระยะทางถึง 668 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงน่าน เมืองที่เป็นจุดสิ้นสุดชายแดนเชื่อมกับ สปป. ลาว ดังนั้นการเดินทางย่อมต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงเป้าหมาย ตอกย้ำว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต้องเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเสพความเรียบง่าย วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม และความเป็นธรรมชาติจริงๆ แม้ว่าโครงสร้างเมืองปัจจุบันจะกลายโฉมไปทีละน้อย ทั้งการเปิดโรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านกาแฟ ฯลฯ ก็ตาม ความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นมากมายนี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังคิดหนัก เป็นห่วงจังหวัดน่านว่าจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกกระแสโหมทับของนักท่องเที่ยวจนเกิดภาวะเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ เช่น ที่ปาย เป็นต้น ทว่ามีแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองน่านราว 60 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คือ “ปัว” อำเภอเล็กๆ กลางหุบเขา ซึ่งหากใครเดิ
“น่าน” เป็นหนึ่งในเสน่ห์มนตราแห่งลานนา “แอ่วน่านม่วนไจ๋” ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เพราะน่านเป็นเมืองแห่งความสุข สงบ สะอาด มีแหล่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ พืชไร่ไม้ผลก็มากมี รสชาติอาหารพื้นเมืองก็อร่อยเด็ด ชาวเมืองน่านน่ารัก มีน้ำใจ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้ผู้มาเยือนหลายราย “ตกหลุมรัก” Slow Life Slow City ของเมืองน่านอย่างถอนตัวไม่ขึ้น อย่างเช่น “บัณฑูร ล่ำซำ” เจ้าสัวใหญ่ผู้กุมบังเหียนธนาคารกสิกรไทย ที่ย้ายสำมะโนครัวมาเป็นพลเมืองน่านแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นต้นแบบชุมชนแห่งการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพได้อย่างยั่งยืน ปี 2550 ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ได้นำวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ประโยชน์ และใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่ได้นอกจากจะปลอดภัยต่อผู้ใช้ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน และสร้างโอกาสมีรายได้สู่ชุมชน กิจการกลุ่มชีววิถีเป็นธุรกิจชุมชนในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ซึ่งชาวบ้านทุกคนถือหุ้นเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน บริหารงานอย่างเป็นระบบ มีการคัดเลือกคณะกร
ปัจจุบัน มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวนกว่า 12 ล้านคน องค์กรสตรี กว่า 15,000 องค์กร สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ แก่กลุ่มสตรี กว่า 26,000 โครงการ เป็นเงิน 3.1 พันล้านบาท ส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่าย กว่า 5,000 โครงการ เป็นเงิน 339 ล้านบาท นายปรีชา กิตติสัตยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปิดเผยว่า แม้สังคมไทยจะให้ความสำคัญกับบทบาทสตรีในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงมีการยอมรับในความเท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิง มากขึ้น แต่ปัจจุบันยังคงมีสตรีถูกเลือกปฏิบัติและขาดความเสมอภาคอยู่มาก รัฐบาลจึงมีนโยบาย จัดตั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” เพื่อส่งเสริมศักยภาพและบทบาทของสตรีในทุกด้าน รวมทั้งมุ่งลดผลกระทบจาก ปัญหาสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวหรือขาดโอกาสในสังคม โดยมีสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (สกส.) กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนภารกิจ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นกองทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้สตรีได้เข้าถึงแหล่งทุน หรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูงสุดโครงการละ 200,000 บาท ดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ต่อปี นำไปประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้
” จังหวัดน่าน ” กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทั้งตัวเลขผืนป่าที่ลดลงกลายเป็นไร่ข้าวโพดและภูเขาหัวโล้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนเมืองน่านแล้ว ยังส่งผลกระทบถึงคุณภาพชีวิตคนที่อยู่ปลายน้ำ ที่อาศัยน้ำกินน้ำใช้ในลุ่มเจ้าพระยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ … น่ี่คือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่คนไทยต้องช่วยกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน • จังหวัดน่านมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าต้นน้ำและภูเขา มีจำนวนพื้นที่ทั้งหมด 7, 51,585.93 ไร่ ในปี 2507 มีเขตพื้นที่ป่าตามกฎหมาย 6,435,792.16 ไร่ หรือร้อยละ 84 และมีพื้นที่นอกเขตป่าไม้ 1,215,793.77 ไร่หรือร้อยละ 16 • ในปี พ.ศ. 2556 มีจำนวนพื้นที่ป่าไม้เมืองน่านทั้งหมด 4,892,272.80 ไร่หรือร้อยละ 66 (เอกสารงานสัมมนาวิชาการ“รักษ์ป่าน่าน” 2557) ปริมาณป่าไม้ที่ลดลงเป็นจำนวนมากในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการทำเกษตรกรรม มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้อมูลสถิติจากลุ่มงานสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ปี 2554 พบว่า จังหวัดน่านมีการนำเข้าสารเคมี ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีป
