ชาวนา
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ปรากฏว่าในบางพื้นที่ของ จ.อุทัยธานี กลับไม่มีฝนตกลงมา ส่งผลให้แปลงนาข้าวของเกษตรกรโดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวนอกเขตชลประทาน ที่ได้ทำการไถหว่านไปก่อนหน้านี้ อายุได้เพียง 10 วัน กำลังขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว เช่น พื้นที่นาข้าวของ ต.หนองกลางดง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ที่ขณะนี้นาข้าวหลายร้อยไร่ กำลังขาดน้ำอย่างหนักจนมีสภาพแห้งแตกระแหง คาดว่าอีกเพียงไม่กี่วัน ต้นข้าวดังกล่าวจะยืนต้นตาย ส่อเค้าว่าการทำนาปีนี้ชาวนาในพื้นที่ท้ายน้ำมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนกันตั้งแต่ต้นฤดูกาล ด้าน ชาวนาบางรายเร่งหาวิธีแก้ไขเป็นการเฉพาะหน้า โดยไม่รอฝนที่จะตกลงมาตามฤดูกาล เพราะหวั่นต้นข้าวดังกล่าวจะยืนต้นตายได้รับความเสียหายไปจนหมด จึงพากันระดมเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งเพื่อสูบน้ำตามแหล่งน้ำ ลำคลองธรรมชาติต่างๆ ที่ยังพอมีน้ำขังอยู่บ้าง เพื่อให้แปลงนามีน้ำพอไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้รอดตาย เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ผลผลิตไปจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยว ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 28 มีนาคม ความคืบหน้ากรณีชาวนา จ.ชัยนาท เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บนถนนวงษ์โต ตัวเมืองชัยนาท เพื่อประท้วงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ชัยนาท ที่ไม่ทำตามข้อตกลงที่เกษตรกรได้ทำไว้กับ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 จำนวน 3 ข้อ คือ ธ.ก.ส. จะชะลอการฟ้องร้องเกษตรกรออกไปก่อน ส่วนของคดีที่ถึงที่สุดจะชะลอการบังคับคดีออกไปก่อน และส่วนของคดีที่มีผลบังคับยึดทรัพย์ไปแล้ว ให้ชะลอการขายทอดตลาดออกไปก่อนนั้น แต่มีเจ้าหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ชัยนาท ไม่เคารพข้อตกลงดังกล่าว ยังคงเดินหน้านำเอกสารบังคับยึดทรัพย์ไปบังคับให้ชาวนาเซ็นยินยอม จนมีผู้สูงอายุถึงกับช็อกและล้มป่วย เพราะถูกบังคับให้เซ็นเอกสารยอมให้ยึดที่ดินทำกินนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางตัวแทน ธ.ก.ส. จากสำนักงานใหญ่ ได้เดินทางมาเจรจากับตัวแทนผู้ชุมนุม ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดย ธ.ก.ส. อ้างถึงระเบียบและข้อกฎหมายที่จะต้องดำเนินการบังคับหนี้ และต้องหารือในรายละเอียดกับผู้จัดการสาขาแต่ละสาขาในการดำเนินการหากจะมีการประนอมหนี้ แต่คณะอ้างว่ายังติดต่อกับผู้จัดการสา
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ที่วัดทุ่งสงวน ต.แดนสงวน อ.ระโนด จ.สงขลา นายถาวร แซ่อิ้ว ประธานชมรมชาวนาข้าว จ.สงขลา และชาวนา 300 คน ได้ยื่นหนังสือให้นายประสงค์ พีรธรากุล เกษตร จ.สงขลา และนายรุ่งโรจน์ และสุบ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม นายสุรชัย วงศ์ศุภลักษณ์ นายอำเภอระโนด ผู้แทน ธ.ก.ส.สงขลา และ นายก อบต.แดนสงวน เป็นผู้แทนในการรับเรื่องร้องเรียนขอให้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ อ.ระโนด ที่หว่านข้าวแล้วได้รับความเสียหายจากฝนตกหนัก นายถาวรกล่าวว่า เกษตรกร 1,352 ราย พื้นที่ 20,351 ไร่ ได้รับความเดือดร้อนจากการทำนาข้าว เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันช่วงวันที่ 7-15 มกราคม 2561 ทำให้ข้าวที่หว่านเสียหาย ต้องหว่านใหม่ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น มีความประสงค์ให้ภาครัฐช่วยเหลือ ให้ชดเชยค่าเมล็ดพันธุ์หรือจัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวหว่าน 3 วันก็เสียหาย นายประสงค์กล่าวว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือตามระเบียบได้ จังหวัดจะได้พิจารณาหาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมอีกครั้ง ทั้งนี้ เนื่องจากการขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวหว่านจะต้องไม่น้อยกว่า 15 วัน ทำให้ชาวนาไม่ได้รับสิทธิในการเยียวยาช่วยเหลือ ที
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการข้าวอยู่ระหว่างเปิดการรับสมัครเกษตรกรที่เข้าร่วม โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ปี 2561 จำนวน 300,000 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2560 โครงการนี้ดำเนินการ 3 ปีภายใต้เป้าหมาย 100,000 ไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยรายได้ เพราะจากการผลิตข้าวระบบอินทรีย์ที่ทำให้ผลผลิตลดลงในระยะเริ่มต้นของการผลิตระบบอินทรีย์ โดยสนับสนุนเงินอุดหนุนต่อเนื่อง 3 ปี ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาให้เงินอุดหนุนตามข้อกำหนดมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ล่าสุดมีเกษตรกรที่ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 52 จังหวัด เกษตรกร 1,946 กลุ่ม จำนวน 45,607 ราย พื้นที่ 487,105.80 โดยขั้นตอนต่อไปศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวจะดำเนินการกลั่นกรองข้อมูล เอกสารต่างๆ ให้ถูกต้องตามเงื่อนไขโครงการและนำเสนอ chief of Operation จังหวัดเห็นชอบภายในวันที่ 28 ก.พ. 2561 ทั้งนี้เงื่อนไขโครงการของปี 2561 ที่สำคัญได้แก่ พื้นที่ของเกษตรกรจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง มีทะเบียนเกษตรกร เป็นสมาชิกธ.ก.ส. พื้นที่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าวอินทร
พิษณุโลก – หลังจากทางจังหวัดพิษณุโลก เปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวสารมาวางจำหน่ายในตลาดนัดเกษตรถนนราชดำเนิน หน้าอำเภอเมืองพิษณุโลก หลังจากเจอวิกฤตราคาข้าวสารตกต่ำ มีเกษตรกรร่วม 10 กลุ่ม นำข้าวสารมาขายโดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปรับปรุงคุณภาพชาวบ้านหางไหล หมู่ที่ 4 ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นับเป็นกลุ่มชาวนาที่มีความเข้มแข็งมาก สมาชิกในกลุ่ม 50 ราย ซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิปลอดสารเคมีเป็นหลัก โดยทางกลุ่มรับซื้อและสีเป็นข้าวสารแพ็กใส่ถุง และนำมาจำหน่ายที่ตลาดนัดเกษตรกรทุกวันจันทร์และศุกร์ และที่ถนนคนเดินพิษณุโลกทุกวันเสาร์ จนมีลูกค้าขาประจำมาอุดหนุนขายได้ถึง วันละ 200 กิโลกรัม นายสุรียา ช้างรบ กรรมการกลุ่มปรับปรุงคุณภาพข้าวบ้านหางไหล เผยว่า ได้รวมกลุ่มเกษตรในพื้นที่ได้ 3 ปีแล้ว ปลูกข้าวพันธุ์หอมมะลิ ข้าว กข พิษณุโลก 2 รับซื้อข้าวปลูกจากสมาชิกในราคาสูงกว่าราคาโรงสี เช่น โรงสีให้ตันละ 6,000 บาท แต่กลุ่มซื้อ 8,000 บาท เพราะได้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำจากธ.ก.ส. สาขาหนองตม วงเงิน 500,000 บาท มาตั้งโรงสีชุมชน และเงิน 200,000 บาท มาลงทุนผลิตข้าว และธ.ก.ส. สาขาหนองตม ช่วยหาตลาดให้กลุ่มหลังจาก
3 กระทรวงจับมือ ธ.ก.ส.ชงแผนล้างคนจน 4 ล้านคนทั่วประเทศเข้า ครม. ส่งท้ายปีླྀ ด้านเกษตรฯพร้อมดัน 1,000 สหกรณ์หัวแถวเป็นหัวขบวนฟื้นฟูการประกอบอาชีพ รวมทั้งทุ่มงบ 4.8 หมื่นล้าน นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแผนการทำงานของกระทรวงเกษตรฯร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อร่วมประกาศเรื่องการร่วมขจัดความยากจนให้เกษตรกรทั่วประเทศ ภายหลังการประชุมร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า พร้อมจะร่วมกันทำงานเชิงรุกเข้าหาเกษตรกรภายใน 2 สัปดาห์ จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม.) เพื่ออนุมัติแผนงาน เบื้องต้นจะใช้ฐานข้อมูลจากทะเบียนคนจนของกระทรวงการคลัง ที่มีเกษตรกรจำนวน 3.96 ล้านคน ที่ยากจนและมีรายได้ 30,000-100,000 บาท/ปี ทั้งนี้ โครงการร่วมขจัดความยากจนครั้งนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนด้านหนี้สินและกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร โดยจะสร้างพลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานเชิงรุกลงลึกตรวจสอบรายพื้นที่ อาทิ จังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน เป็นต้น ก่อนจะนำข้อมูลไปร่วมก
จากปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำส่งผลกระทบกับชาวนาทั่วประเทศ ต้องดิ้นรนหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว โดยเฉพาะชาวนาตัวอย่างจาก จังหวัดกาฬสินธุ์ และ จังหวัดนครราชสีมา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสเปลี่ยนจากทำนาหันมาสร้างฟาร์มเพาะพันธุ์หนูนาขาย ลงทุนน้อย แต่ให้ผลคุ้มค่า มีลูกค้าจากทั่วภาคอีสานสั่งซื้อตลอดปี ด้วยหนูนายังเป็นเมนูฮิตติดตลาดที่นิยมรับประทาน ปรากฏว่าสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี รายแรก ชาญชัย ภูทองกลม ชาวนาบ้านเหล่า ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เดิมประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ รายได้ไม่คุ้มทุน จึงลดพื้นที่ทำนามาสร้างโรงเรือนเลี้ยงหนูนาและปลูกผักสวนครัวเป็นอาหารเสริมให้หนูนา เนื่องจากหนูนาเป็นอาหารยอดนิยมของชาวอีสาน มักนำมาประกอบอาหารในฤดูหนาว เนื่องจากมีเนื้อนุ่ม เหนียว ติดมัน ทำอาหารได้หลายเมนู บางคนเชื่อว่าการเปิบหนูนาในฤดูหนาวช่วยให้ร่างกายอบอุ่น“เมื่อเนื้อหนูนาเป็นที่นิยมบริโภค ทำให้หนูนาตามธรรมชาติหายากมากขึ้น จึงทดลองเลี้ยงหนูนาจำหน่าย โดยใช้ภูมิปัญญาใช้กับดักหาจับเองบ้าง รับซื้อจากชาวบ้านบ้าง ตัวให
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 นายสมชัย สิบหย่อม อายุ 62 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลจะใช้เงินเข้าไปดูแลราคายางกว่า 1 หมื่นล้าน ตนเองเห็นด้วย แต่อยากถามว่าชาวนาชาวไร่อ้อย รัฐบาลจะดูแลอย่างไร ขณะนี้ข้าวหอมมะลิที่รัฐบาลบอกว่าจะให้ราคาตันละ 15,000บาทนั้น หลุดไปอยู่ในมือโรงสีหมดแล้ว เกษตรกรชาวนาไม่เคยขายข้าวให้กับโรงสีได้ในราคาถึงหมื่นบาทต่อตัน จะขายก็ได้เพียง 7,000-8,000 บาทเท่านั้น นายสมชัยกล่าวอีกว่า อยากฝากถามไปยังรัฐบาลว่าที่ผ่านมาชาวนาชาวสวนพิจิตรได้รับผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วมเรื่องราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลเคยคิดอยากช่วยเหลือหรือไม่หรือคิดแต่จะช่วยอุ้มเรื่องราคายางอย่างเดียว ตนเองไม่อยากให้รัฐบาลเป็น 2 มาตรฐาน หรือคิดว่าปกครองแบบคนจน ปกครองง่ายกว่าคนรวย จริงๆ แล้วรัฐบาลควรมองภาพรวมของประเทศ ว่ามีกลุ่มไหนบ้างที่เดือดร้อน นายสมชัยกล่าวอีกว่า อยากวิงวอนรัฐบาลออกมาดูแลชาวนาชาวสวนบ้าง ซึ่งชาวนาก็บ่นราคาข้าวไม่ดี ชาวไร่อ้อยก็บ่นราคาไม่ดี ซึ่งที่ผ่านมาไม่เป็นแบบนี้ หากจะแก้ ก็ขอให้แก้ทั้งหมดไม่ใช่แก้แต่ยางอย่างเดียว ดังนั้น ต
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สถานธนานุบาล เทศบาลเมืองชัยนาท ถ.วงษ์โต อ.เมือง จ.ชัยนาท ตั้งแต่เปิดทำการเวลา 08:30น. มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการในวันแรกของสัปดาห์อย่างคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่นำทรัพย์สินมาใช้บริการจำนำเพื่อนำเงินสดไปใช้ลงทุนทำนารอบใหม่ ซึ่งขณะนี้ชาวนาเริ่มลงมือไถดำตามฤดูกันแล้ว โดยส่วนใหญ่ทรัพย์สินที่นำมาจำนำคือทองรูปพรรณ ทางโรงรับจำนำให้ราคารับเข้าไว้ที่บาทละ 15,500 บาท นางนันทิยา พงษ์ทอง ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยนาท กล่าวว่าตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว มีลูกค้านำทรัพย์สินเข้ามาจำนำมากขึ้นเฉลี่ยร้อยละ15-20 ต่อวัน และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายในการทำนารอบใหม่ ทำให้วงเงินให้บริการในระยะนี้เพิ่มขึ้นจากปกติวันละ 4 ล้านบาทเป็นถึงกว่าวันละ 6 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันสถานธนานุบาลของรัฐคิดอัตราดอกเบี้ยการรับจำนำ เริ่มต้นที่ร้อยละ0.25บาทสูงสุดไม่เกิน1.25บาท ถือว่าถูกกว่าสถาบันการเงินพาณิชย์ทั่วไปค่อนข้างมาก
ชัยภูมิ – พ.ต.ท. ธนะสิทธิ์ อภิบุญวรเศรษฐ์ สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเมื่อบ่ายวันที่ 27 พฤศจิกายน ให้ช่วยเร่งขอรถดับเพลิงให้ไปช่วยดับไฟที่ลุกไหม้รถเกี่ยวข้าวกลางนา ที่คุ้มอุดมสุข หมู่ที่ 2 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองชัยภูมิหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรม นำรถดับเพลิงไปยังที่เกิดเหตุ 2 คัน จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายหลัก 1-2 กิโลเมตร ซึ่งรถเข้าไปไม่ได้ต้องใช้ถังดับเพลิงและถังสารเคมี 6 ถัง หิ้วเข้าไป และใช้สายดับเพลิงต่อกัน ใช้เวลานับชั่วโมง เพลิงจึงสงบ นายมังกร มงคลศรี ลูกชายเจ้าของรถเกี่ยวข้าว กล่าวว่า ตนและพ่อมีอาชีพรับจ้างคุมรถเกี่ยวข้าว ได้ออกไปรับจ้างจนหมดงาน จึงมาเกี่ยวข้าวที่นาของตนกว่า 18 ไร่ โดยครอบครัวยึดอาชีพนี้มากกว่า 10 ปี รถเกี่ยวเพิ่งซื้อมาไม่กี่ปีนี้ราคากว่า 1 ล้านบาท และได้จ้างนายสุวิทย์ คงชนวน เป็นผู้ขับขี่ก็ไม่เคยเกิดเหตุอะไร ครั้งนี้พยายามดับไฟแต่ไฟก็ไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีฟางข้าวและถุงกระสอบข้าวเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไหม้ตัวรถจนหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเครื่องที่มีความร้อนและ โคริ่งเครื่องจนทำให้เกิดป
