ซีพีเอฟ
การผงาดขึ้นสู่ยอดขาย 5 แสนล้านบาทในปี 2560 ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ อย่างแข็งแกร่ง ภายหลังการเข้าซื้อและควบรวมธุรกิจ 11 รายการ ภายในปี 2559 ทั้งในจีน ศรีลังกา อังกฤษ และล่าสุดได้เข้าไปซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิ้งค์ (Bellisio) ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ด้วยมูลค่ารวม 1,075 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกของซีพีเอฟที่เปิดประตูเข้าอเมริกา และถือเป็นดิวที่ใหญ่ที่สุดของซีพีเอฟ “สิ่งสำคัญที่สุดการเติบโตและสร้างความเป็นเลิศของซีพีเอฟวันนี้ถือว่า ยังเติบโตช้าไป เพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซีพีเอฟทำเรื่องควบรวมและซื้อธุรกิจหลายแห่ง และปี 2560 จะเห็นการซื้อและควบรวมกิจการเกิดขึ้นอีก อันนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตขึ้นไป ขณะเดียวกันได้วางแผนธุรกิจ 5 ปีจะเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้ปีละ 10% ทุกปี” นั่นเป็นสิ่งที่อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวอย่างมั่นใจ ผนึก “เบลลิซิโอ” พลิกแผนธุรกิจ ปัจจุบันซีพีเอฟมีฐานการผลิตใน 14
ซีพีเอฟประกาศปี 60 โต 5 แสนล้าน หลังซื้อกิจการกลุ่มเบลลิซิโอ มูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ ชี้เป็นการซื้อธุรกิจอาหารในสหรัฐเป็นครั้งแรกของบริษัท ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF คาดว่า ปีนี้จะมียอดรายได้ 4.5 แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาทในปี 2560 ล่าสุดประกาศว่าได้ซื้อกิจการบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิงก์ (Bellisio) จากบริษัท เซ็นเตอร์ พาร์ตเนอร์ส แมเนจเมนต์ แอลแอลซี (Centre Partners) ตามเงื่อนไขที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมาธิการการค้า และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ โดย CPF จะถือหุ้น 100% คิดเป็นมูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ การควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นการรวมกันระหว่างบริษัทอาหารแช่แข็งที่ใหญ่ ที่สุด และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐ กับบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ซึ่งเบลลิซิโอ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งแบบ Single Serve ตราสินค้ามิเชลินาส์ (Michelina”s), แอตคินส์ (Atkins) บอสตัน มาร์เก็ต (Boston Market), ชิลลีส์ (Chilli”s), อีตทิงเวลล์ (Eathingwell) และอีต (Eat !) และเป็นผู้ผล
