ซีพีเอฟ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้ฤกษ์ปล่อยตู้คอนเทนเนอร์ไก่สดและผลิตภัณฑ์ไก่ส่งไปประเทศเยอรมนีเป็นล็อตแรก หลังจากที่กระบวนการผลิตไก่ของบริษัทได้รับรองมาตรฐานการผลิตอาหารคุณภาพปลอดภัยหรือ QS Standard จากประเทศเยอรมนี นับเป็นบริษัทแรกของไทย และเป็นบริษัทเดียวนอกกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ได้มาตรฐานการผลิตระดับสูงของโลก ตอกย้ำคุณภาพและความปลอดภัยไก่ซีพีเอฟได้มาตรฐานสูงสุด เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในสหภาพยุโรป (อียู) อย่างต่อเนื่อง นายวีรชัย รัตนบานชื่น ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจไก่เนื้อ ซีพีเอฟ กล่าวในพิธีปล่อยตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเนื้อไก่ไปเยอรมนีว่า บริษัทมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตเนื้อไก่มีคุณภาพและปลอดภัยได้มาตรฐานสากล และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งสหภาพยุโรปนำเข้าไก่จากซีพีเอฟตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ล่าสุด ซีพีเอฟ ได้รับการรับรองมาตรฐาน QS จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองกระบวนการผลิตอาหารที่มีคุรภาพ (Quality) เพื่อความปลอดภัย (Safety) สำหรับการบริโภค นับเป็นมาตรฐานสูงสุดของความปลอดภัยอาหารในกลุ่มผู้บริโภคชาวเย
นายพุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่าจัดทำโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม เพื่อช่วยปลดหนี้ให้แก่คนงานและพนักงาน ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2558 มีจำนวนฟาร์มและโครงการส่งเสริม (ในสายธุรกิจสุกร) ที่เข้าร่วมโครงการ 38 ฟาร์ม/โครงการ มีผู้เข้าร่วมโครงการและผ่านการกู้แล้วรวม 239 ราย จำนวนเงินกู้ 27.97 ล้านบาท “บริษัทต้องการช่วยแก้ปัญหาด้านการเงินให้กับพนักงานที่ประสบปัญหา มีหนี้บัตรเครดิตและหนี้นอกระบบเพราะดอกเบี้ยสูง โดยที่ผ่านมาทางซีพีเอฟได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้พนักงานได้กู้ยืม ซึ่งโครงการดังกล่าวช่วยทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน ความร่วมมือและการติดต่อสื่อสารประสานงานระหว่างกันดีขึ้น” นายพุทธชาติกล่าว ขอบคุณข้อมูล หนังสือพิมพ์ข่าวสด
การผงาดขึ้นสู่ยอดขาย 5 แสนล้านบาทในปี 2560 ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ อย่างแข็งแกร่ง ภายหลังการเข้าซื้อและควบรวมธุรกิจ 11 รายการ ภายในปี 2559 ทั้งในจีน ศรีลังกา อังกฤษ และล่าสุดได้เข้าไปซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิ้งค์ (Bellisio) ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ด้วยมูลค่ารวม 1,075 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 38,000 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกของซีพีเอฟที่เปิดประตูเข้าอเมริกา และถือเป็นดิวที่ใหญ่ที่สุดของซีพีเอฟ “สิ่งสำคัญที่สุดการเติบโตและสร้างความเป็นเลิศของซีพีเอฟวันนี้ถือว่า ยังเติบโตช้าไป เพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซีพีเอฟทำเรื่องควบรวมและซื้อธุรกิจหลายแห่ง และปี 2560 จะเห็นการซื้อและควบรวมกิจการเกิดขึ้นอีก อันนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตขึ้นไป ขณะเดียวกันได้วางแผนธุรกิจ 5 ปีจะเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้ปีละ 10% ทุกปี” นั่นเป็นสิ่งที่อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวอย่างมั่นใจ ผนึก “เบลลิซิโอ” พลิกแผนธุรกิจ ปัจจุบันซีพีเอฟมีฐานการผลิตใน 14
ซีพีเอฟประกาศปี 60 โต 5 แสนล้าน หลังซื้อกิจการกลุ่มเบลลิซิโอ มูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ ชี้เป็นการซื้อธุรกิจอาหารในสหรัฐเป็นครั้งแรกของบริษัท ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF คาดว่า ปีนี้จะมียอดรายได้ 4.5 แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาทในปี 2560 ล่าสุดประกาศว่าได้ซื้อกิจการบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิงก์ (Bellisio) จากบริษัท เซ็นเตอร์ พาร์ตเนอร์ส แมเนจเมนต์ แอลแอลซี (Centre Partners) ตามเงื่อนไขที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมาธิการการค้า และกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ โดย CPF จะถือหุ้น 100% คิดเป็นมูลค่า 1.075 พันล้านเหรียญสหรัฐ การควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นการรวมกันระหว่างบริษัทอาหารแช่แข็งที่ใหญ่ ที่สุด และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐ กับบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ซึ่งเบลลิซิโอ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งแบบ Single Serve ตราสินค้ามิเชลินาส์ (Michelina”s), แอตคินส์ (Atkins) บอสตัน มาร์เก็ต (Boston Market), ชิลลีส์ (Chilli”s), อีตทิงเวลล์ (Eathingwell) และอีต (Eat !) และเป็นผู้ผล
