ซีพีเอฟ
ฉะเชิงเทราโชว์โมเดล “กิน–คุม–ฟื้น” จัดการปลาหมอคางดำอย่างได้ผล ด้วยพลังความร่วมมือของคนในชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ช่วยจับปลาหมอคางดำขึ้นมาบริโภคหรือจำหน่ายทุกวัน พร้อมปล่อยปลานักล่าเพื่อควบคุมประชากรปลาไม่ให้เกินสมดุลธรรมชาติ ลูกปลาหมอคางดำในพื้นที่เหลือน้อย ผลสำรวจล่าสุดชี้ชัดแหล่งน้ำฉะเชิงเทรามีความหลากหลายของพันธุ์สัตว์น้ำในระดับที่ดี นายคนึง คมขำ ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ความสำเร็จนี้เกิดจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชนที่ช่วยกันจับปลาหมอคางดำขึ้นมาบริโภคในครัวเรือนทุกวัน มีส่วนช่วยจำนวนปลาตัวเต็มวัยลดลง ปัจจัยที่สอง คือ การปล่อยปลานักล่าเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ ทั้งปลากะพงขาว และปลาอีกง ส่งผลให้แหล่งน้ำหลายแห่งมีจำนวนลูกปลาหมอคางดำลดลงอย่างชัดเจน ทั้งสองแนวทางช่วยควบคุมประชากรปลาต่างถิ่นได้ผล อยู่ในปริมาณที่สามารถควบคุมได้ ฉะเชิงเทราได้พัฒนาโมเดล “กิน–คุม–ฟื้น” เป็นต้นแบบการจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นอย่างยั่งยืน ด้วยพลังความร่วมมือจากคนในชุมชน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เป้าหมายไม่ใช่เพียงการกำจัด แต่คือการ “อยู่ร่วม” ภายใต้ความสมดุลของระบบนิเวศ การผนึกกำลังของทุกภาค
สำนักงานประมงจังหวัดระยอง เดินหน้ายกระดับการจัดการปัญหา “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยกลยุทธ์ “จับขึ้นมาใช้ประโยชน์” มุ่งสร้างแรงจูงใจให้ชาวประมงและเกษตรกรร่วมมือกันควบคุมปริมาณปลาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และปล่อยปลากะพงขาวซึ่งทำหน้าที่เป็นปลานักล่า ช่วยสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางน้ำของจังหวัด นายประพล อิสโร ประมงจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยยังต้องดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว ประมงจังหวัดระยองเดินหน้ามาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนด้วยแนวทางที่ลดการพึ่งพาเพียงกิจกรรมของรัฐ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน สร้างแรงจูงใจประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงและเกษตรกรต้องการจับปลาเหล่านี้ขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง อาทิ แปรรูปเป็นอาหาร สร้างผลิตภัณฑ์ในชุมชน หรือใช้เป็นปลาเหยื่อทดแทนการซื้อปลาเหยื่อทะเล ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ไปใน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สร้างความภาคภูมิใจบนเวทีระดับภูมิภาคด้วยการคว้า 3 รางวัล จาก SAP Customer Excellence Awards for SEA 2025 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถประยุกต์ใช้ระบบปฏิบัติการของ SAP ในการขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ การสนองตอบต่อบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้ระบบปฏิบัติการ SAP SuccessFactors ที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และส่งเสริมความผูกพันของพนักงานในองค์กร ซีพีเอฟได้รับ 2 รางวัลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ได้แก่ รางวัล Outstanding Achievers Award เป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ SAP ปฏิรูปการทำงานอย่างครอบคลุม เห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงความต้องการ และบริบทของ ซีพีเอฟ เริ่มตั้งแต่กระบวนการสรรหา การเรียนรู้และพัฒนาขีดค
ซีพี เปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะออกมาในช่วงเดือนสิงหาคม โดยโรงงานอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ประเทศ และขยายจุดรับซื้อเพิ่มเติมอีก 4 จุดใกล้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคพี ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยตรงจากเกษตรกรทั่วประเทศ รองรับผลผลิตของเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวของฤดูกาลใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้ง โรงงานอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟทั่วประเทศ โดยเริ่มเปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมเป็นต้นไป และเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกรได้จำหน่ายผลผลิตใกล้กับแหล่งปลูก บริษัทยังได้เปิดจุดรับซื้อพิเศษเพิ่มเติมอีก 4 จุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และนครราชสีมา ทั้งนี้ บริษัทยืนยันรับซื้อผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น บริษัทสร้างความมั่นใจกับเกษตรกรโดยมีระบบ Fast Track ช่วยเกษตรกรรายย่อยสามารถขายผลผลิตของตนเองได้ทันทีไม่ต้องรอต่อคิวกับรถขนส่งผลผลิตของผู้ประกอบการรายใหญ่ และในทุกจุดรับซื้อยังมีทีมงานและคู่ค้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรลงทะเบียนพ
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ต้องวัดจากศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความรับผิดชอบ ผู้ประกอบการ SMEs ยืนยันการดำเนินงานอย่างยั่งยืนเป็นโอกาส การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระหรือเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกว่า 100 รายที่เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Empowering SMEs Competitiveness: อยู่รอด เติบโต ยั่งยืน” ในงาน GCNT Expo 2025 จัดโดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ธนาคารพัฒนาเอเชีย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญของบริษัทถ่ายทอดความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยขับเคลื่อนธุรกิจก้าวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม พีรพงศ์ กริน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SME ไทยในห่วงโซ่อุปทาน ผ่านโครงการ “SMEx ต้นทุนต่ำ นำรักษ์โลก” ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้คู่ค้าเข้าร่วมขอการรับรอง คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ตามมาตรฐานสากล เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นายพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพันธมิตรทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net-Zero ภายในปี 2050 โครงการ SMEx ต้นทุนต่ำ นำรักษ์โลก ที่บริษัทดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นรุ่นที่ 4 จึงมีบทบาทช่วยให้ SME สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยเฉพาะบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการประเมินและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่าง ๆ จนถึงการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้ามีคู่ค้า SME 22 รายสามารถขอ
ประมงสมุทรสาคร จับมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน และซีพีเอฟ เปิดตัว น้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ตั้งเป้าช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำเดือนละ 6,000 กิโลกรัม พร้อมแบ่งปันสูตรให้วิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นสินค้าสร้างรายได้ แบรนด์ Waste, Not Wasted ของเสียที่ไม่เสียของ ช่วยเกษตรกรประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึงหมื่นบาทต่อไร่ เกษตรกรย้ำน้ำหมักชีวภาพช่วยให้ฝรั่งมีผลโตขึ้น และยังมีรสหวาน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงจังหวัดสมุทรสาครในการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บูรณาการกับ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร และศูนย์การเรียนรู้ของเสียที่ไม่เสียของ ต่อยอดนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด และซีพีเอฟสนับสนุนถังพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับหมักปลาได้ 300 กิโลกรัมต่อถัง เผดิม รอดอินทร์ ประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า โครงการน้ำหมักชีวภาพใช้เวลา 1 เดือน จะช่วยให้สมุทรสาครจับปลาหมอคางดำออกจากระบบได้ทุกเดือน เดือนละ 6,000 กิโลกรัมหรือปีละ 72,000 กิโลกรัม เพิ่มมูลค่าเป็นของดีมาแบ่งปันให
กรมประมง เดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนภาครัฐ เอกชน ชุมชน ดำเนินการมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำมาใช้ประโยชน์ แปรรูปเป็น “น้ำปลา” ที่ประมงสมุทรปราการ จับมือกับ เรือนจำกลางสมุทรปราการ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกัน หมักน้ำปลา ใช้ชื่อ “หับเผยสมุทรปราการ” เป็นเครื่องปรุงรสที่ทุกบ้านต้องมี พร้อมถ่ายทอดเป็นทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขัง เป็นแนวทางกำจัดปลาอย่างสร้างสรรค์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ช่วยชุมชน และสร้างรายได้ให้กับผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต สมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่บริโภคได้ สามารถแปรรูปได้หลากหลายเมนู การนำมาหมักเป็นน้ำปลาเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับปลาหมอคางดำ และช่วยกระตุ้นการบริโภคได้ทั่วประเทศ นอกจากนี้ “น้ำปลา” เป็นของที่อยู่ทุกครัวเรือน สามารถขยายผล สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนได้ เป็นแนวทางการกำจัดปริมาณปลาหมอคางดำที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งชุมชนและระบบนิเวศ สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่สมุทรปราการลดลง จากการประเมินโดยหน่วยงานหลักของกรมประมงในปัจจุบันปลาหมอคางดำที่แพร่
ในยุคที่เศรษฐกิจมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ต่างเผชิญกับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเสริมสร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาลจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ SME ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อันเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) มุ่งมั่นขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ผ่านงานสัมมนา “ CAC Training for CPF’s SMEs Suppliers 2025 ” ภายใต้แนวคิด PARTNERSHIP FOR MUTUAL GROWTH …ร่วมคิด ร่วมสร้าง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา ผู้บริหารสูงสุดสายงานจัดซื้อกลางซีพีเอฟ กล่าวว่า การจัดงาน CAC Training for CPF’s SMEs Suppliers ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ Partner to Grow ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพคู่ค้าใ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงสมุทรสงครามคิกออฟโครงการ “กองทุนปลากะพง” เป็นแนวทางช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านประมงสมุทรสงครามย้ำการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้ พร้อมเดินหน้าเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพเพิ่มอีก 5 หมื่นกิโลกรัม เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหมู่ 4 ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และซีพีเอฟ รับมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ภายใต้โครงการกองทุนปลากะพง ความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน-เกษตรกรในการควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ เกษตรกรนำปลากะพงขาวไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้ทำหน้าที่เป็นปลานักล่าปลาหมอคางดำในบ่อ ช่วยให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ปู และหอยแครง ในระบบกึ่งธรรมชาติลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลาหมอคางดำ และเพิ่มผลผลิตอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ กิตติพิชญ์ ตุ้มน้อย เกษตรกรเลี้ยงหอยแครง เล่าว่า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่สมุทรสงครามได้ปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ โดยการอ
