ดอยคำ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด จัดโครงการสื่อสัญจร (Press Tour) ประจำปี 2565 “ตามรอยเส้นทางเสด็จฯ” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อให้สื่อมวลชนได้เรียนรู้เส้นทางการกำเนิดดอยคำ ตามศาสตร์พระราชา ด้วยการพัฒนาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากชุมชน จากผลผลิตของเกษตรกรไทย จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้ตราสินค้าดอยคำ และการพัฒนา ต่อยอด เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทยจวบจนถึงปัจจุบัน ที่ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม พ.ศ. 2565 บริษัทเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงก่อตั้ง โดยมีประราชปณิธานให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน มาแปรรูปผ่านโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง ตีตราผลิตภัณฑ์สินค้า “ดอยคำ” ปัจจุบัน บริษัทดำเนินงานตามพระปฐมบรมราชโองการ สืบสาน รักษา และต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565 บริษัท ดอยค
ช่วงฤดูกาลนี้ “ดอยคำ” นำเสนอ “สตรอเบอร์รี่พรี่เมียม ดอยคำ” คัดสรรผลสดคุณภาพดีจากยอดดอยส่งตรงถึงร้านดอยคำ ด้วยระบบรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อเก็บความสด คงความหอม ให้ได้สตรอเบอร์รี่สดพรีเมี่ยม แบบฉบับดอยคำ เคล็ดลับความอร่อยของสตรอเบอร์รี่พรีเมี่ยม ดอยคำ เริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ สามารถเจริญเติบโตได้ดีบนยอดดอย ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ขั้นตอนการปลูกและดูแล ดอยคำมีการส่งเสริมเกษตรกรเพื่อให้การปลูกและการคัดเลือกผลผลิตมีคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะมาตรฐานปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP: Good Agriculture Practice) ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีเรื่องความปลอดภัย ให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ยิ่งขึ้น โดยสตรอเบอร์รี่พรีเมี่ยม ดอยคำ จะมีเครื่องหมาย GAP และข้อมูลสำหรับตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกกล่อง และที่เป็นเคล็ด (ไม่) ลับของดอยคำให้ได้ความอร่อย หวานฉ่ำ ไม่แพ้สตรอเบอร์รี่นำเข้านั้นก็คือ การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ความสุกระดับ 85-90 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สตรอเบอร์รี่พรีเมี่ยม ดอยคำ มีจำหน่ายทั้งหมด 3 ขนาด ดังนี้ ขนาด 16 ลูก (480 กรั
“ดอยคำ” หนึ่งในผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ขยายไลน์การผลิตมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยประเดิม “ฟ้าทะลายโจรสกัด” ซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการเจ็บคอ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยที่ผ่านมา แนวโน้มของยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่วนหนึ่งมาจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น การคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องการการแพร่ระบาดจึงเป็นแนวทางหลักที่วงการแพทย์ไทยให้ความสำคัญ ในขณะที่วงการแพทย์แผนไทยก็เป็นแรงขับเคลื่อนอีกทางหนึ่งในการนำสมุนไพรไทยมาช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสได้ ในปัจจุบันมีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่เข้ามามีบทบาทในการป้องกันและรักษาโรค และหนึ่งในสมุนไพรที่นิยมมีติดบ้านคือ “ฟ้าทะลายโจร” ด้วยมีสรรพคุณใช้บรรเทาอาการเจ็บคออันเกิดจากเชื้อไวรัส โดยสารสกัดฟ้าทะลายโจร ในรูปแบบแคปซูล ของ “ดอยคำ” ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย ยาแผนไทย เลขทะเบียนที่ G 81/64 เป็นยาสามัญประจำบ้านวางจำหน่ายขนาดบรรจุ 10 แคปซูล ราคา 79 บาท และขนาดบรรจุ 50 แคปซูล ราคา 390 บาท โดยใ
ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ได้คัดสรรผลผลิตจากไร่เกษตรกรตามฤดูกาล “สตรอว์เบอร์รีสดระดับพรีเมียม” ผลผลิตที่โดดเด่น สายพันธุ์พระราชทาน 80 จากการส่งเสริมเกษตร “โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยฟื้นฟู และบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยและดินถล่ม ในบริเวณลุ่มน้ำแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ควบคุมด้วยมาตรฐานการเพาะปลูกพืชที่ดีที่เหมาะสม (GAP: Good Agriculture Practice) ซึ่งเป็นการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเป็นระบบการรับรองสำหรับการเกษตรระบุขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ เพื่อสร้างอาหารสำหรับผู้บริโภคหรือการประมวลผลเพิ่มเติมที่ปลอดภัยและบริสุทธิ์โดยใช้วิธีการที่ยั่งยืน ตลอดจนพิถีพิถันทุกขั้นตอนการจัดเก็บ โดยมีการตรวจสารเคมีตกค้างในผลผลิตทุกครั้งก่อนที่จะนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่าสตรอว์เบอร์รีทุกผลมีคุณภาพสูง ผลสวยงามและรสชาติดี “สตรอว์เบอร์รีสดระดับพรีเมียม” มีให้เลือกลิ้มลอง 4 ขนาด ดังนี้ สตรอว์เบอร์รีสดระดับพรีเมียม ขนาด AAA 12 ผล (480 กรัม) ราคา 600 บาท สตรอว์เบอร์รีสดระดับ
อภิปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงเป็นคัมภีร์ธุรกิจไทย แต่ยังเป็นหัวใจและเป้าหมายของการพัฒนาระดับโลกที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ด้วยหลักการทรงงาน 23 ประการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ภายใต้ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันความเสี่ยง ครอบคลุม-พ้องแนวทางไปกับ 17 ดัชนีเป้าหมายของการพัฒนาของสหประชาชาติ ทั้งอภิปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงถูกกำหนดเป็นหลักชัย-นำทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย หยั่งลงไปถึงรากฐานเศรษฐกิจระดับชุมชน ด้วยพระบรมราโชบาย และหลักการทรงงานที่เป็นหลักสากล ปฏิบัติง่าย-ปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังเช่นแนวการดำเนินงานธุรกิจดั้งเดิม-ต้นแบบ แห่ง “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ social business อย่าง “บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด” ซึ่งก่อตั้งมาจากพระวิสัยทัศน์ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ ที่ทรงตั้งปณิธานเปลี่ยนเขตที่เสี่ยงต่อภัยความมั่นคง ให้มีความมั่งคั่งทางอาหาร เมื่อ 4 ทศวรรษก่อน ทรงเห็นปัญหาการปลูกฝิ่น และการทำไร่เลื่อนลอย เปลี่ยนเป็นส่งเสริมการปลูกพืชผัก ผลไม้ หลากหลายชนิดทดแทน แต่เ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ยืนหยัดสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยตามแนวทาง “อุตสาหกรรมเกษตรเพื่อพัฒนาชนบท” คุณพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปจากผลผลิตของเกษตรกรยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจสานต่อแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงต้องการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร พระองค์ทรงก่อตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปขึ้นให้ใกล้กับพื้นที่แหล่งเพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตที่ได้มาจำหน่ายในราคายุติธรรม ให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ใช้แปรรูปผลิตผลจากเกษตรกร ๔ แห่ง ได้แก่ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๑ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๒ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๓ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่
นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เผยว่า บริษัทได้ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการสร้างโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากโรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในเนื้อที่ 22 ไร่ รวมทั้งสร้างห้องแล็บในพื้นที่นี้ด้วยวงเงินประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อเน้นการทำวิจัยด้านการขยายพันธุ์ด้วยเนื้อเยื่อ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง เพราะหน้าที่ของดอยคำคือการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีให้ถูกต้อง เพื่อเกษตรกรจะได้ลดความเสี่ยงในการปลูก จากนั้นส่งผลผลิตให้กับโรงงานแปรรูป โดยทางดอยคำจะสอนวิธีการปลูกสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพ และวิธีการทำงานที่ง่ายขึ้น รวมทั้งการเน้นให้เกษตรกรรู้จักการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เผยว่า บริษัทได้ลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการสร้างโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากโรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในเนื้อที่ 22 ไร่ รวมทั้งสร้างห้องแล็บในพื้นที่นี้ด้วยวงเงินประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อเน้นการทำวิจัยด้านการขยายพันธุ์ด้วยเนื้อเยื่อ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง เพราะหน้าที่ของดอยคำคือการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีให้ถูกต้อง เพื่อเกษตรกรจะได้ลดความเสี่ยงในการปลูก จากนั้นส่งผลผลิตให้กับโรงงานแปรรูป โดยทางดอยคำจะสอนวิธีการปลูกสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพ และวิธีการทำงานที่ง่ายขึ้น รวมทั้งการเน้นให้เกษตรกรรู้จักการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
