ททท.
ย้อนเวลาสัมผัสวิถีไทยกับสายน้ำอันงดงามแห่งชุมชนบ้านแหลม กับนักเดินทางตัวยง “จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร” พร้อมตามรอยเสด็จประพาสต้นรัชกาลที่ 5 และทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อ ได้มาเยือนแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชน ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี สมุดโคจร On The Way รายการท่องเที่ยวสุดสร้างสรรค์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนสัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนบ้านเรือนไทยเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณ (ท่าจีน) ชุมชนตำบลบ้านแหลม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้โครงการ “เที่ยววิถีเท่” ตอกย้ำภาพลักษณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนให้โดดเด่น ทริปนี้ “จ๊อบ-นิธิ” ขอนำทีมพาล่องเรือชมอัติลักษณ์ชุมชน ตลอดสองฝั่งลำน้ำที่เรียงรายไปด้วยบ้านทรงไทยโบราณ และวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน และแวะลิ้มลอง ชาเตยหอม เครื่องดื่มสูตรเฉพาะรสชาติดีของย่านนี้ มาที่นี่แล้วต้องแวะพักที่ไข่ตาพุดโฮมสเตย์ ที่พักเรือนไทยริมน้ำบรรยากาศสุดฟิน ปิดท้ายด้วยการทำกิจกรรมไฮไลท์ทางน้ำ พาล่องเรือไหว้พระ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสุพรรณบุรีที่ วัดเจ้าขาว เรียกได้ว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ได้
คุณวริช วิชิต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน ชุมพร-ระนอง ได้รับมอบหมายจาก คุณวิริยา แก่นแก้ว ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงาน ชุมพร-ระนอง ให้นำสื่อมวลชนสำรวจเส้นทางเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism) ด้วยการเดินทางไปเยี่ยมชมสวนทุเรียนปลอดสารพิษพันธุ์หมอนทอง พื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง กับ ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร และพื้นที่บ้านควนสามัคคี หมู่ที่ 13 ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง คณะสื่อมวลชนได้พบ คุณจารึก ขนอม อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลในวงเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เจ้าของสวนทุเรียนปลอดสารพิษพันธุ์หมอนทอง คุณจารึก เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และย้ายมาอยู่ที่ตำบลในวงเหนือ เมื่ออายุ 22 ปี เริ่มแรกตนทำสวนกาแฟ ก่อนหันมาปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และปลูกมาได้ประมาณ 30 ปีแล้ว ในระยะแรกทุเรียนค่อนข้างมีราคาตกต่ำ แต่ต่อมาราคาก็ดีขึ้น ตนใช้ปุ๋ยเคมีกับสวนทุเรียนมา 20 กว่าปี มีผลกระทบ
“เมืองน้ำดำ” หรือ “กาฬสินธุ์” เสน่ห์เมืองรองที่ไม่ควรหลงลืม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง ดันวิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์ แตะมือฝรั่งหัวใจไทย “แดเนียล เฟรเซอร์” พิธีกรรายการวาไรตี้ “หลงรักยิ้ม” สร้างสรรค์แคมเปญสุดชิค “หลงรักยิ้ม Cool Isan” จัดทริปสัมผัสความครีเอทแห่งภูมิปัญญา #creativeKALASIN พร้อมด้วยดาราหนุ่ม “เจมส์ กิจเกษม แมคแฟดเดน” ร่วมด้วยคณะบล็อกเกอร์ และสื่อมวลชน ร่วมเดินทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. สนับสนุน รายการหลงรักยิ้ม จัดทริปท่องเที่ยวเปิดมุมมองใหม่ในสไตล์เท่ๆ นำทีมโดยฝรั่งยิ้มกว้าง “แดเนียล เฟรเซอร์” กอดคอมาพร้อมดาราหนุ่มชาวกาฬสินธุ์ “เจมส์ กิจเกษม แมคแฟดเดน” พร้อมด้วยคณะบล็อกเกอร์ และสื่อมวลชน ร่วมเดินทางสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเดิมในมุมใหม่ด้านใหม่ สไตล์ Cool เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ดันวิถีถิ่นเมืองรอง ขึ้นสู่วิถีเทรนด์ โดยเส้นทางท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว เริ่มต้นทริปแรกที่ จ.กาฬสินธุ์ สัมผัสความอลังการของ “ปราสาทรวงข้าว” ที่วัดเศวตวันวนาราม ศิลปะแห่งความศรัทธา ตัวปราสาททำจากรวงข้าว สร้างเพื่อประกอบพิธีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูณลานสักการะ
นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ตั้งเป้าปี 2561 มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวอีสาน จำนวน 36 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 8.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วทั้งเชิงจำนวนคนและรายได้ ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวและเดินทางไปภาคอีสานในภาพรวมถือว่าดีขึ้น มีสายการบินให้บริการเที่ยวบินไปภาคอีสานครบทั้ง 9 สนามบิน มีโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช ได้ลงเสาเข็มไปแล้วเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ภาคอีสานสามารถปักหมุดตลาดต่างประเทศได้แค่บางจังหวัดเท่านั้น ซึ่ง ททท. ตั้งใจขายอีสานให้เป็น บูทีค สไตล์ เน้นสร้างเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องมีโรงแรมและจำนวนห้องพักมากเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ แต่ต้องมีสไตล์เฉพาะตัว และสามารถท่องเที่ยวได้ทั้ง 3 ฤดู ด้วยการชูแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นในแต่ละฤดู โดยเฉพาะ อุดรธานี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพในการเป็นเมืองหลักในอนาคต มีนักท่องเที่ยวจากฝั่ง สปป.ลาว นิยมเดินทางมาพักผ่อน มีร้านค้าร้านอาหารนานาชาติรองรับ นอกจากนี้ อุดรธานียังเป็นจังหวัดที่มีเขยเป็นชาวต่างชาติจำนวน
ททท.ตรัง เปิดแผนการตลาด 4 โครงการเด่น เด้งรับ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” เผยนักท่องเที่ยว เกือบ 1.5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8.2 พันล้าน ไฮซีซั่นยอดจองห้องพักเกือบเต็ม 100% นางสาวกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง เปิดเผยว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง จำนวน 1,465,811 คน แบ่งเป็น คนไทย 1,280,599 คน ชาวต่างชาติ 185,212 คน สร้างรายได้ 8,214 ล้านบาท ทั้งนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สวีเดน เยอรมนี มาเลเซีย ฝรั่งเศส และเดนมาร์ก ขณะที่สถิติในช่วง 9 เดือนในปี 2560 (มกราคม-กันยายน) จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.81 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมีมติให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560-1 มกราคม 2562 สำหรับแผนการตลาดท่องเที่ยวของ ททท. สำนักงานตรัง ปี 2561 ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมการตลาด 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม silver age (ผู้มีอายุ 55-70 ปี) กลุ่มครอบครัว และกลุ่ม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยกลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอเชิญร่วมงาน “เที่ยวเมืองไทยใกล้ๆ กรุง@เพชรสมุทรคีรี” กับวิถีแห่งสายน้ำ เที่ยวชิดติดกรุง กิจกรรมส่งเสริมการขาย และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มตลาดเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยการนำเสนอของดี ของเด่น โอท้อปขึ้นชื่อ ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ รวมกว่า 80 ผู้ประกอบการคัดสรรมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อได้อย่างจุใจ งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน นี้ ณ งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 44 โซนฮอลล์ เอ และ ห้องบอลรูม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. กล่าวว่า “กลุ่มจังหวัดเพชรสมุทรคีรี” มีวิสัยทัศน์ในการเป็นฐานในการลงทุนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป้าประสงค์รวมคือการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า
