ทำนา
เกษตรฯ สั่งสำรวจเจ้าสัวตั้ง บริษัท ทำนา-ให้เช่าที่ทำเกษตร หวั่นกระทบแผนปรับโครงสร้างเกษตรฉุดราคาร่วง-ชาวนาแห่ปลูกข้าวเกินแผนแล้ว 1 ล้านไร่ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมสำรวจพื้นที่ทำการเกษตรใหม่อีกครั้ง หลังภาษีที่ดินฉบับใหม่บังคับใช้ ทำให้เจ้าของที่ดิน เจ้าสัว ต่างจัดตั้งบริษัททำการเกษตรให้พื้นที่เพื่อเช่า จะไม่เข้าเกณฑ์เสียภาษีที่ดิน ที่ไม่ทำประโยชน์ กระทรวงเกษตรฯ สำรวจพื้นที่ทำการเกษตรครั้งนี้ เพราะกังวลว่าจะกระทบกับแผนการปฏิรูปภาคผลิตด้านการเกษตร ที่ขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้า ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต เพราะกังวลว่า หากมีการทำการเกษตรเพิ่มขึ้น ผลกระทบจะเกิดกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการผลิตภาคเกษตร “ปีก่อนหน้า เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ลงสำรวจพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งเป็นการดำเนินการทุกปี และเมื่อมีเรื่องของภาษีที่ดิน กระทรวงเกษตรฯ ก็กังวลว่าเจ้าสัว หรือผู้ถือครองที่ดินจะเลี่ยงภาษี ที่จะต้องเสียหากทิ้งที่ดินว่างเปล่าเช่นที่เคยทำมา หันมาทำการเกษตร ปลูกกล้วย ปลูกอ้อย ปลูกแบบทิ้งขว้าง ไม่หวังผลผลิต แต่หากมีการต
“ปักดำวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” ที่บ้านหนองไม้หอม หมู่ที่ 5 ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น โรงเรียนวัดช้างทูน-คณะครู-นักเรียนและผู้ปกครอง และ อบต.ช้างทูน ที่จัดขึ้นมาเป็นประจำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลทำนาประจำปี โดย คุณสมชาย เปรื่องเวช ประธานศูนย์นิเวศพิพิธภัณฑ์บ้านช้างทูนและปราชญ์ชาวบ้าน ได้แบ่งที่นา 2 ไร่ ให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชาวบ้าน กระบวนการทำนาตั้งแต่ ไถ คราด ตกกล้า ปักดำจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยคณะครูร่วมกับชุมชนผู้ปกครองช่วยกันถ่ายทอดองค์ความรู้ และหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่นได้ร่วมกันสืบสานวิถีชาวนาและเสริมสร้างความสามัคคี แนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้อย่างเข้าใจ คุณสมชาย เปรื่องเวช หรือ “ลุงหนุ่ม” วัย 53 ปี ปราชญ์ชาวบ้าน อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 5 บ้านหนองไม้หอม ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าถึงที่มาของแรงบันดาลใจที่ยกผืนนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนวัดช้างทูนว่า ที่ดินที่ใช้ทำนาในหมู่บ้านตำบลช้างทูนมีเหลืออยู่เพียง 10 กว่าแปลง เกรงว่าวิ
บรรพบุรุษชาวประมงริมทะเลสาบสงขลา ฝั่งจังหวัดพัทลุง หมู่ที่ 8 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตออกเรือหาปลาเป็นอาชีพหลัก หารายได้มาเลี้ยงครอบครัว บ้านเรือนก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ ซึ่งแต่ละรายมีที่ดินบนฝั่งเพื่อประกอบอาชีพเพาะปลูกน้อยมาก จึงคิดค้นหาวิธีการเพาะปลูกพืชในทะเลสาบ หรือริมฝั่งริมทะเลสาบเพื่อเป็นผลผลิตเลี้ยงครอบครัว บรรพบุรุษของชาวประมงนับร้อยปี จึงได้ทำนาข้าวในทะเลสาบ โดยใช้พื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบที่ทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร และถ่ายทอดความรู้วิธีการปลูกข้าวในทะเลสาบมาจนถึงยุคปัจจุบัน คาดว่าการทำนาข้าวแบบนี้มีแห่งเดียวในประเทศไทย คุณหนูวาด นิยมแก้ว อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 8 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากบรรพบุรุษวิธีการทำนาข้าวในทะเลสาบ บอกว่า ตนทำนาข้าวจำนวน 4 ไร่ บริเวณแห่งนี้มาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว และยังมีเพื่อนบ้านอีกจำนวนหลายครัวเรือนทำนาข้าวบริเวณแห่งนี้รวมแล้วเกือบ 200 ไร่ ตามแนวยาวริมฝั่งทะเลสาบของหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ตลอดแนวริมทะเลสาบ ที่ทำนาข้าวยาวประมาณ 9 กิโลเมตร โดยหนึ่งปีสามารถทำนาข้า
กรมส่งเสริมการเกษตรเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หันมาปลูกพืชไร่หรือพืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้งแทนการปลูกข้าวนาปรัง ชี้ปลูกง่าย ราคาดี มีการสนับสนุนช่วยเหลือจากภาครัฐตลอดกระบวนการผลิต นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงฤดูแล้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว หันมาปลูกพืชไร่หรือพืชใช้น้ำน้อย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชตระกูลถั่ว ฯลฯ แทนการปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากในปีนี้มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพื่อการเกษตรน้อยกว่าปีที่แล้ว ทำให้ต้องจำกัดพื้นที่ปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำมาก นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้รณรงค์ให้ปลูกพืชฤดูแล้งเสมอมา พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ สู่เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชฤดูแล้ง อาทิ โครงการศูนย์ผลิตพันธุ์พืชชุมชน ซึ่งสนับสนุนการปลูกตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง เพื่อถ่ายทอดความรู้และควบคุมการผลิตให้ได้เมล็ดพันธุ์พืชที่ดี และให้เกษตรกรมีโอกาสได้ใช้พืชพันธุ์ดีในการเพาะปลูกอย่างเพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ในกระบวนการผลิตสู่เกษตรกร จนทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผ
เดือนหน้ารัฐเรียกเก็บภาษีน้ำ ทั้งจากแม่น้ำ ลำคลอง บึง แยกเป็นถ้าใช้การเกษตร-เลี้ยงสัตว์ เก็บไม่เกิน50 สตางค์ต่อลบ.ม. ส่วนโรงแรม-ที่พัก-ร้านอาหาร เก็บ 1-3 บาทต่อลบ.ม. ธุรกิจสนามกอล์ฟ-ผลิตพลังงานไฟฟ้า เก็บไม่เกิน 3 บาทต่อลบ.ม. ขณะที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เก็บไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อลบ.ม. เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ แถลงถึงการจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…. โดยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ความเสี่ยงเรื่องทรัพยากรน้ำ รัฐบาลจึงต้องมีกลไกบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำที่รัฐบาลผลักดันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนี้ หากมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายวรศาสน์กล่าวต่อว่า การจัดสรรน้ำเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ ซึ่งระบบการจัดสรรน้ำจะสร้างสิทธิในการเข้าถึงน้ำสาธารณะที่หมายถึงแม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ ทั้งที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒ
คอลัมน์ ตามรอยฟ้า นอกจากบริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่นให้ดีขึ้น ด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา และสหกรณ์การเกษตรชุมชนในราคายุติธรรม พร้อมจำหน่ายข้าวสารในราคาเหมาะสม โดยมิได้หวังผลกำไรจากการดำเนินงาน “ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล” ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวนา และความยั่งยืนของชุมชน ทั้งยังเป็นต้นแบบในการปรับปรุงกระบวนการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อเผยแพร่ให้กับชาวนาไทยทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมาชาวนาไทยประสบปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลมาจากการใช้ปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์และปุ๋ยเกินความจำเป็น “ปรีชา โพธิ” รองผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยมีวัต
แม้ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปีนี้จะมีปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกัน 21,854 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างรวมกันหรือ “มากกว่า” ปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกันของปี 2559 รวม 7,941 ล้าน ลบ.ม.ก็ตาม แต่เมื่อติดตามสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่จะมีผลต่อลุ่มเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำใช้การได้จริง ณ 17 มีนาคม 2,430 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25-เขื่อนสิริกิติ์ 2,716 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 41, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 432 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 48 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 453 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 47 รวม 4 เขื่อนหลักคิดเป็นปริมาตรน้ำใช้การได้จริง 6,032 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือนครึ่งกว่าที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของปี 2560 นั่นหมายความว่า กรมชลประทานจะต้องบริหารจัดการน้ำก้อนนี้ (6,032 ล้าน ลบ.ม.) ในกิจกรรมหลัก ๆ 4 กิจกรรม ได้แก่ น้ำเพื่อเกษตรกรรมวันละ 36 ล้าน ลบ.ม, น้ำเพื่อระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็มวันละ 5-7 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมวันละ 3 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภควันละ 8 ล้า
เทคโนโลยีการจัดการน้ำอย่างประหยัดแบบเปียกสลับแห้ง เหมาะสำหรับพื้นที่นาในเขตชลประทานที่ควบคุมและระบายน้ำได้ คุณอุดมศักดิ์ คำมูล เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดการขาดแคลนน้ำ ฉะนั้น เกษตรกรทำนาในเขตชลประทานที่ควบคุมและระบายน้ำได้ ควรจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งมีวิธีการดังนี้ เตรียมดินทำเทือกเพื่อเตรียมหว่านข้าว ติดตั้งท่อสังเกตระดับน้ำใต้ดิน (ท่อแกล้งข้าว) พื้นที่ละ 1-2 จุด โดยใช้ ท่อ พีวีซี เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 25 เซนติเมตร เจาะรูด้วยสว่านเส้นผ่าศูนย์กลางหุนครึ่งถึงสองหุน 4-5 แถว รอบๆ ท่อ แต่ละรูห่างกัน 5 เซนติเมตร และฝังท่อในนาลึก ประมาณ 20 เซนติเมตร ให้ปากท่อโผล่พ้นผิวดิน 5 เซนติเมตร ควักดินในท่อออกให้หมด หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว อัตราตามที่กรมการข้าว แนะนำ 15-20 กิโลกรัม ต่อไร่ หลังจากนั้น ระบายน้ำออกจากแปลงนาให้แห้ง เมื่อข้าวอายุประมาณ 10 วัน ให้พ่นสารคุมหรือสารกำจัดวัชพืช ตามชนิดของวัชพืชที่เกิดขึ้น สูบน้ำเข้าแปลงนา ครั้งที่ 1 หลังพ่นสารคุม-ฆ่าวัชพืช 2 วัน ที่ระดับครึ่งต้นข้าวเพื่อคุมวัชพืช ใส่ปุ๋ย ครั้งที่ 1 ด้วยส
ในอดีต คนญี่ปุ่นทางตอนเหนือของประเทศ เคยอดข้าวตายมาแล้ว เนื่องจากอากาศหนาวจัดทำนาไม่ได้ผล ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ญี่ปุ่นภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ลงมือปฏิรูปด้านการเกษตรเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะการผลิตข้าวเพื่อให้เพียงพอบริโภคภายในประเทศ ด้วยให้นโยบายว่า “ข้าวเป็นพืชเพื่อความมั่นคงของชาติ” เน้นการปรับปรุงพันธุ์ข้าวอย่างจริงจัง พร้อมๆ กับการปฏิรูปที่ดิน มีการจัดรูปที่ดินอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบให้มีขนาดมาตรฐาน ขนาด 10×100 เมตร หรือเท่ากับ 0.1 เฮกแตร์ มีหน่วยเรียกว่า 10a ออกเสียงว่า จูอาร์ และจัดสรรที่ให้ครอบครัวละ 1 เฮกแตร์ หรือเท่ากับ 6.25 ไร่ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีอากาศหนาวเย็น ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ญี่ปุ่นจึงมีอากาศอบอุ่นเพียง 6 เดือน เท่านั้น เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด อุณหภูมิขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส พอย่างเข้าเดือนเมษายนอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ชาวนาญี่ปุ่นเริ่มเพาะกล้าในถาดพลาสติก ก้นฉลุเป็นตาข่าย ขนาด 30×60 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร ใช้ดินร่วนสะอาดเป็นวัสดุเพาะ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ 270 กรัม ต่อถาด รดน้ำด้วยฝักบัวพอช
นายพิเชียร ระวิระ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนการทำนามีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจาก น้ำมัน ปุ๋ย และสารเคมี มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าแรงงานปรับเพิ่มสูงขึ้น วันละ 300-400 บาท จึงอยากลดต้นทุนการผลิตข้าว ซึ่งการลดต้นทุนการผลิตข้าวเป็นแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรสามารถจะพึ่งพาตนเองได้ ในปี พ.ศ. 2557 อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเฉพาะเกษตรกรบ้านดงมะไฟ ตำบลดงมะไฟ ได้มีแนวคิดร่วมใจกันจัดงานวันสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีการส่งเสริมการทำนาแบบปาเป้า เพื่อสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ แปลงนาของ นายเฉวียน จันทะลุน มีนักเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เกษตรกรตำบลใกล้เคียง ได้จัดกิจกรรมสาธิตการทำนาแบบปาเป้า ซึ่งเป็นการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดแรงงานการผลิต เพิ่มผลผลิตให้ข้าว นอกจากนี้ ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2559 และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการค้าข้าวของประเทศไทย รวมทั้งยังไม่ต้องพึ่งพามาตรการช่วยเหลือด้านการประกันราคา หรือจำนำข้าว เหมือนที่ผ่านมา เรียกได้ว่า พึ่งพาตนเองเป็นที่ตั้งนั่นเอง นายณัฐวัฒน์ บ
