ทุเรียนหมอนทอง
ตราด เกษตรกรดีใจ ทุเรียนราคาสูงมาก พุ่งเกือบ 270 บาทต่อกิโล ทำสถิติประวัติการณ์ แนวโน้มคาดลดลงไม่ต่ำกว่า 150 บาทต่อกิโล แนะเกษตรกร ใส่ใจดูแลยกระดับคุณภาพ-คงราคาเดิม นายวินัย ขยันยิ่ง เกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จากข้อมูลพยากรณ์ของคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรด้านพืช ของภาคตะวันออก ปี 2567 ครั้งที่ 2 โดยพบว่า ปี’67 จังหวัดตราด ปลูกทุเรียนทั้งหมด 109,144 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต 48,091 ไร่ ผลผลิต 96,903 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 8.26 เนื้อที่ยืนต้นทุเรียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยปรับเปลี่ยนพืชอื่นๆ จากยางพารา มังคุด เงาะ ลองกอง และพื้นที่ว่างเปล่ามาปลูกทุเรียนทดแทน เพิ่มเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีต้นทุเรียนที่ปลูกในปี 2562 เริ่มให้ผลผลิตใหม่ในปี 2567 ได้เป็นปีแรก จึงให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และดอกมีหลายรุ่นใน 1 ต้น สวนทางกลับราคาทุเรียนที่มีราคาที่สูงขึ้น โดยทุเรียนหมอนทอง ราคา 270 บาทต่อกิโลกรัม นับว่าสูงมากและไม่เคยสูงระดับนี้มาก่อน ทั้งนี้ ทุเรียนของจังหวัดตร
ปัญหาราคาผลิตทุเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกกดราคา จำหน่ายทุเรียนได้ในราคาต่ำมาเป็นเวลานาน สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระ ราชดำริ ที่เข้าไปดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี ๒๕๖๑ จึงร่วมมือบูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยเฉพาะส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดปัตตานี นราธิวาสและยะลา โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรม ปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเริ่มต้นจากการทำความ“เข้าใจ” พบว่า สาเหตุของปัญหามาจากคุณภาพของทุเรียนที่ขาดการดูแลที่ดีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแล การบำรุงต้นไปจนถึงการเก็บเกี่ยว รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่ทำให้มีหนอนเจาะเมล็ด ผลมีหนามแดง ต้องจำหน่ายแบบเหมาสวน จากนั้นจึง “เข้าถึง” เกษตรกรโดยการคัดเลือกคนที่หัวไวใจสู้และมีความพร้อมที่จะพัฒนาคุณภาพทุเรียนมาเข้าร่วมกับโครงการก่อน โดยจัดทำคู่มือการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพและจัดทำขั้นตอนในการดำเนินงานโครง
เมื่อเข้าสู่เทศกาลฤดูผลไม้อยากบอกเลยว่า “ทุเรียน” เป็นหนึ่งในไม้ผลสุดฮ็อต ที่หลายคนกำลังตั้งตารอคอย อย่างแน่นอน คนไทยโชคดีมีทุเรียนให้ได้ชิมกันยาวนาน มีแหล่งปลูกหลายจังหวัด และหลายภาคกระจายตัวเกือบทั้งประเทศ เริ่มจากแหล่งผลิตหลักทางภาคตะวันออกก่อน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ต่อด้วยช่วงฤดูการผลิตจากภาคใต้ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม นอกจากนั้น เป็นผลผลิตตามจังหวัดอื่นอีกหลายแห่ง เมื่อรวมทั้งปีพบว่าคนไทยทานทุเรียนกันแบบจุกๆ 9 เดือนต่อปี โดยเริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม สายพันธุ์ทุเรียนมีจำนวนมากทั้งเก่าและใหม่ แต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกันขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนชิม แต่พันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคมากคือ หมอนทอง เหตุผลเพราะกลิ่นไม่แรงมาก รสชาติอร่อย หอมหวานมัน เนื้อละเอียดและแห้ง ไม่แฉะติดมือ มีสีเหลืองอ่อน เม็ดเล็กและลีบ ที่สำคัญไม่หวานจนเกินไป แล้วยังนิยมเลือกแบบกรอบนอกนุ่มใน ทางโภชนาการพบว่าหมอนทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าสายพันธุ์อื่น คราวนี้มาดูการปลูกทุเรียนที่จังหวัดอุทัยธานีกันบ้าง ภายหลังที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงทั้ง
การปลูกทุเรียนในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยราคาจำหน่ายที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชุมพรซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่มีการพัฒนาองค์ความรู้ในการผลิตทุเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผลผลิตทุเรียนคุณภาพออกสู่ตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอยู่โดยตลอด คุณพรเทพ เรียบร้อย หรือ โกเดี่ยว หนุ่มร่างสันทัด นัยน์ตาสีเหล็ก เกษตรกรปลูกทุเรียนที่บ้านน้ำฉา ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ถือเป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่ผ่านการเคี่ยวกรำและสั่งสมประสบการณ์บทบาทวิถีของชาวสวนผลิตทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองนอกฤดูมาตรฐานส่งออก อีกทั้งยังมุ่งมั่นขยายพื้นที่ในการปลูกทุเรียนเพิ่ม ภายใต้ปณิธาน “ปลูกทุเรียน 4 ปี ต้องได้รับผล” เพื่อตอบโจทย์การบริโภคของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะทุเรียนส่งออกไปยังประเทศจีนที่มีความต้องการสูงจนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณพรเทพ บอกเล่าเรื่องราวของตนเองอย่างอารมณ์ดีว่า ตนเองเดิมทีประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวนทุเรียนอยู่ก่อนแล้ว และเล็งเห็นว่าตลาดทุเรียนส่งออกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงตัดสินใจขย
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงยิ่ง เป็นอย่างไรกันบ้างหนอกับสภาพฟ้าฝนในช่วงนี้ เห็นว่าหลายๆ พื้นที่ต้องประสบภัยกันมากบ้างน้อยบ้างกันหลายพื้นที่เลย ผมเองแม้อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่เว้น คุณน้ำแวะมาเยือนให้เย็นฉ่ำสำราญเบิกบานใจถึงในบ้านเลยทีเดียว ก็ต้องปรับตัวปรับใจให้อยู่ในสภาพเช่นนี้ให้ได้ครับ ธรรมชาติคือสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเสมอ อยู่กรุงเทพฯ เจอฝนกระหน่ำ ก็เลยเดินทางขึ้นเหนือไปหาพี่น้องเกษตรกรสักนิดดีกว่า นัดแนะกับสามทหารเสือแห่งพบพระ อันประกอบไปด้วย ผู้ใหญ่ไพเราะ ปานทิม, ผู้ใหญ่ชะลอ เอี่ยมสะอาด และ ผู้ใหญ่สงัด วินนันท์ ผู้นำหมู่บ้านและเกษตรกรที่เดินหน้าทำสวนเกษตรผสมผสาน ในสวนที่ไม่ได้ปลูกเพียงชนิดเดียวแต่มีหลากหลายพันธุ์ไม้ อะโวกาโดเป็นไม้ผลหลักที่สร้างรายได้ต่อต้นเป็นเงินหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท โกโก้ที่ปลูกแซมไว้ กล้วยหอม มะละกอ กาแฟ บุกไข่ กระทั่งพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงทุเรียน ซึ่งที่พบพระปลูกทุเรียนที่ได้ผลผลิตแล้วหลายพันต้น มีเรื่องกระซิบมาว่า พ่อค้าบางคนมาเหมาทุเรียนพบพระไปขายในช่วงที่ผลผลิตทางสวนเขาเองยังไม่มี อ้าว! ยังไงครับเนี่ย เราก็เลยบุกไปสวนผู้ใหญ่สงั
ถนนสุขุมวิท แถบอำเภอแกลง มุ่งสู่เมืองจันท์ ภูมิประเทศซ้ายมือเป็นที่สูง ทำสวนทำไร่ได้ผลดี ขวามือเป็นที่ต่ำ ไกลออกไปติดกับชายทะเล บางช่วงมีน้ำกร่อย ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรทำนา ทำอาชีพประมง พื้นที่ส่วนหนึ่งรกร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ครอบครัว “พานทอง” อาศัยอยู่ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปจากอำเภอแกลงอยู่ขวามือ ด้วยเหตุนี้ อาชีพพื้นฐานจึงทำนา มีทำสวนบ้างเล็กน้อย ด้วยเพราะมีลูกถึง 6 คน หัวหน้าของครอบครัวจึงต้องหาอาชีพเสริมโดยการรับจ้าง ยามที่ว่างจากงาน หัวหน้าครอบครัว ได้พาลูกๆ เรียนรู้งานเกษตร โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เริ่มตั้งแต่ออกจากโรงเรียนแล้ว คุณประยุทธ พานทอง สมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว บอกว่า บ้านของตนเองอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตัวอำเภอแกลง หรือไปถึงตัวเมืองระยอง การเดินทางไปเรียนหนังสือนั้นไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ต้องขบคิดกันเป็นเรื่องทุนรอนที่จะเรียน ตอนแรกคุณประยุทธตั้งใจว่าจะเรียนหนังสือ แต่ปรึกษาหารือกันแล้ว สุดท้าย ต้องเลือกยุติการเรียนแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเลิกเรียน คุณประยุทธตั้งหน้าตั้งตาทำงานช่วยพ่อแม่ ซึ่งก็ได้แก่งานเกษตร เขาไม่เคยย่อท้อ หนักเอาเบาสู้ ด้วยเห
ครอบครัวของ คุณมะโนทยาน พรมกอง อพยพจากอำเภอเดชอุดม มาตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 7 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สมัยก่อน ถึงแม้น้ำยืน จะเข้าออกลำบาก แต่ก็ดินดำน้ำดีกว่าที่เดชอุดม…ดีไม่ดีอย่างไรให้สังเกตดูที่ชื่อหมู่บ้าน คือเกษตรสมบูรณ์ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ครอบครัวของคุณมะโนทยาน ปลูกข้าวไว้กิน ขณะเดียวกัน ก็ปลูกพืชไร่ จำพวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง มีอยู่ช่วงหนึ่ง มะเขือพวงมีราคา จึงปลูกกันพอสมควร ทำให้ผลผลิตมีมาก หากนำไปขายในตัวเมืองอุบลฯ หรือที่ตลาดอำเภอวารินชำราบ ขายได้ราคาไม่ดี จึงต้องนำไปขายไกลถึงจังหวัดจันทบุรี คุณมะโนทยาน นำมะเขือพวงบรรทุกรถไปขายถึงเมืองจันท์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เมืองจันท์ในช่วงที่คุณมะโนทยานไปเห็นนั้นเป็นหน้าผลไม้ ตามข้างทางมีสวนเงาะสุกแดง ข้างทางบางแห่งมีทุเรียนวางขายอยู่เต็มไปหมด คณะที่ไปได้ซื้อชิมแล้วอร่อย ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณมะโนทยาน เริ่มคิดว่า น่าจะปลูกทุเรียน เพราะสภาพพื้นดินของอำเภอน้ำยืน สีเดียวกับเมืองจันท์ เพราะเป็นตะเข็บชายแดนติดต่อกับกัมพูชา ฝนฟ้าก็ตกดี แหล่งน้ำก็หาได้ ไปขายมะเขือพวงเที่ยวใหม่ ข
เพื่อนบ้านบอกสองผัวเมียปลูกทุเรียนบนดินทรายเป็นบ้า แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อทุเรียนออกผลสร้างรายได้ให้ปีละหลายแสนบาท ภาครัฐเข้าหนุนสร้างช่องทางทำกินให้ชาวบ้านในละแวกเดียวกัน วันนี้ จะพาไปชมสวนทุเรียนที่เดียวในอีสาน หรือในประเทศก็ว่าได้ที่ปลูกต้นทุเรียนราชาแห่งผลไม้ในดินทราย โดยเริ่มแรก คุณสมัย หรือเพื่อนบ้านเรียก พ่อสมัย สายเสน อายุ 63 ปี เกษตรกรชาวนา หมู่บ้านโคกใหม่พัฒนา หมู่ ที่ 10 ตำบลโนนกลาง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี เบื่ออาชีพทำนาปลูกข้าว ที่ยึดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ เพราะผืนนาเป็นนาโคก และพื้นดินยังเป็นดินทรายปนดินเหนียว ปีหนึ่งๆ ต้องรอฟ้าฝน เพื่อเอาน้ำมาปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง และไม่มีความแน่นอนเรื่องผลผลิตข้าวด้วย ในช่วงวัยหนุ่ม พ่อสมัย นอกจากทำนาปลูกข้าว ยังตระเวนไปรับจ้างเป็นคนงานตามสวนผลไม้แถวภาคใต้ มีครอบครัวก็กลับมาทำอาชีพขายรองเท้าตามตลาดนัดกับภรรยา และปลูกข้าวปีละครั้ง พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและมีข้าวไว้กินในแต่ละปี แต่เมื่ออายุสูงขึ้น ก็เริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมถอย การขับรถตระเวนไปขายรองเท้าตามตลาดนัดก็เริ่มมีอุปสรรค ตาฝ้าฟางกลัววันไห
ทุเรียนหมอนทอง จากแหล่งปลูกในเขตพื้นที่ภูเขาไฟเก่าทำให้ได้เนื้อภายในผลกรอบนอกนุ่มใน หอม หวานมัน กลมกล่อม เป็นทุเรียนคุณภาพเฉพาะถิ่นที่ถูกอกถูกใจผู้บริโภคยิ่งนัก ทุเรียนจะมีวางขายในตลาดท้องถิ่น แต่มีเกษตรกรก้าวหน้านักพัฒนาสวนไม้ผลรุ่นใหม่ได้ก้าวเปิดตลาดทุเรียนด้วยการทำ MOU ซึ่งเป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่างผู้ปลูกกับตลาดผู้ซื้อ ทำให้เกษตรกรสามารถยกระดับรายได้นำไปสู่การยังชีพที่มั่นคง ยั่งยืน คุณรัตดา คงสีไพร เกษตรอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการส่งเสริมการเกษตรระบบแปลงใหญ่ทุเรียน พื้นที่ 1,983 ไร่ รวม 208 ราย เพื่อพัฒนาการผลิตที่ยั่งยืน จึงส่งเสริมให้ปลูกในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ทุเรียนคุณภาพ และได้รับการรับรองให้เป็นทุเรียน GI : สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย หรือเป็นพืชคุณภาพเฉพาะถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตมั่นคง คุณสุขุมาภรณ์ ตองอบ เกษตรกรก้าวหน้านักพัฒนาสวนไม้ผลรุ่นใหม่ เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งเติบใหญ่ วิถีชีวิตมีความผูกพันกับการทำสวนไม้ผลมาตลอด นอกจากวิ่งเล่นตามประสาเด็
คณะนักธุรกิจจีน นำโดย นายเฉินเว่ยปิน (Shen Wei Bin) ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท กวางโจว ยูฝู จำกัด (Guangzhou You Fu) ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อผลไม้จากทั่วโลกไปจำหน่ายในประเทศจีน รายใหญ่อันดับต้นๆ ร่วมกับผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เดินทางมาเยี่ยมชมและตรวจสอบคุณภาพการปลูกทุเรียนบาตามัส (ทุเรียนหมอนทอง) ภายใต้โครงการทุเรียนคุณภาพ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินการร่วมกับภาคราชการและเกษตรกร หลังจากศึกษาพื้นที่และพูดคุยกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนของโครงการฯ นายเฉินเว่ยปิน กล่าวว่า มีความยินดีที่มีโอกาสได้เยี่ยมชมและรับฟังผลการดำเนินงานพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายเฉินเว่ยปิน กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยอยู่ที่ ร้อยละ 90-95 อีกร้อยละ 5-10 เป็น ผลผลิตจากประเทศเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งจากการที่รัฐบาลจีนเข้มงวดมากขึ้นเรื่องคุณภาพ ขณะที่มาเลเซียและเวียดนามก็กำลังพยายามขอโอกาสจากรัฐบาลจีนในการ
