ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่าที่ผ่านมาทั้ง 2 หน่วยงานมีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อร่วมมือในด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โดยผ่านตู้ประชาสัมพันธ์ Kiosk ซึ่งเป็นระบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งให้บริการ ณ ที่ทำการ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ และยังมีความร่วมมือกันในด้านข้อมูล Big data กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งข้อมูลราคาสินค้าเกษตรรายวัน ผ่านเว็บไซต์แผ่นดินทอง และ Application A-Mobile และข้อมูลราคาสินค้าเกษตร สำหรับพยากรณ์ราคาสินค้าเกษตรรายเดือน การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ระหว่าง สศก.และ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือทางวิชาการให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลด้านการติดตามประเมินผล การประมาณการ GDP ภาคเกษตร และการสำรวจข้อมูลโดยนำเทคโนโลยีสารสนเท
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมกับสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) นำโดยนายยศวัจน์ ชัยวัฒนศิริกุล ที่ปรึกษาสมาพันธ์สกท. ซึ่งนำม็อบเกษตรกรประมาณ 900 คนมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งรัดการแก้ไขพ.ร.บ. ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 3 มาตรา โดยมาตราที่ผู้ชุมนุมต้องการให้แก้ไขด่วนที่สุดคือ มาตรา 37/9 วรรคสอง ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ที่ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ไม่สามารถที่จะเข้าไปชำระหนี้แทนหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ ต่อมาทางกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือไปยังกฤษฎีกาอีกครั้ง ซึ่งระหว่างรอคำตอบนั้น กลุ่มเกษตรกรระบุว่า เดือดร้อนอย่างมากจากการที่ธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องร้อง บังคับคดี ยึดทรัพย์ และทำให้ล้มละลาย นายเฉลิมชัย แจ้งแกนนำเกษตรกรว่า ช่วงเช้านี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งหนังสือเห็นชอบตามร่างแก้ไขพ.ร.บ. ในมาตราที่เสนอแล้ว ซึ่งตนได้ลงนามในหนังสือส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนดวาระนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบจะเสนอต่อรัฐสภาพิจ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมตัวแทนสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมยางพารา ปาล์มน้ำมัน โคนม และโคเนื้อ เกือบ 2,000 คน ชี้แจงนโยบายประกันรายได้และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล หวังใช้กลไกสหกรณ์ขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรทั่วประเทศ (วันนี้ 13 กันยายน 2562) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ “การสร้างการรับรู้นโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลผ่านสถาบันเกษตรกร” และปาฐกถาพิเศษ “ภาพรวมนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาล” โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจด้านยางพารา ปาล์มน้ำมัน โคนม และโคเนื้อ เกือบ 2,000 คน เข้าร่วมรับฟังเพื่อสร้างการรับรู้นโยบายด้านการเกษตรส่งผ่านสถาบันเกษตรกร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมชี้แจงนโยบายด้านการเกษตรภายใต้ภารกิจของหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย ณ อาคารอิมแพคฟอรั่ม ชั้น 2 ห้องประชุมแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเ
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเป็นผู้นำนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดตัวโครงการ “Zero Burn เกษตรปลอดการเผา” ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดภัยไร้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และสร้างรายได้เพิ่มจากการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตทางอากาศที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาคือการเผาในที่โล่ง บริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในภาคของการเกษตร จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเ
นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในอัตรา ไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งมีเป้าหมายเกษตรกร 150,000 ราย พื้นที่ 2.25 ล้านไร่ โดย ธ.ก.ส. ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือตามโครงการไปแล้ว จำนวน 149,949 ราย เป็นเงิน 2,025.02 ล้านบาท พื้นที่ 1.35 ล้านไร่ คิดเป็น 99.96% นายศรายุทธ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 เห็นชอบในการเพิ่มเป้าหมายในโครงการดังกล่าว ภายใต้กรอบงบประมาณเดิม อีก 99,918 ครัวเรือน พื้นที่ 0.9 ล้านไร่ เป็นเงิน 1,348.87 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. ได้เร่งดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ซึ่งเกษตรกรสามารถมาเบิกรับเงินได้ตั้งแต่ วันที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพ
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ที่คาดว่าเกิดปัญหาภัยแล้งกว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เพาะปลูกทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง แม้ว่าเกษตรกรรายย่อยในปีนี้จะเข้ามาตรการพักหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 ปี แต่ก็ต้องผ่อนชำระดอกเบี้ยตามปกติ ดังนั้นหากปีนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทำให้รายได้ลดลง ธ.ก.ส. อาจพิจารณาให้เกษตรกรยืดเวลาผ่อนชำระในส่วนของดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี โดยให้ผ่อนชำระดอกเบี้ยแค่ 30% ของภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย นายอภิรมย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลให้ ธ.ก.ส. ทำสองโครงการเพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้ของเกษตรกร คือ โครงการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรที่มีหนี้คงค้างกับ ธ.ก.ส. ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ขยายระยะเวลาชำระต้นเงินกู้ออกไป 3 ปี เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม 2561 ถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ตามความสมัครใจ แต่ยังต้องชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ตามกำหนดเดิม หรือตามที่มาแห่งรายได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เว้นในกรณีเป็นภาระหนัก ให้ขยายเวลาชำระดอกเบี้ย หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นรายกรณีไป และโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผุดโครงการสนับสนุนสหกรณ์การเกษตรผสมปุ๋ยเพื่อจำหน่ายให้เกษตรกร ขายถูกกว่าท้องตลาด 3,378 บาท/ตัน ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต 300-400 บาท/ไร่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ มีโครงการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรผลิตปุ๋ยใช้เองจำหน่ายให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และใช้ปุ๋ยไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นดิน ซึ่งส่งผลทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่ามาตรฐาน รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต โดยให้สหกรณ์การเกษตรในระดับอำเภอผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลดินของแต่ละพื้นที่ เพื่อกำหนดสูตรปุ๋ยที่มีแร่ธาตุเหมาะสมกับสภาพดินให้สหกรณ์นำไปผลิต กรมส่งเสริมการเกษตร จะจัดเวทีให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงข้อดี ในการผลิตปุ๋ยใช้เองแทนปุ๋ยสำเร็จรูป และกรมวิชาการเกษตรจะออกใบอนุญาตผลิตและจำหน่ายปุ๋ยให้กับสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงการให้คำแนะนำตามหลักวิชาการการผสมปุ๋ยแ
ผลผลิตพุ่ง – ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีของเกษตรกร จ.เชียงรายปีการผลิต 2561-2562มีแนวโน้มว่าผลผลิตข้าวจะมีปริมาณสูงถึง 567,000 ตัน ทางธ.ก.ส.จังหวัดเชียงรายจึงได้จัดทำโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เพื่อไม่ให้ราคาผลผลิตตกต่ำ ธ.ก.ส.เชียงรายคาดข้าวทะลัก 5.6 แสนตัน ผุดมาตรการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี วงเงิน 1.1 พันล้าน ชี้อาจยาวถึงฤดูนาปรังปลายปี 62 ด้านจ.อุดรประกาศเตือน “ปลอมปนข้าวหอมมะลิ” โทษหนักทั้งจำ-ปรับ นายดุสิต เหลี่ยมวัฒนา ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.จังหวัดเชียงราย ได้จัดทำโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ระยะเวลาดำเนินการระหว่างพฤศจิกายน 2561-กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อให้เกษตรกรชะลอขายข้าวเปลือก โดยให้เก็บข้าวไว้เพื่อลดความชื้นและรอราคาที่จะสูงขึ้น รวมถึงจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสหกรณ์ใน จ.เชียงราย เพื่อชี้แจงโครงการเพื่อรองรับฤดูเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรปีการผลิต 2561-2562 โดยในฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวดังกล่าว คาดว่าเกษตรกรชาวเชียงรายจะมีผลผลิตข้าวนาปีออกมาประมาณ 567,000 ตัน โดยเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิประมาณ
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจับมือ ธ.ก.ส. ปล่อยแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดันยอดผลิต ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ผ่านสถาบันเกษตรกร หวังลดต้นทุนให้เกษตรกรพร้อมแก้วิกฤตธาตุอาหารในดินต่ำ ส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพที่ลดลง นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบการผลิตปุ๋ยสั่งตัด ของสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี ณ โรงสีข้าวสหกรณ์การเกษตรเมืองสุพรรณบุรี จำกัด ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณ จ.สุพรรณบุรี ว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการส่งเสริมให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตและใช้ปุ๋ยสูตรที่มีธาตุอาหารพืชเหมาะสมตามค่าการวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชที่มีอยู่ในดินในแต่ละพื้นที่ หรือที่เรียกว่า “ปุ๋ยสั่งตัด” ช่วยให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยถูกชนิดและถูกปริมาณ ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยจึงสูงขึ้น สามารถลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ โดยปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรที่สามารถผลิตและดำเนินการจัดทำปุ๋ยสั่งตัดเพื่อบริการให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้ ประมาณ 100 แห่ง มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 20,000 ตัน ต่อปี แต่ยังมีหลายสถาบันเกษตรกรที่ยังมีความต้องการผลิต และจำหน่ายปุ๋ยสั่งตัดให้กับสมาชิกอีกมาก ซึ่งมีข้อจำ
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 มีมติเห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปี ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวได้มีมติเห็นชอบโครงการ ปีการผลิต 2561 ในการประชุมครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินในเบื้องต้นว่า จะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย 30 ล้านไร่ คาดว่าจะใช้เงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 1,841 ล้านบาท นางสาวกุลยากล่าวว่า การทำประกันปีนี้ กำหนดพื้นที่เป้าหมายเอาประกันภัย สูงสุดจำนวนไม่เกิน 30 ล้านไร่ ประกอบด้วย พื้นที่เป้าหมายเอาประกันภัยจำนวนไม่เกิน 29 ล้านไร่ สำหรับเกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกราย ซึ่งประกอบด้วย ลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่ได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจาก ธ.ก.ส. และลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส.ที่มีความปร
