นาปรัง
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้รายงานผลการดำเนินงานแผนข้าวครบวงจร ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปี หรือข้าวรอบที่แรก 58 ล้านไร่ แล้วคาดว่าจะได้ผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่เนื่องจากปีนี้น้ำท่าดีมาก ดังนั้นจึงคาดว่าเกษตรกรจะปลูกข้าวนาปรังหรือทำนารอบ 2 มากกว่าที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงกำชับให้กรมการข้าว ควบคุมพื้นที่ปลูกให้เข้มงวดที่สุด พร้อมทั้งได้ให้ นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจและเป็นที่ปรึกษาการเปลี่ยนข้าวเป็นพืชอื่นในพื้นที่ไม่เหมาะสม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ผลผลิตข้าวนาปีคาดว่าจะได้ผลผลิตตามที่กำหนดไว้ 29.5 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 17.76 ล้านตันข้าวสาร โดยแบ่งเป็นข้าวนาปี 22.6 ล้านตันข้าวเปลือก และข้าวนาปรัง หรือข้าวรอบที่ 2 ผลผลิต 7 ล้านตันข้าวเปลือก โดยข้าวนาปี แยกเป็น ข้าวหอมมะลิ 8.07 ล้านตันข้าวเปลือก ข้าวหอมจังหวัด 1.39 ล้านตันข้าวเปลือก ข้าวหอมปทุม 9.2 แสนตัน ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 ล้านตัน ข้าวเจ้า 7.97 ล้านตันข้าวเปลือก ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้
วันที่ 24 เมษายน ที่จังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรที่ทำนาปรัง ในพื้นที่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ชาวบ้านได้มีการทำนาปรังจากน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และน้ำบ่อบาดาลกันจำนวนมาก ขณะนี้เกษตรกรส่วนมากกำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังที่เริ่มแก่แล้ว และเตรียมปรับสภาพพื้นที่ไว้รอทำนาปี จำใจขายข้าวนาปรังราคาถูก ที่หลังจากช่วงนี้ข้าวนาปรังเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาปรับลดลง เหลือเพียงกิโลกรัมละ 5.80 บาทเท่านั้น หักต้นทุน ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าสูบน้ำ ค่าปุ๋ย และค่าเกี่ยวแล้ว เหลือกำไรเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องทำเพราะยังดีกว่าไม่มีงานทำ จึงฝากวอนไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยใช้กลไกการตลาดช่วยเหลือให้ราคาข้าวขายได้สักกิโลกรัมละ 8 บาท ก็ยังดี ซึ่งราคาก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาอยู่ประมาณ 7-8 บาท ซึ่งเป็นราคาข้าวที่เกี่ยวแล้วเกษตรกรนำออกไปขายเลย นายบุญสาร แก้วมูลมุข อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 4 บ้านหนองขาม ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง กล่าวว่า มีที่นา 21 ไร่ ลงทุนทำนาเป็นค่าไถ น้ำมันสูบน้ำ เมล็ดพันธุ์ ปุ
แม้ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปีนี้จะมีปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกัน 21,854 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างรวมกันหรือ “มากกว่า” ปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกันของปี 2559 รวม 7,941 ล้าน ลบ.ม.ก็ตาม แต่เมื่อติดตามสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่จะมีผลต่อลุ่มเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำใช้การได้จริง ณ 17 มีนาคม 2,430 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25-เขื่อนสิริกิติ์ 2,716 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 41, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 432 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 48 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 453 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 47 รวม 4 เขื่อนหลักคิดเป็นปริมาตรน้ำใช้การได้จริง 6,032 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือนครึ่งกว่าที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของปี 2560 นั่นหมายความว่า กรมชลประทานจะต้องบริหารจัดการน้ำก้อนนี้ (6,032 ล้าน ลบ.ม.) ในกิจกรรมหลัก ๆ 4 กิจกรรม ได้แก่ น้ำเพื่อเกษตรกรรมวันละ 36 ล้าน ลบ.ม, น้ำเพื่อระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็มวันละ 5-7 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมวันละ 3 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภควันละ 8 ล้า
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายพรประเสริฐ ศรีอารักษ์ ชาวนาบ้านนาคอกควาย หมู่ 2 ตำบลดงขวาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ตนเองและภรรยามีที่นาอยู่ประมาณ 6 ไร่ โดยในทุกๆ ปีจะมีการปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง แต่ในระยะหลังๆ ต้องเจอกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น จึงพยายามหาพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยมาปลูกทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง โดยได้เลือกเอาการปลูกข้าวโพดหวานมาปลูกในพื้นที่ เพราะมีการประกันราคาจากบริษัท ซึ่งอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 23 บาท อีกทั้งทางบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนให้ตั้งแต่ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี และยาป้องกันแมลง แต่เราจะต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ในการปลูกข้าวโพดหวานตลอดระยะเวลา 4 เดือน โดยในปีที่มาผ่านตนเองมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท แต่ปีนี้คาดว่าจะได้มากกว่าเดิมอีกเกือบเท่าตัว เพราะเริ่มรู้วิธีการดูแลรักษาป้องกันไม่ให้ข้าวโพดเสียหาย นอกจากนี้ ตนเองและภรรยายังมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทาน และปลูกดอกดาวเรืองไว้ข้างๆ แปลงข้าวโพดเพื่อจำหน่ายอีกด้วย ซึ่งแทบจะไม่ต้องดูแลอะไรมากมายเพราะได้ทั้งปุ๋ยและน้ำจากแปลงข้าวโพดอยู่แล้ว ทำให้ในทุกๆ วัน ตนเองมีรายเสริมในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 300 บาทต่อวันเลยทีเด
นายสินสมุทร คงประโยชน์ สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ชี้แจงว่า จากการจัดประชุมเครือข่ายสภาเกษตรกรที่ผ่านมา จะได้รับข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของเกษตรกรทำนาจากปัญหาขาดแคลนน้ำ หลังจากที่เริ่มทำนาปรัง เพราะไม่มีการจัดสรรน้ำไปให้ ทำให้ข้าวที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย จึงได้ประสานหน่วยงานภาครัฐเพื่อชี้แจงซึ่งเมื่อวันพุธที่ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ณ ที่ว่าการอำเภอภาชี มีเกษตรกรกรในหลายอำเภอที่ได้รับความเดือดร้อนการจากการทำนารอบที่ 2 ปีเพาะปลูก 2559/60 มาเข้ารับฟังราว 800 คน สาระสำคัญจากภาครัฐคือเกษตรกรต้องมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาเนื่องจากน้ำต้นทุนมีเท่าเดิม แต่การเพิ่มขึ้นของประชากรนอกภาคการเกษตรมีมากต้องใช้น้ำมาก เกษตรกรควรมีแหล่งน้ำในไร่นาของตนเอง ทำการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย สถานการณ์ปัจจุบันชาวนาได้ทำนาปรังมากกว่าพื้นที่จัดสรรน้ำ ในส่วนของเกษตรกรนั้น นายสินสมุทร ฯ ได้กล่าวว่า ปีนี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่ทราบถึงแผนการจัดสรรน้ำจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากเดิมปกติคณะกรรมการจัดการชลประทานกลุ่มผู้ใช้น้ำจะมีการประชุมวางแผนการใช้น้ำร่วมกัน แต่ปีนี้ไม่มีการประชุมจึงทำให้เกิดสภาพปัญ
วันที่ 10 มกราคม นายวิเชียร พวงลำเจียก อดีตนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีฝนตกบ้างในพื้นที่ภาคกลาง และในทุ่งยังพอมีน้ำขังอยู่บ้าง อันเป็นผลมาจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ขอเตือนชาวนาว่าไม่ควรเร่งทำนาปรังเต็มพื้นที่การเพาะปลูกทั่วทั้งภาคกลาง เพราะเชื่อว่าจากการพยากรณ์อากาศและประเมินสภาพอากาศจากหลายหน่วยงาน คาดว่าจะเกิดภาวะภัยแล้งแน่นอนในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ และแน่นอนว่าในทุ่งนาจะขาดน้ำเพื่อการเกษตรอย่างหนัก นายวิเชียรกล่าวว่า ต้นข้าวนาปรังจะมีอายุ 120 วัน หรือ 4 เดือน จึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และช่วงนี้เป็นต้นฤดูกาลเพาะปลูก หมายความว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดังนั้น จึงเกิดความเสี่ยงอย่างมาก หากชาวนาทุกคนเห็นว่าฝนตกและเดินหน้าทำนาปรังเต็มพื้นที่ “สำหรับตนเองมีพื้นที่นาประมาณ 30 ไร่ การเพาะปลูกรอบแรกในปีนี้ทำนาปรังเพียง 15 ไร่เท่านั้น ในจุดที่ใกล้แหล่งน้ำ ที่นาดอนหรือนาไกลแหล่งน้ำไม่ควรทำนา เพราะเชื่อว่าเสี่ยงขาดน้ำและเสี่ยงขาดทุน ดังนั้น ช่วงนี้อยากให้รัฐบาลหรือกรมชลประทาน ออกมาประเมินสถานการณ์น้ำ เพื่อทำนาปรังอย่างเป็นทางก
กระทรวงเกษตรฯ ชวนภาคเอกชนทำ MOU สานพลังประชารัฐส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง ปี 2559/60 ตั้งเป้าปรับลดพื้นที่ 2 ล้านไร่ ใน 31 จังหวัด เพื่อให้ชาวนาปรับระบบการผลิตในช่วงฤดูแล้งและมีรายได้เพิ่มขึ้นทดแทนการปลูกข้าวนาปรังที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐได้มีนโยบายจัดระบบการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวของเกษตรกรเพื่อการแก้ไขปัญหาข้าวมีสภาวะเกินความต้องการของตลาด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 รอบที่ 2 หรือข้าวนาปรัง จำนวน 6.86 ล้านไร่ ผลผลิต 4.38 ล้านตันข้าวเปลือก และมีเป้าหมายปรับลดพื้นที่การปลูกข้าวไปปลูกพืชอื่น หรือกิจกรรมอื่นจำนวน 3 ล้านไร่ ประกอบกับปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่มีความต้องการใช้ในประเทศกว่า 7.2 ล้านตัน ทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่น ๆ เข้ามาเสริมชดเชยส่วนที่ขาด ดังนั้น จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมกันจัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสั
