บอนไซ
คุณนิตยา พรหมขวัญ อยู่บ้านเลขที่ 185 ตำบลไสหว้า อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้คิดต่อยอดนำมะพร้าวที่เป็นผลผลิตมีจำนวนมากในพื้นที่ดินของเธอ มาสร้างเป็นบอนไซมะพร้าวให้มีทรงที่สวยงาม เพื่อโชว์กะลาภายในให้เกิดมีเอกลักษณ์มากขึ้น ส่งผลให้เป็นที่ถูกใจของผู้พบเห็น สามารถจำหน่ายได้ราคาดีเลยทีเดียว คุณนิตยา เล่าว่า เดิมบ้านของเธอก็ประกอบอาชีพทางการเกษตรอยู่แล้ว พร้อมทั้งมีการนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อมาได้มีโอกาสได้ไปเห็นการทำบอนไซมะพร้าว จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าสวนของเธอเองก็มีมะพร้าวปลูกอยู่ ผลที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ส่งจำหน่าย เมื่อปล่อยให้งอกเป็นต้นกล้าออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถจำหน่ายเนื้อในได้ เลยเกิดแนวความคิดที่อยากจะสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงได้มาดัดแปลงเป็นมะพร้าวแคระหรือบอนไซมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ ปลูกใส่กระถางที่มีลวดลาย “ช่วงนั้นได้มีโอกาสไปดูคลิปวิดีโอว่าประเทศอินโดนีเซียทำกันเยอะ ในเรื่องของบอนไซมะพร้าว ดูแล้วค่อนข้างมีลักษณะสวยงาม ทีนี้เลยเกิดความคิดว่า บ้านเราเองก็มีสวนมะพร้าวอยู่ น่าจะนำมาให้เกิดประโยชน์ จึงได้นำผลที่งอกออกมาเป็นต้นแล้ว มาทดลองทำดู ซึ่งช่วงแรกๆ ที่แก
หากจะกล่าวถึง บอนไซ เชื่อว่าคนที่รักต้นไม้ทุกคนจะต้องหลงใหลกับมนต์เสน่ห์ของบอนไซ จนหลายคนพยายามเสาะแสวงหามาไว้ในครอบครองต้นแล้วต้นเล่า ซึ่งในปัจจุบัน บอนไซ ส่วนใหญ่ถูกนํามาตกแต่ง จัดวาง ในส่วนต่างฯ ของบ้าน ที่สถาปนิก และมัณฑนากรจะนิยมนํามาจัดตกแต่งวางไว้ที่ห้องนั่งเล่น หรือวางไว้ที่ระเบียง ในบ้านพักตากอากาศริมชายหาดสามารถเพิ่มเสน่ห์และเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้าน บอน ไซ หรือ ไม้แคระ เป็นศิลปะในการปลูกต้นไม้โดยการย่อส่วนจากต้นไม้ขนาดใหญ่ มาปลูกในกระถาง และหมั่นดูแลตัดแต่งกิ่ง ใบ ซึ่งต้นไม้ที่นำมาอาจจะเป็นไม้ต้นตรง ไม้ต้นคู่ ไม้เอน ไม้กลุ่ม ฯลฯ แล้วแต่โครงสร้างของต้นไม้ที่ได้มา ศูนย์บอนไซ สวนชัยพร ราชบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นับเป็นรังบอนไซที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย มีทั้ง ตะโก ไทร โพธิ์ ชาฮกเกียน มะนาวเทศ มะขามเปรี้ยว เชอรี่แคระ ฯลฯ ปลูกเพาะขยายอยู่มากมายภายใต้การบริหารงานและการดูแลสวนของ คุณชัยพร ศิริธนโชติ คุณชัยพร กล่าวว่า บอนไซ เป็นไม้ที่เลี้ยงดูไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลานานในการดูแลและเลี้ยงตำแหน่ง (กิ่ง) ของลำต้นให้ได้ร
“ชวนชม” หรือที่เรียกในภาษาจีน “ปู้กุ้ยฮวย” แปลว่า ดอกไม้แห่งความร่ำรวย คงจะเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่โปรดปรานของผู้อ่านหลายๆ คน เพราะชวนชม เป็นไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม รูปทรงโขดสวย ปลูกเลี้ยงง่ายให้ดอกทั้งปี มีโอกาสขยายตลาดได้กว้างเพราะเป็นสินค้าที่มีราคาไม่ค่อยแพง เชื่อว่า เมื่อเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี ) อย่างเต็มตัวในปี2558 ชวนชม จะกลายเป็นหนึ่งในสินค้าดาวเด่นที่มีลู่ทางส่งออกแจ่มใสไม่แพ้สินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ ปัจจุบันชวนชม นับเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างรายได้เข้าจังหวัดจังหวัดนครปฐม เกษตรกรผู้ปลูกชวนชมเชิงการค้าและเป็นงานอดิเรก รวมตัวกันจัดตั้ง “ ชมรมคนรักชวนชม จ.นครปฐม ” เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการปลูกเลี้ยงชวนชมให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ชวนชม และเผยแพร่ความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้ชวนชม ให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการเพาะเลี้ยงต้นชวนชมเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผู้สนใจจากทั่วประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมฯ แห่งนี้แล้วกว่า 200 ราย พันตรี ธนกฤต โพธิลา ประธานชมรมคนรักชวนชม จ.นครปฐม เล่าให้ฟังว่า ทางชมรมฯ ต้องการเผยแพร่ทักษะการดูแลชวนชมในลักษณะไม้บอนไซ
