ปราจีนบุรี
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอศรีมหาโพธิ ร่วมจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 1/2563 ณ สวนสุขภาพเกาะสมอ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานในพิธี โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว อย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน ระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร โดยเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ 11 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกอารักขาพื
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี จัดกิจกรรมรณรงค์เฝ้าระวังและป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ณ ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ ทั้งนี้ โรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease) ได้เริ่มระบาดเข้าสู่บางจังหวัดตามตะเข็บชายแดนไทย – กัมพูชา จากการนำพันธุ์ติดเชื้อมาปลูกและมีแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรค ซึ่งโรค ดังกล่าวจะทำลายมันสำปะหลังอย่างรุนแรงและไม่มีทางแก้ไข นอกจากจะต้องพัฒนาพันธุ์ใหม่ทดแทนพันธุ์เก่า ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-7 ปี ทั้งนี้ เพื่อลดความเสียหายต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องชะลอการระบาดให้น้อยลงและนานที่สุด โดยการให้ความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไป การดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งกำหนดแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยให้ทุกอำเภอ
เมื่อวันนที่ 20 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการจัดอบรมการพัฒนาเกษตรกรผู้นำ ศพก.เครือข่าย ปีงบประมาณ 2562 ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับเกียรติจาก นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมฯ และ นายอรุณ เหมือนตา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน โดยการดำเนินงานอบรมฯ ในวันนี้ เป็นการดำเนินงานจัดอบรมจากนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชนและเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตร ประกอบด้วย สภาวะปัจจุบัน สถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ปัญหาโรคแมลง พื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบกับปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สินและไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกร
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน วัย 66 ปี ตัดสินใจปลูก “กระท้อน” เป็นพืชแบบผสมผสาน ไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจ แนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียว คือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้
“ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” จากคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรี แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ไผ่ตง นับเป็นพืชที่ขึ้นชื่อของจังหวัด และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความสำคัญของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างยิ่งคือ สายพันธุ์ไผ่ตงศรีปราจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับ มีการนำสายพันธุ์ไปปลูกกันอย่างกว้างขวาง ด้วยมีลักษณะเด่น คือ เป็นพันธุ์ไผ่ที่โตเร็ว และแตกให้หน่อดี ปริมาณหน่อเยอะ หน่อให้น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม สามารถเก็บหน่อได้หลังปลูกเพียง 1-2 ปี อีกทั้งลำต้นก็มีขนาดใหญ่ หน้าตัดตั้งแต่ 4 จนถึง 6 นิ้ว ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในกิจกรรมการเกษตร เช่น การนำไปทำหลักปักเพื่อเลี้ยงหอยแมลงภู่ อีกทั้งหลังจากลงปลูกครั้งแรกประมาณ 1 ปี ก็สามารถตอนกิ่งจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ไผ่ตงศรีปราจีน เกิดขึ้นครั้งแรกที่สวนของ คุณสอาด ใจเชื่อม ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 11 บ้านไชยคลี ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.08-6839-2258 เก็บจากเมล็ดงอกมาเลี้ยง จนได้ไ
สวนทุเรียน GAP ของ ลุงมนัส ฮวดจึง ประธานชมรมเกษตรกรชาวสวนจังหวัดปราจีนบุรี บ้านเลขที่ 133/2 หมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โทร.0-3740-3568 , 086-144-1092 ลุงมนัสมีพื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่ลาดกระบัง อาชีพเดิมทำนาแต่มีรายได้ลุ่มๆ ดอนๆ จึงตัดสินใจ ซื้อที่ดินเนื้อที่ 30 ไร่ ในตำบลดงขี้เหล็กตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อนเพื่อปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน ปัจจุบัน สวนฮวดจึง ปลูกทุเรียน 350 ต้น ต้นมังคุด 500 ต้น เงาะโรงเรียน100 ต้น กระท้อน 50 ต้น และมะไฟอีกบางส่วน ระหว่างเดินชมสวนแห่งนี้ สังเกตว่า ไม้ผลส่วนใหญ่มีอายุกว่า 15 ปีแล้วทั้งสิ้น เช่น ต้นทุเรียน ต้นเงาะพันธุ์โรงเรียน ต้นกระท้อน พันธุ์ปุยฝ้าย ซึ่งโดยปกติ ต้นไม้ที่มีอายุมากจะให้ผลผลิตลดลง แถมลำต้นสูงใหญ่มาก การดูแลสวนจึงทำได้ยาก โดยเฉพาะต้นกระท้อนที่ต้องอาศัยการห่อผล ลุงมนัสพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเลือกใช้เทคนิคการทำสาวต้นไม้ ลุงมนัส ต้องใช้เวลาในการตัดทอนต้นให้เตี้ยลง ค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี จึงจะได้ต้นทุเรียน ต้นเงาะ ต้นกระท้อนที่มีวัยสาวเอ๊าะๆ ที่มีผลผลิตเพิ่มพูนมากขึ้น การดูแล “สวนฮวดจึง” ลุงมนัสไม่
“ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” จากคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรี แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ไผ่ตง นับเป็นพืชที่ขึ้นชื่อของจังหวัด และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความสำคัญของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างยิ่งคือ สายพันธุ์ไผ่ตงศรีปราจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับ มีการนำสายพันธุ์ไปปลูกกันอย่างกว้างขวาง ด้วยมีลักษณะเด่น คือ เป็นพันธุ์ไผ่ที่โตเร็ว และแตกให้หน่อดี ปริมาณหน่อเยอะ หน่อให้น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม สามารถเก็บหน่อได้หลังปลูกเพียง 1-2 ปี อีกทั้งลำต้นก็มีขนาดใหญ่ หน้าตัดตั้งแต่ 4 จนถึง 6 นิ้ว ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในกิจกรรมการเกษตรกรรม เช่น การนำไปทำหลักปัก เพื่อเลี้ยงหอยแมลงภู่ อีกทั้งหลังจากลงปลูกครั้งแรก ประมาณ 1 ปี ก็สามารถตอนกิ่งจำหน่ายเป็นรายได้ได้อีกทางหนึ่ง ไผ่ตงศรีปราจีน เกิดขึ้นครั้งแรกที่สวนของ นายสอาด ใจเชื่อม ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 11 บ้านไชยคลี ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.086-839-2258 เก็บจากเมล็ดงอกมาเลี้
ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกพืชสมุนไพรสำคัญหลายชนิด เกิดการตื่นตัวนำสมุนไพรที่ได้รับการรับรองแล้วมาแปรรูปเป็นยาขายกันแพร่หลาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสมุนไพร โดยมีบ้านดงบัง เป็นชุมชนหมู่บ้านที่เป็นศูนย์รวมแหล่งปลูกสมุนไพรและแปรรูปแห่งใหญ่เพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขณะเดียวกัน พืชสมุนไพรเหล่านั้นยังเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของเป็ด/ไก่ ที่ชาวบ้านเลี้ยง แล้วพบว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดเลย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้มีโอกาสบริโภคเป็ด/ไก่ และไข่ที่ปลอดภัย มีส่วนช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้เกิดแนวคิดที่จะใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบของอาหารไก่ เพราะตั้งข้อสังเกตว่าผลผลิตไข่น่าจะเป็นไข่สมุนไพรด้วย แล้วหากเป็นเช่นนั้นจริงจะช่วยเพิ่มมูลค่าพร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในโอกาสต่อไป จนในที่สุดเกิดเป็นที่มาของงานวิจัย ภายใต้ “โครงการพัฒนาและสนับสนุนวัตถุดิบสมุนไพรและสิ่งอำนวยความสะดวก” โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ทางจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลุ
