ปลาหมอคางดำ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 ตุลาคม ที่บริเวณชายหาดละแม หมู่ที่ 5 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร นายศุภณัฐ พรหมมาลี อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้น 2 ปี คณะประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ตุลาคม 2560 ขณะที่ตนเดินเล่นอยู่ชายหาดละแม สังเกตเห็นปลาชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายปลาหมอเทศในเมืองไทย และทราบทันทีว่าปลาดังกล่าว คือ “ปลาหมอคางดำ” ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำในเมืองไทยมาก จึงเอาสวิงช้อนจับขึ้นมาได้ 2-3 ตัวก่อนนำไปใส่ขวดแก้วใส่น้ำจืด และปลาหมอคางดำ ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ร่วม 1 วัน หากเป็นปลาทะเลอื่นๆ จะตายทันที เนื่องจากเหงือกแตก เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็ทราบว่า ปลาหมอคางดำ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sarotherodon melanotheron Ruppell ซึ่งเป็นปลาในแถบทวีปแอฟริกาที่มีอันตรายต่อสัตว์น้ำชายฝั่งทุกชนิดถึงขนาดทำให้สูญพันธ์ได้ วงการประมงจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “เอเลี่ยนสปีชี่ส์” และเมื่อกลับไปเดินตรวจสอบแนวชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตรก็พบปลาหมอคางดำจำนวนมากนับร้อยตัว นายศุภณัฐ กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่เป็น นักศึกษาคณะประมง และติดตามการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทราบว่า อันตราย
พล.ต. สีหเดช ดีสนธิโชติ รอง ผอ.กอ.รมน.เพชรบุรี เข้าร่วมประชุมกับ นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม นายประพันธ์ ลีปายะคุณ ประมงจังหวัดเพชรบุรี นางสาวสุธิดา โส๊ะบีน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาปลาหมอสีคางดำแพร่กระจายใน ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม สร้างผลกระทบแก่ผู้เลี้ยงปลาและกุ้ง โดยพบปลาหมอสีคางดำเป็นปลากินเนื้อแพร่ระบาด ทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่นและระบบนิเวศ ส่วนการระบาดใน ตำบลบางตะบูน เกิดจากเกษตรกรดันน้ำเข้าบ่อโดยไม่ใช้ถุงกรอง ทำให้ลูกปลาหมอสีคางดำเข้าไปกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ไข่ และสัตว์น้ำรุ่นอนุบาลจนหมด นายประพันธ์ กล่าวว่า ได้วางแนวทางแก้ปัญหา โดยจะปล่อยปลากะพงขาว ซึ่งเป็นปลานักล่า ขนาดตัวไม่ต่ำกว่า 3 นิ้ว 40,000 ตัว ลงแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อกัดกินปลาหมอสีคางดำขนาดเล็กไม่ให้เพิ่มจำนวน และพิจารณายกเว้นให้ใช้อวนลัง สามารถจับปลาขนาดใหญ่ในบางพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี รวมทั้งเสนอกรมประมงเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว นายพรสุข สุขเจริญ ชาว ตำบลบางตะบูน กล่าวว่า ชาวบ้านใช้กากชาโปรยลงบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้ผลบางส่วน แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น และไม่สามารถนำป
