ปลาหมอคางดำ
จากกรณีที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า เกษตรกรวังกุ้งคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ พาผู้สื่อข่าวเข้าไปทอดแหจับปลาในบ่อเลี้ยง ปรากฏว่าพบปลาที่มีลักษณะผสมกันระหว่าง ปลาหมอคางดำ กับปลานิล คือ ลักษณะเหมือนปลานิลแต่ที่คางมีสีดำ ซึ่งแตกต่างจากปลานิลทั่วไป ที่มีลักษณะตัวอ้วนกลม คางไม่มีสีดำ จึงตั้งข้อสังเกตสงสัยว่าจะมีการกลายพันธุ์เป็น “ปลานิลคางดำ” หรือไม่ ถ้าหากกลายพันธุ์จริง จะมีผลกระทบกับเกษตรกรอย่างไร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มานำตัวอย่างไปวิจัยจะได้หาแนวทางป้องกันแก้ไขนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ปลานิล หรือ Nile tilapia (Oreochromis niloticus) ส่วนปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาที่อยู่คนละสกุล (genus) ซึ่งลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือปลานิลจะมีแก้มและตัวสีคล้ายกัน หางมนและมีลายเส้น ส่วนปลาหมอคางดำ ใต้คางจะมีจุดสีดำ หางเว้าและไม่มีลวดลาย อีกทั้งพฤติกรรมการฟักไข่และดูแลลูกปลาก็มีความแตกต่างกันด้วย โดยในปลานิล ปลาเพศเมียมีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ส่วนในปลาหมอคางดำ ปลาเพศผู้มีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ซึ่งความแตกต
จากข่าวที่สื่อเกือบทุกสำนักเผยแพร่เกี่ยวกับปลาหมอคางดำและใช้คำจำกัดความปลาชนิดนี้ว่า เป็นปลาต่างถิ่นสายพันธุ์รุกราน (Invasive Alien Species) ตามที่ภาครัฐกำหนด ทำให้ปลาชนิดนี้กลายเป็นวายร้ายในสายตาผู้คนทันที เพียงเพราะชื่อที่เรียกขานกัน จนสังคมคล้อยตามโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลด้านอื่นของปลา วันนี้ขอกล่าวในมุมที่แตกแต่ง (soft side) เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งของปลาหมอคางดำซึ่งมีโปรตีนไม่แตกต่างจากปลานิลและปลาหมอเทศ โดยเฉพาะการนำไปเป็นอาหารของมนุษย์ หรือนำไปทำปลาป่นเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ให้เห็นประโยชน์ของปลาหมอคางดำชัดเจนขึ้น เกิดความเข้าใจในวงกว้างมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลขณะนี้ ที่สนับสนุนให้มีการจับปลาและบริโภคเป็นอาหารในครัวเรือน จนถึงพัฒนาเป็นเมนูอาหารร่วมสมัยประจำภัตตาคารและร้านอาหาร ขณะที่นักวิชาการบางท่านแนะนำให้พัฒนาเป็นเมนูอาหารประจำถิ่นสร้างรายได้ให้กับชุมชน ขณะนี้ รัฐบาลสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนใช้ประโยชน์จากปลาทั้งตัว เช่น นำไปทำเป็นปลาป่น เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ นำไปทำน้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยสำหรับพืช นำไปบดเป็นเหยื่อปลาและปู ตลอดจนทำเป็นอาหารในครัวเรื
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง” ครั้งที่ 5 ที่บริเวณคลองย่อยคลองบางบ่อ หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระดมพลังชาวประมง ชุมชน และองค์กรหลายภาคส่วน ลงพื้นที่ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ โดยมี นายบัณฑิต กุลละวณิชย์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกับตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์ และรับมอบปลากะพงขาว 4,000 ตัว จาก นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เพื่อนำมาแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ และฟื้นฟูระบบนิเวศ นายบัณฑิต กล่าวว่า กิจกรรมลงแขกลงคลองที่จัดขึ้นในวันนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เดินหน้าแก้ปัญหาเชิงรุกจัดการการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามมาตรการเร่งด่วนของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการการดำเนินงานผนึกพลังความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน และองค์กรเอกชน เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้ออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรอย่างรวดเร็
กยท. เล็งปลาหมอคางดำ ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ หวังลดต้นทุนการผลิตในสวนยาง ชี้งบประมาณดำเนินการชอบด้วยกฎหมาย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ หนุนการใช้น้ำหมักในพื้นที่สวนยางแปลงใหญ่ มุ่งลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกรชาวสวนยาง ยันใช้งบประมาณตามกฎหมาย-แย้มพร้อมดีลเชฟชุมพลแจกเมนูปลาหมอคางดำเซฟกระทะเหล็ก นายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเกิดปลาวิกฤตหมอคางดำระบาด กยท. น่าจะเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่ออกมาซัพพอร์ตวิกฤตนี้ของไทย โดยมองเป็นโอกาสจึงประกาศใช้งบประมาณจากกองทุน กยท. มาตรา 13 สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจของ กยท. 50 ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าไปซื้อปลาในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) มาทำน้ำหมักชีวภาพ ไม่ได้ใช้งบประมาณในการรักษาเสถียรภาพราคายาง ซึ่งเป็นเงินคนละส่วนกัน มันนำมาใช้ไม่ได้ ถ้านำมาใช้นั้นหมายถึงคนทำก็ต้องทำผิดกฎหมายและติดคุกแน่นอน เชื่อว่าคน กยท. ไม่มีใครจะเอาตัวไปเสี่ยงแน่นอน ทั้งนี้ หลังประกาศซื้อ กยท. ก็ได้ลงพื้นที่สมุทรสาครต้นกำเนิดการระบาดของปลาหมอคางดำ พ
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเกษตรกรชาวประมงและระบบนิเวศแหล่งน้ำในกว่า 16 จังหวัด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน กรมประมงได้ออกมาตรการสำคัญ 5 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยหนึ่งในนั้นคือ การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการนี้จะดำเนินการต่อจากการใช้เครื่องมือประมงกำจัดปลาหมอคางดำร่วมกับชุมชนและหน่วยงานหลายภาคส่วน หลังจากที่ปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ถูกจับและลดจำนวนลง ปลาผู้ล่าที่ปล่อยนั้นจะไปกำจัดประชากรปลาหมอคางดำขนาดเล็ก ช่วยควบคุมวงจรการแพร่พันธุ์ของปลาในระยะต่อไป กรมประมงขอสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปล่อยปลาผู้ล่า (Predatory Fish) ว่า การใช้ปลาผู้ล่าในการควบคุมชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นเป็นวิธีการควบคุมแบบชีววิธี (Biological Control) ที่ได้รับการวิจัยและนำมาใช้ในหลายประเทศอย่างกว้างขวาง ปลาผู้ล่าสามารถช่วยกำจัดสัตว์น้ำต่างถิ่นในบริเวณที่ไม่สามารถลงเครื่องมือประมงได้ เช่น ป่าชายเลน
25 กรกฎาคม 2567 – บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยื่นหนังสือให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แจงละเอียดทุกขั้นตอนการนำเข้าลูกปลาหมอคางดำ 2,000 ตัวจากประเทศกานา ตั้งแต่ปลามาถึงไทยจนถึงทำลายฝังซากและส่งซากปลาให้กรมประมง ผ่านการตรวจสอบและตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมฯ นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญบริษัทเข้าร่วมการประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหารวมถึง ผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย นั้น บริษัทได้ชี้แจงว่า ซีพีเอฟ ได้นำเข้าลูกปลาหมอคางดำ ในชื่อสามัญ Blackchin tilapia และชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ขนาด 1 กรัม จำนวน 2,000 ตัว จากประเทศกานา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ใช้เวลาเดินทาง 35 ชั่วโมง เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดกล่องโฟมบรรจุลูกปลาพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ที่ประจำ ณ ด่านกักกัน พบว่ามีลูกปลาตายจำนวนมาก และเมื่อรับลูกปลามาถึงฟาร์มได้ตรวจคัดแยกพบว
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยพบการแพร่ระบาดแล้ว 16 จังหวัด กรมประมงได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 มาตรการสำคัญ แต่ในขณะนี้ มีข้อสงสัยของสังคม เรื่อง ไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมนอกปากปลาหมอคางดำได้ถึง 2 เดือน และยังฟักเป็นตัวได้ จากหลักวิชาการด้านประมงพบว่า พฤติกรรมของปลาหมอคางดำเป็นปลาที่พ่อปลาอมไข่ไว้ในปาก เพื่อฟักไข่ในปากไข่ปลาต้องได้รับความชุ่มชื้นและออกซิเจนอย่างเพียงพอ จึงจะเป็นสภาพที่พร้อมในการฟักลูกปลา ดังนั้น ไข่ปลาหมอคางดำจึงไม่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ หากนำไข่ปลาหมอคางดำขึ้นมาจากน้ำแล้วทิ้งไว้จนแห้งจะกลายเป็นไข่เสียทันที ไม่สามารถฟักเป็นตัวได้อีก และในปัจจุบันยังไม่พบรายงานวิจัยว่าไข่ปลาหมอคางดำสามารถทนอยู่ในสภาพแห้งแล้งได้ถึง 2 เดือน แล้วกลับมาฟักเป็นตัวได้อีกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อนำปลาหมอคางดำขึ้นจากน้ำแล้ว ไข่ปลาที่อยู่ในปากของพ่อปลาที่ตายแล้ว จะสามารถทนอยู่ได้ในปากประมาณ 10-15 นาที และไข่ที่ออ
ซีพีเอฟ พร้อมเร่งสนับสนุนการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ขานรับมาตรการรัฐบาล ขับเคลื่อน 5 โครงการอย่างเร่งด่วน ประสานความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำบูรณาการเชิงรุกในหลายมิติ วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกาศความร่วมมือกับคณาจารย์จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งโรงงานผลิตปลาป่น เพื่อบูรณาการแก้ไขสถานการณ์ของปลาหมอคางดำ นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า บริษัทตระหนักดีว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้คือ การร่วมมือและสนับสนุนการจัดการปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วน ในฐานะภาคเอกชน บริษัทสนับสนุนแผนปฏิบัติการ 5 โครงการ ร่วมแก้ไขปัญหานี้ของภาครัฐตามศักยภาพของบริษัท ต้องขอบคุณ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่
สมุทรปราการ เกษตรกรเศร้า หว่านแหพบปลาหมอคางดำ-ปลาหมอมายัน แทรกซึมบ่อปลาเพียบสร้างความเสียหายหนัก จับผ่าท้อง หมอคางดำ ลำไส้ยาวกว่าลำตัว 5 เท่า ยาวกว่า หมอมายัน 2 เท่า ที่วังกุ้ง ของ นายอดิศร จันทร์สุขสวัสดิ์ เจ้าของร้านอาหาร ก.แต ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลังเริ่มพบปลาหมอมายันและปลาหมอคางดำ อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้งเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจริมบ่อ พบลูกปลาหมอคางดำตัวเล็กลักษณะเหมือนเพิ่งฟักเป็นตัว เกาะกลุ่มอยู่ริมตลิ่งเป็นจำนวนมาก เมื่อทดลองสุ่มทอดแหเพียงครั้งเดียว ได้ปลาหมอคางดำตัวใหญ่สีสันสวยงาม และปลาหมอมายัน ขึ้นมาหลายตัว ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการผสมพันธุ์กัน ของปลาทั้งสองชนิด ที่มีพฤติกรรมรวมกลุ่มล่าเหยื่อสร้างความเสียหายให้เกษตรกร นายอดิศร กล่าวว่า ปลาหมอคางดำ กับปลาหมอมายัน สร้างความเสียหายให้เกษตรกรอย่างมาก กัดกินพันธุ์ลูกหอยแครง ลูกกุ้ง ลูกปู ราคาสูง ที่ซื้อมาเพาะเลี้ยงในบ่อ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่วน นายไพบูรณ์ กิมยงค์ อายุ 46 ปี เกษตรกร กล่าวว่า ได้รับความเสียหายหนักจากปลาทั้งสองชนิดนี้ ทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น ปกติเคยจับกุ้ง ปู หอย ในบ่อ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่บูรณาการความร่วมมือเพื่อเร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สำหรับผู้บริหารของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน กยท. ได้เข้าร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมการประมง 16 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พร้อมร่วมสังเกตการณ์ขั้นตอนการรับซื้อปลาหมอคางดำ ณ จุดรับซื้อ และชมการสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ทั้งนี้ เบื้องต้น กยท. จะดำเนินการสนับสนุนงบประมาณเพื่อรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่ระบาดทุกแห่ง ซึ่งขณะนี้กรมประมงได้มีการรวบรวมแพปลาที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) กับกรมประมง ในพื้นที่
