ปลูกป่า
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งน่านเจอปัญหาการบุกรุกป่าและสภาพ “เขาหัวโลน” อย่างรุนแรง ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง แนวคิดในการทำงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ทดแทนเท่านั้น แต่เป็นการมองปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่า ทั้งเรื่องโอกาสทางอาชีพสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน การฟื้นฟูป่าจึงถูกออกแบบให้เดินควบคู่ไปกับการสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต จนค่อยๆพัฒนาไปสู่การการเชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล หนึ่งในตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าว คือเรื่องราวของ พ่อเล่าตือ ทวีล่ำทรัพย์ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน ตัดสินใ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน (ปลูก รักษ์ เพื่อชุมชน)” มุ่งขยายพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ร่วมกันปลูกและแจกต้นกล้าไม้ จำนวนกว่า 2,000 ต้น ซึ่งประกอบด้วยพันธุ์ไม้เศรษฐกิจและไม้พื้นถิ่น ณ โรงเรียนบ้านดอนแดงดอนน้อยวิทยา จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจากคุณศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าวในครั้งนี้ ซีพีแรม เชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้วัดจากแค่ยอดขายหรือผลกำไร แต่ยังต้องสะท้อนผ่านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อร่อย ปลอดภัย ให้คุณค่าทางโภชนาการ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นพัฒนาอาหารพร้อมรับประทานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดขอนแก่น กรมป่าไม้ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนหัน และโรงเรียนบ้านดอนแดงดอนน้อยวิทยา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้นไม้ที่เราช่วยกันปลูกในวัน
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ภายใต้ แบรนด์ เวิลด์แก๊ส เดินหน้าจัดกิจกรรม “Green way WP Energy CSR Day” นำคณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัทร่วมปลูกป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศของไทย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ “Net Zero” พร้อมทั้งส่งมอบแก้วพลาสติกที่ใช้แล้วให้กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อส่งมอบต่อให้กรมป่าไม้นำไปใช้ปลูกพันธุ์กล้าไม้เพื่อลดการใช้ถุงดำ ในโครงการ “แก้วกล้า เพื่อเธอ” (Kaeokla for you) สัญจร ณ สวนสัตว์เปิดเขา คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เชื่อในความเป็นไปได้ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังของการคิดบวก (Positive Progress) โดยดำเนินงานภายใต้แนวคิด “We Promise” ที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นจริงต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวด
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน เเละชุมชนในพื้นที่หมู่บ้านสบขุ่น จ.น่าน จัดพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้บนพื้นที่ภาคเหนือ 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ภายใต้โครงการ “CP ร้อยเรียงความดี ร้อย รักษ์ โลก” โดยมี พันเอก นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาทิ จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน,ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา, ชุมชนบ้านสบขุ่น รวมถึงเหล่าพนักงานซีพีอาสาในกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ร่วมปลูกต้นไม้ 300 คน โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พร้อมมุ่งหวังให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล กิจกรรมจัดขึ้น ณ หมู่บ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน พ.อ.นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ย่างเข้าสู่ฤดูฝนเต็มที่แบบนี้ น้ำท่ามาดีกันหรือยังครับ บางพื้นที่อาจตอบว่ายัง แต่เชื่อว่าอีกหลายพื้นที่อาจตอบว่า มาเกินพอแล้วจ้า เช่นที่กรุงเทพฯ ผมเองก็ไม่ทราบว่าท่านจะรักและเป็นห่วงเกษตรกรเมืองหลวงหรืออย่างไร ป้อนฝนมาให้แต่ละรอบโหดๆ ทั้งนั้น ปีนี้บ้านผมเองก็เจอฝนกระหน่ำจนน้ำท่วมกันทั้งซอยมาแล้ว บอกเลยว่าหนักกว่าปี 2554 ที่น้ำท่วมไปทั่วเสียอีก ก็ตั้งท่ารับมือกันไปนะครับ เราคงไปว่าใครไม่ได้หรอก ตั้งหน้าตั้งตาวางแผนรับมือกันไปดีกว่า ถือว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ ช่วงที่ผ่านมาผมเดินทางไปพัทลุงครับ น้องโต้ง-กฤต พวงสุวรรณ ธนาคารต้นไม้สาขาป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ชวนไปร่วมกิจกรรม รวมพลคนปลูกป่าปีที่ 5 ตอน ความสุขปลูกได้ ซึ่งงานนี้ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ชาวคนรักการปลูกป่าต้องผิดหวังครับ ระดมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องมาวางไว้บนเวทีเสวนาและรอบๆ เวทีกิจกรรมอย่างมากมาย ซองบนเวทีเสวนาก็มีแม่เหล็กในวงการหลายๆ ท่าน อาทิ พี่เกริก-ดร. เกริก มีมุ่งกิจ, พี่เช็ค-คนค้นฅน, พี่พงศา ชูแนม, พี่หาญณรงค์ เยาวเลิศ, คุณสุนทร รักษ์รงค์, คุณกอล์ฟ-คนกล้าคืนถิ่น มาร่
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน หนึ่งเดือนเราได้พบกันหนึ่งครั้ง พร้อมกับหลากหลายเรื่องราวที่ผมได้ไปพบมา และนำมาบอกเล่าสู่กัน ประเด็นหลักก็เกี่ยวกับข่าวคราวชาวเกษตรของเรานั่นเอง จำได้ไหมครับ ก่อนนั้นผมเคยเอ่ยถึงคาถาหัวใจเกษตรกรไว้นั่นคือ ปลูกได้ ขายเป็น เน้นสตอรี่ มีดีที่แปรรูป แต่วันนี้ขอฉีกแนวไปเล็กน้อย เพราะเป็นเรื่องราวของการปรับ ปลูก ประยุกต์ และเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักปฏิบัติตามแนว โคก หนอง นา โมเดล และที่เพิ่มเข้ามาก็คือ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ผมได้รับการประสานงานจากมิตรสหายเพื่อชักชวนไปทำกิจกรรมปลูกป่าครั้งนี้ เริ่มจาก พระครูนาคดิตถ์วรรักษ์ (หลวงพ่อหนึ่ง อุปคุตโต) โทร. 089-241-6462 เจ้าอาวาสวัดท่าโขลง ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ท่านมีที่อยู่แปลงหนึ่ง ประมาณ 10 ไร่ ตอนแรกอยากสร้างโรงเรียน แต่มาเจอวิกฤตช่วงโควิดทำให้ต้องยกเลิกโครงการไป และตั้งใจว่าจะสร้าง โคก หนอง นา สวนป่ากลางทุ่ง สถานปฏิบัติธรรมสวนป่ากลางทุ่ง แปลงที่ดินตั้งอยู่ที่ 111/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นที่อยู่กลางทุ่งนา เหมาะสมที่จะสร้างเป็น
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง กำหนดจัดกิจกรรม “ปลูกป่า 90 ไร่ 9,000 ต้น” ในเดือนสิงหาคม 2565 ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนสะแกราชรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสอดรับการดำเนินงานโครงการ ASEAN Green Initiative และกิจกรรม CSR ของ วว. โดยกิจกรรมการปลูกป่าดังกล่าว มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีการปลูกร่วมกับเห็ดป่าไมคอร์ไรซา เพื่อเพิ่มพื้นที่ต้นแบบป่านิเวศน์ ป่ากินได้ ป่าเศรษฐกิจ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประชาชนสามารถใช้เป็นแหล่งอาหารและเป็นต้นแบบสำหรับการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้และสร้างแหล่งอาหาร อีกทั้งยังสามารถดำเนินการคำนวนปริมาณการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 capture) และขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายที่มุ่งสู่ Net Zero Emissions ของประเทศ กำหนดการจัดกิจกรรม “ปลูกป่า 90 ไร่ 9,0
แม็คโครปลูกป่า22,500ต้นร่วมกับโครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริเดินหน้าสู่องค์กรสีเขียวเติมโอโซนให้โลกขานรับซีพีร้อยรักษ์โลก บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย ดร.วิไลรัตน์ เจริญใหม่รุ่งเรือง ผู้จัดการอาวุโสส่วนความยั่งยืน นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายงานประชาสัมพันธ์และประสานรัฐกิจ พร้อมด้วยนางสาวนภาวรรณ จุลพันธ์ ผู้จัดการทั่วไปแม็คโครสาขาสัตหีบ และนายนัยณัฎฐ์ สายตา ผู้จัดการทั่วไปแม็คโครสาขาพัทยา นำทีมพนักงานร่วมปลูกป่าจำนวน 22,500 ต้น หลังวันโอโซนโลกที่ผ่านมา โดยมี นายมีชัย ลีลาเชี่ยวชาญกุล หัวหน้าโครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นผู้รับมอบ ภายในพื้นที่ป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของผืนป่าที่มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์แห่งหนึ่งของไทย มีพื้นที่รวมกว่า 3,900 ไร่ ตอกย้ำเจตนารมณ์การเป็นองค์กรสีเขียว โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Zero Carbon) ในปี 2573 ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายลดโลกร
ตั้งแต่เริ่มมีการปลดล็อกไม้หวงห้าม ทำให้ช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ มีเกษตรกรหลายท่านหันมาให้ความสนใจในการที่จะเริ่มต้นปลูกไม้ป่าไว้ในพื้นที่ตามกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป บางคนปลูกเพื่อให้เกิดระบบนิเวศ บางคนปลูกไว้สร้างรายได้ในอนาคต เพราะไม้ป่าเหล่านี้มีมูลค่าที่สูง ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีประโยชน์ที่พ่วงมาจากการปลูกไม้ป่าที่หลายท่านนึกไม่ถึงคือการคำนวณคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปแลกซื้อขายสร้างรายได้โดยที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ทิ้งสักต้น คุณปรีชา หงอกสิมมา หรือ พี่แขก เกษตรกรนักคิดนักพัฒนา เจ้าของ วนพรรณ ออร์แกนิค การ์เด้น บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ผู้น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในกิจการงานเกษตรได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแบบอย่างสร้างแนวคิดให้กับเกษตรกรได้อีกหลายๆ ท่าน พี่แขก เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเองเรียนจบสาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นได้ประกอบอาชีพเป็นนักฝึกอบรมโครงการส่วนพระองค์ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นวิทยากรฝึกอบรมให้เกษตรกรที่สนใจแนวพระราชดำริ ได้
คุณสมัย คูณสุข อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 6 บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในแปลงอินทรีย์ เพื่ออบแห้งส่งขายให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านบ้านดงบัง ทำอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวนเป็นหลัก ประมาณปี 2537 เริ่มปรับเปลี่ยนมาทำไม้ดอกไม้ประดับ เริ่มต้นไปได้สวย รายได้มีขึ้นลงบ้างตามธรรมชาติของตลาด ต่อมาปี 2540 ไม้ดอกไม้ประดับราคาตกต่ำอย่างมาก ชาวบ้านจึงมองหาทางเลือกใหม่ ด้วยการปลูกพืชสมุนไพร เริ่มจากปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริมส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร คุณสมัย เริ่มมีความสนใจที่จะปลูกสมุนไพร จึงได้ไปสอบถามทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผลิตยาสมุนไพรควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันอยู่แล้ว มีการตกลงระหว่างกันว่า บ้านดงบังจะเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรเพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร มีการคุยกันและตกลงว่าจะซื้อ จึงจะเริ่มปลูก วัตถุดิบที่โรงพยาบาลต้องการในช่วงนั้นคือ หญ้าปักกิ่ง เพราะฉะนั้นสมุนไพรตัวแรกที่ปลูกคือ หญ้าปักกิ่ง โดยโรงพยาบาลอภัยภูเบศรได้นำพันธุ์มาให้ทดลองปลูก เมื่อปลูกสำเร็จมีความเจริญงอกงาม นำมาสู่การขยาย มีการปล
