ปศุสัตว์
ปัจจุบันการทำปศุสัตว์กำลังเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกินความคาดฝันอีกต่อไป โดยสามารถใช้พื้นที่น้อยในการเลี้ยงได้ จะเห็นได้จากการใช้พื้นที่น้อยๆ ภายในบริเวณรอบบ้าน ทำการเลี้ยงไก่เพื่อบริโภคไข่ภายในครัวเรือน ตลอดไปจนถึงการเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ก็สามารถเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จสร้างเป็นรายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเกษตรกรส่วนใหญ่ มีการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี แต่ในบางช่วงราคาผลผลิตจากยางพารามีราคาตกต่ำ การมีอาชีพเสริมสำรองไว้เพื่อทดแทนจากการทำสวนยางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพเสริมหลังกรีดยางก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ด้วยเช่นกัน จึงได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงหรือโคเนื้อที่ตลาดยังมีความต้องการมากขึ้น คุณทองพูล สุรทัด อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นเกษตรกรต้นแบบของพี่น้องเกษตรกรรายอื่นๆ ในจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีตคือเลี้ยงในจำนวนที่ไม่มาก ดูแลได้ทั่วถึง ทำให้โคที่เลี้ยงมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีพ่อค้ามาจับจองขอซื้อถึงบ้านกัน
ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ “นราธิวาส ยะลา ปัตตานี” ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร (ด้านปศุสัตว์) พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมหามาตรการช่วยเหลือชาวบ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้วยการ “อัพสกิล-รีสกิล” เพิ่มศักยภาพรวมทั้งเปิดรับอาสาสมัครวิทยาศาสตร์ ดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมนำเสนอปัญหา ให้กับคลินิกเทคโนโลยีของ อว. เข้าไปแก้ไข ขณะเดียวกัน อว. จะช่วยหาช่องทางโปรโมตสินค้าและหาช่องทางการตลาดกับชาวบ้าน ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมผู้บริหาร อว. ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร (ด้านปศุสัตว์) พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี โดยจุดแรกเยี่ยมชมผลสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตด้านการเกษตร (ด้านปศุสัตว์) ที่กลุ่มเลี้ยงโคช่องเขต อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีสมาชิกทั้งหมด 30 ราย
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้าส่งมอบอาหารปลอดภัย สู่ผู้บริโภค ตอกย้ำผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ด้านปศุสัตว์เพิ่มความมั่นใจผู้บริโภคให้เลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน นายณฤกษ์ มางเขียว รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมีนโยบายส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการผลิตอาหาร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของซีพีเอฟที่ใช้เป็นของไหว้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ทั้งผลิตภัณฑ์ขาหมูพะโล้ ที่มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 30% เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ไก่ต้ม สะโพกหมู เป็ดพะโล้ และเป็ดย่าง ที่มียอดสั่งซื้อใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา “ผู้บริโภคมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและผลิตภัณฑ์ของซีพีเอฟ ซึ่งตลอดกระบวนการผลิตสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีการตรวจสอบวัตถุดิบทั้งก่อนและหลังกระบวนการผลิต” นายณฤกษ์ กล่าว นายภาณุวัตร เนียมเปรม รองกรรมการผู้จั
นายวิวัฒน์ ภูมิพิทักษ์กุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เปิดงานสัมมนาวิชาการ ภายใต้แนวคิด “ประชารัฐร่วมใจ ธุรกิจโคนมไทยยั่งยืน” เนื่องในโอกาส ซีพี-เมจิ ครบรอบ 30 ปี เพื่อพัฒนาธุรกิจการเลี้ยงโคนมไทยให้มีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี น.สพ. ชาญชัย จุลโลบล ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาโคนมของไทยและแนวทางการพัฒนาโคนมใน จังหวัดสระบุรี” พร้อมด้วย น.สพ. สุปัญญา บุตรพรหม ผู้จัดการทั่วไป ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนม ของ ซีพี-เมจิ” และ น.สพ. กฤช พจนอารี ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการฟาร์มโคนม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการฟาร์มโคนมในฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพ” โดยมีตัวแทนจาก ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จำนวน 128 คน เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเยี่ยมชม Milk Museum by CP-Meiji ศูนย์การเรียนรู้กระบวนการผลิตนมและโยเกิร์ตแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พาชมทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด ณ ซีพี-เมจิ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
อาหารสัตว์มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ อาหารของสัตว์อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากการแปรรูปพืชและสัตว์ ในยามนี้ หากใครเลี้ยงสัตว์เชิงการค้า โดยอาศัยอาหารสัตว์ที่มีขายในท้องตลาดเป็นหลัก อาจมีภาระต้นทุนการผลิตสูง เพราะอาหารสัตว์ส่วนใหญ่มีราคาแพง สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู หากใครสนใจอยากลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ขอแนะนำสูตรอาหารสัตว์จากภูมิปัญญาชาวบ้านและงานวิจัย จำนวน 3 สูตร ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้หมูเติบโตแข็งแรง และขายได้น้ำหนักดี เทคนิคเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ คุณนรงค์ สุรธรรม อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 1 บ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เริ่มต้นเลี้ยงหมูหลุม แบบโบราณก่อนจะพัฒนาเป็น การเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง คุณนรงค์ เลี้ยงหมูแบบชีวภาพ โดยนำอาหารวัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น กล้วยดิบ มันสำปะหลัง มะละกอ ใบกระถิน มาใช้เลี้ยงหมูแล้ว ยังสามารถใช้เลี้ยงวัวและปลาได้อีกด้วย พบว่า หมูเจริญเติบโตดีมาก 5 เดือน ก็จับขายได้แล้ว ข้อดีของการเลี้ยงหมูแบบชีวภาพก็คือ ลดต้นทุนโดยประหยัดค่าหัวอาหา
เลี้ยงวัวขุนเป็นคนแรกของหมู่บ้าน พาท่านไปพบกับ คุณสังวน ดาปาน ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ตำบลหนองลาน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี คุณสังวน เล่าว่า ทำวัวขุนมานานกว่า 25 ปีแล้ว และเป็นคนแรกของหมู่บ้านแห่งนี้ที่เริ่มเลี้ยงวัวขุน “สมัยแรกๆ ที่ผมเริ่มเลี้ยงวัวขุนผมซื้อวัวตัวละ 3,000-4,000 บาท มาเข้าขุน ตอนนั้น วัวยังราคาถูกมาก ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ราคาตัวละเกือบ 20,000 บาท สมัยก่อนผมขุนครั้งละประมาณ 30 ตัว เพราะยังมีเรี่ยวแรง มีช่องทางหาทุนก็ขุนได้ครั้งละหลายตัว” คุณสังวน เริ่มเล่า จากวันนั้นจนวันนี้ที่คุณสังวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำวัวขุนมาค่อนชีวิตวันนี้ คุณสังวนจึงมีวัวเลี้ยงเอาไว้แค่ 8 ตัว “ผมเลี้ยงวัวแม่พันธุ์เอาไว้ 4 ตัว อีก 4 ตัว เป็นวัวที่กำลังขุนอยู่ ก็ทำตามกำลังทุนและกำลังกายที่เรามี ที่ผ่านมาไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยเลิกเลี้ยงวัวแม้ว่าแม่บ้านผมจะขอให้เลิกเลี้ยงหลายครั้งผมก็ยังดื้อ” คุณสังวน เล่าไปยิ้มไป ทุนน้อยขุนวัวเล็กเน้นชาโรเลส์ มาดูในส่วนของวัวขุนกันก่อน ตอนนี้คุณสังวนมีวัวขุนอยู่ 4 ตัวที่เน้นวัวลูกผสมชาโรเลส์เป็นหลัก คุณสังวนเล่าว่า เขาเลือกวัวลูกผสมชาโรเลส์มาเข้าขุน และเลือกเ
“ดั้งเดิมนั้น ผมเลี้ยงวัวพื้นเมือง โดยจะขายใน 2 แบบ คือ ขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อโดยทั่วไป และอีกส่วนขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปเลี้ยงเป็นวัวลาน อันเป็นกีฬาพื้นบ้านที่นิยมกันในพื้นที่ จังหวัดเพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี” “แต่ต่อมาต้องประสบปัญหาพื้นที่เลี้ยงวัวน้อยลง ทำให้เรามีปัญหาการขาดแคลนอาหาร ไม่สามารถไล่ต้อนให้ออกไปหากินหญ้าได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจเลิกเลี้ยง และเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงวัวพันธุ์แทน เพราะสามารถเลี้ยงอยู่กับบ้านได้ ไม่ต้องไปไล่ทุ่งเหมือนกับแต่ก่อน ทำมาจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว” นายสุริยา พุ่มดอกไม้ หรือไผ่ เป็นเจ้าของ ต้นไผ่ฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 4/4 หมู่ที่ 2 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 084-008-6625 บอกเล่าเรื่องราวของการประกอบอาชีพในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงลักษณะโดยทั่วไปของฟาร์มแห่งนี้ไม่แตกต่างจากฟาร์มเลี้ยงวัวเนื้อของเกษตรกรรายย่อยที่มีอยู่กันโดยทั่วไปในทุกภาคของประเทศ โดยเน้นการอาศัยพื้นที่บริเวณบ้านแหล่งที่ตั้งของคอกเลี้ยงที่มีลักษณะสร้างแบบง่ายๆ ด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น และมีการใช้ประโยชน์จากหญ้าอาหารส
สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่านครับ ฉบับนี้ขอลัดคิวเล่าเรื่องของตัวเองและที่สวนสักนิดครับ เพราะมีเรื่องตื่นเต้น ดีใจ และสารพัดความรู้สึกดีๆ หลากหลาย ด้วยว่าที่สวนบ้านน้อกบ้านนอก บ้านโนนหมากเค็ง ตำบลโนนหมากเค็ง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้ถือกำเนิดเจ้าควายแฝดคู่แรกขึ้นมา โดยการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ (ควายทับกันเอง) แรกเริ่มเดิมที ผมไปซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เมื่อปี 2554 เป็นพื้นที่สวนและนา โดยมีพื้นที่สวนประมาณ 10 ไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่นาและพื้นที่รับน้ำอีกส่วนหนึ่ง แรกๆ ก็ปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก ทั้งจัดหามาเอง และเพื่อนๆ นำมาฝากปลูก ไม้ป่า ไม้ผล ไผ่ พืชผักยืนต้นต่างๆ มากมาย แต่ด้วยข้อจำกัดของการที่ไม่ได้อยู่ประจำ ผมก็เลยเน้นไม้ป่า ไม้ยืนต้นเป็นหลัก ปลูกเท่าที่มีแรงและเวลา ได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ค่อยๆ ปลูกเสริมไปเรื่อย ปัจจุบัน ไผ่แค่ 10 กอ ก็ให้หน่อจนเหลือกิน แต่ก็ได้ปลูกไปไม่น้อยกว่า 30 กอ เผื่อว่าเป็นของฝากเพื่อนๆ อีกด้วย ขี้เหล็ก สะเดา มันปู ชะอม ติ้ว ชะมวง มะม่วงหิมพานต์ ผักอัจฉริยะเหล่านี้ปลูกเพียงครั้งเดียวได้เก็บกินไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่นับผักสมุนไพรต่างๆ ที่เอาเมล็ดไปหว
แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับการเชื้อเชิญให้ลองชิมเมนูจิ้งหรีดทอดหลายต่อหลายครั้งในหลายโอกาส แต่ก็ไม่กล้าลองสักครั้ง เพราะเห็นตัวแล้วรับประทานไม่ลง เป็นคนประเภทไม่ชอบหม่ำบรรดาสัตว์สี่ขาแบบนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารสชาติมันคงเอร็ดอร่อยจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นอาหารจานโปรดของผู้คนจำนวนไม่น้อย วันก่อนมีอันต้องไปทำธุระแถวบ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เห็นแม่ค้าขายจิ้งหรีดทอดใส่ถุง ขายถุงละ 20 บาท สอบถามคุณวิเชษฐ น้อยกลาง คนขายวัยกว่า 50 ปี ได้ความว่า เป็นคนเลี้ยงจิ้งหรีดเอง และนำมาทอดขายในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวที่บ้านปราสาท ซึ่งแม้จะเป็นมือใหม่เพิ่งเลี้ยงเจ้าจิ้งหรีดและสะดิ้งไม่กี่เดือน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็ทำเอาคุณวิเชษฐปลื้มใจและมีกำลังใจที่จะเลี้ยงต่อไป คุณวิเชษฐ พาไปดูโรงเรือนเลี้ยงที่ทำง่ายๆ หลังไม่ใหญ่นัก ใช้อิฐบล็อก 200 ก้อน ปูน 10 ถุง มีหลังคาและก่ออิฐบล็อกกั้นเป็นที่อยู่ และใช้ถาดบรรจุไข่เป็นที่ให้พวกมันอาศัยหลับนอน จิ้งหรีดจะตัวใหญ่มีสีดำ ส่วนสะดิ้งมีสีขาวขุ่นๆ ตัวเล็กกว่าเยอะ คุณวิเชษฐเล่าว่า เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมิถุนา
ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกพืชสมุนไพรสำคัญหลายชนิด เกิดการตื่นตัวนำสมุนไพรที่ได้รับการรับรองแล้วมาแปรรูปเป็นยาขายกันแพร่หลาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสมุนไพร โดยมีบ้านดงบัง เป็นชุมชนหมู่บ้านที่เป็นศูนย์รวมแหล่งปลูกสมุนไพรและแปรรูปแห่งใหญ่เพื่อป้อนให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขณะเดียวกัน พืชสมุนไพรเหล่านั้นยังเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของเป็ด/ไก่ ที่ชาวบ้านเลี้ยง แล้วพบว่ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใดเลย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้มีโอกาสบริโภคเป็ด/ไก่ และไข่ที่ปลอดภัย มีส่วนช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้เกิดแนวคิดที่จะใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบของอาหารไก่ เพราะตั้งข้อสังเกตว่าผลผลิตไข่น่าจะเป็นไข่สมุนไพรด้วย แล้วหากเป็นเช่นนั้นจริงจะช่วยเพิ่มมูลค่าพร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในโอกาสต่อไป จนในที่สุดเกิดเป็นที่มาของงานวิจัย ภายใต้ “โครงการพัฒนาและสนับสนุนวัตถุดิบสมุนไพรและสิ่งอำนวยความสะดวก” โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ทางจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลุ
