ปาล์ม
สศก.แจงทิศทางความต้องการใช้ปาล์มในตลาดโลกเพิ่มขึ้นแต่ยังน้อยกว่าสัดส่วนการเพิ่มของผลผลิต ฉุดราคาลดลง แต่ยังคงสูงกว่าต้นทุนการผลิตปี 60 ย้ำ แนวทางดำเนินงานร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันฯ สอดรับยุทธศาสตร์ปฏิรูปปาล์มฯ ปี 60-79 ชี้ชัดจะช่วยระบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมปาล์ม อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวที่เป็นเอกภาพ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตน้ำมันปาล์มน้ำมันของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.22 ต่อปี ส่วนความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.98 ต่อปี ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2.55 ต่อปี ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) คาดว่าในปี 2560 ผลผลิตน้ำมันปาล์มของโลกจะมีปริมาณ 62.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 58.83 ล้านตัน (ร้อยละ 5.93) เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจากการเกิดภาวะลานีญา ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในตลาดโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.98 ต่อปี ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มของโลกยังค
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า คาดว่าอีก 5-6 เดือน พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พ.ศ. … จะมีผลบังคับใช้ขณะนี้ อยู่ที่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้มี 1 หมวดจะเป็นส่วนว่าด้วยกองทุนปาล์มน้ำมัน ซึ่งย้ำว่าไม่ได้มีวัตถุประสงค์ ในการแทรกแซงราคาปาล์ม แต่ใช้เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มในระยะยาว เช่น การวิจัยและพัฒนาต่างๆ สำหรับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ในปัจจุบันอยู่ที่ 435,601 ตัน เพิ่มขึ้นจากในระดับปกติที่มีอยู่ประมาณ 200,000 ตันซีพีโอ เพิ่มขึ้นจากเดือนส.ค. ที่ผ่านมา 7.18% โดยที่ประชุม มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ไปหาแนวทางรองรับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่อาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยแนวทางหนึ่งที่มีการหารือก็คือ อาจเพิ่มสัดส่วนเปอร์เซ็นต์น้ำมันไบโอดีเซล (บี 100) ในน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันที่มีการผสมอยู่ในสัดส่วน 7% เป็น 10% หรือเปลี่ยนจากน้ำมันไบโอดีเซ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 เผยผลการประชุมข้อมูลคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2560 แจงเนื้อที่เพาะปลูก ผลผลิตใน 4 สินค้าสำคัญ ข้าวนาปี สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบน เตรียมชงข้อมูลเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืชต่อไป นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (นายธรณิศร กลิ่นภักดี) เป็นประธานการประชุม และได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 8 การยางแห่งประเทศไทยจังหวัด ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันกระบี่ ร่วมกันพิจารณาข้อมูลข้าวนา ปี 2559/60 สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ปี 2559 ที่ประชุมให้การรับรองข้อมูลข้าวนาปี ปี 2559/60 สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ปี 2559 (ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2560) ใน 7 จังหวัดภาคใต้ต
นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 2 เปิดเผยว่า ในขณะนี้ราคาปาล์มปัจจุบันนั้นอยู่ที่ 5 บาทกว่าๆ ถือเป็นราคาเหมาะสมที่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มอยู่ได้ และปัจจุบันไม่มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม สภาเกษตรกรฯได้ร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน เพื่อยกร่างแผนปฏิรูปปาล์มทั้งระบบระยะเวลา 20 ปี เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในระยะยาว โดยกำหนดช่วงแรกปี 2560 – 2565 ในเวลา 5 ปีจะส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้มีผลผลิตต่อไร่มากขึ้น และขอเรียกร้องให้กระบวนการในระบบปาล์มน้ำมันทั้งหมดในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นตัวเกษตรกร โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม โรงงานผลิตไบโอดีเซลปรับตัวเพื่อนำปาล์มน้ำมันเข้าสู่มาตรฐานสากล นั่นหมายถึงว่าหลังจากปี 2565 เราจะนำปาล์มน้ำมันของประเทศไทยออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำปาล์มน้ำมันของเกษตรกรเข้าสู่โรงงาน ต้องอย่ามีปาล์มดิบ ปาล์มบ่ม ปาล์มรดน้ำ เพื่อยกระดับเปอร์เซ็นต์ปาล์มให้สูงขึ้น ซึ่งในแผนปฏิรูปป
‘ไก่อู’เผย รบ.หนุนทำเกษตรแปลงใหญ่ ชี้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เลี่ยงความเสี่ยงภัยแล้งน้ำท่วม ชงรวมกลุ่มปลูกผลไม้ป้อนตลาดจีน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งปฏิรูปภาคการเกษตรโดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม โดยเฉพาะการจัดทำเกษตรแปลงใหญ่ บูรณาการทุกหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการปลูกพืชของเกษตรกร และมีผู้จัดการแปลงดูแลทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง การรวมกลุ่มกันทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรกรสามารถกู้เงินได้ถึงแปลงละ 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.01 ต่อปี โดยในปีนี้ตั้งเป้าจัดทำเกษตรแปลงใหญ่กับพืชชนิดต่างๆ 580 แห่ง พื้นที่รวม 1.4 ล้านไร่ และจะขยายผลในปี 2560 ให้เป็น 1,000 แห่งขึ้นไป พร้อมส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพาะปลูกและแปรรูปผลผลิต พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า เฉพาะการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ ล่าสุดได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายผลผลิตข้าวระหว่างกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่กับโรงสีหรือสหกรณ์ที่รับซื้อข้าวทั่วประเทศ ซ
เมื่อเร็วๆ นี้ “กรมส่งเสริมการเกษตร” พาสื่อมวลชนบุกพิสูจน์ผลการดำเนินงาน “ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร” (ศพก.) ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตสวนปาล์ม คุณสงกรานต์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เล่าว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีพันธกิจสำคัญคือ การส่งเสริมพัฒนาเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีขีดความสามารถในการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด ซึ่งจังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของการดำเนินงาน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในระดับโลกแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน โดยที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปดำเนินกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผ่านโครงการต่างๆ อย่างหลากหลาย และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมัน การส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการตลาด การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้เพิ่มเติมประสิทธิภาพสูงสุดต่อการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการเผยแพร่กิจกรรมของเกษตรกรในพ
