ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ พร้อมแปรรูปเพิ่มรายได้ในรูปแบบ สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งขายตลาดจริงใจ ตลาดภายในชุมชน ตลาดพรีออร์เดอร์ กลุ่มไลน์ภายในชุมชน และเพจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน สร้างรายได้สุทธิ ในปีแรก 63,000 บาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี


จุดเริ่มต้น
จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียวแห่งนี้ เกิดจาก พี่แจ๊ส – คุณสมคิด น่วมศิริ สนใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่ายในชุมชน ต่อมาเป็นแกนนำรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางด้วน เข้าร่วมศึกษาวิจัยในโครงการสมุทรปราการโมเดล กับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาในด้านการเกษตร จนต่อยอดการพัฒนาเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” ต่อมามีการขยายแปลงเพาะปลูก โดยพัฒนาพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนเป็นพื้นที่ทำเกษตรแปลงรวมของกลุ่ม และพัฒนากระบวนการผลิตจนได้รับมาตรฐาน GAP
ต้นแบบเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีสมาชิกผู้ปลูกผักเคล 15 คน ปลูกผักเคล 100กระถาง / 20 โต๊ะ ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 30,000 บาท/เดือน จำหน่ายผักเคลสดตัดใบ แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบน้ำเคลสกัดเย็น เคลผง และทองจีบผักเคล

จากแนวคิดในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนเมือง และการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ได้คัดเลือกพื้นที่ของคุณอัมพร แสงฤทธิ์ ในตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ หนึ่งในแกนนำ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน เข้าร่วมโครงการ แปลงต้นแบบเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ในการทำการเกษตร สู่การเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญในอนาคต
พื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ เลือกพืชปลูก เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ผักเคล กระเจี๊ยบ ผังบุ้ง ไม้ผลต่าง ๆ และได้ขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในแปลง โดยพี่แจ๊ส ( คุณสมคิด น่วมศิริ ) ทำหน้าที่เป็น Startup CEO รวมถึงได้รับคำแนะนำในการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์จาก บริษัท FARMD ASIA สำหรับควบคุมระบบน้ำภายในแปลงปลูก ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ ร้อยละ 10

ใช้แหนแดงร่วมดินปลูกช่วยเพิ่มผลผลิต
สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกับ พี่แจ๊ส ศึกษาวิจัยเรื่องการใช้แหนแดง เพิ่มผลผลิตผักเคล โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ผลการทดลองพบว่า เมื่อใช้ดินผสม 1 กก + แหนแดงแห้ง 30 กรัม ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของผักเคล คือ ช่วยให้ผักเคลมีลำต้นสูงขึ้น มีจำนวนใบมากขึ้น น้ำหนักใบเพิ่มขึ้นและ มีความกว้างของทรงพุ่มมากขึ้น ดังนั้นหากใครต้องการปลูกผักเคลแบบเกษตรอินทรีย์ สามารถใช้แหนแดงมาทำวัสดุปลูก จะช่วยให้ผักเคลโตไว ใบเขียวงาม เพราะ แหนแดง เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนทางชีวภาพตามธรรมชาติ เนื่องจากมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ในโพรงใบและช่วยตรึงไนโตรเจน สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงได้
ปฎิทินการปลูกผักเคล
การเพาะเมล็ด (อายุ 5 วัน )
เริ่มจากเตรียมวัสดุปลูก ได้แก่ ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ดินใบก้ามปู 1 ส่วน น้ำหมัก 1 ส่วน จากนั้นโรยเมล็ดลงในกระถางเพาะ ปิดทับด้วยวัสดุพลาสติกเพื่อบังแสง รดน้ำด้วยการพ่นฝอยอย่างสม่ำเสมอ

ย้ายลงถาดเพาะ(อายุ 15 วัน )
การเตรียมวัสดุปลูกใช้ดินสูตรเดิม แต่ร่อนดินให้ละเอียด วัสดุเสริม (ทางเลือก) เพิ่มพีทมอสเพื่อเพิ่มความร่วนซุย แต่มีต้นทุนสูง หลังย้ายลงถาดเพาะ ควรเก็บไว้ในโรงเรือนเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อม ระวังศัตรูพืช ได้แก่ มด และนก
ย้ายลงถุงเพาะ 4 นิ้ว(อายุ 30 วัน )
เมื่อย้ายลงถุงเพาะ 4 นิ้วให้ใช้ดินสูตรเดิม วางไว้ในที่ร่ม 1 วัน เพิ่มปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ ได้แก่ ไตรโคเดอร์มา จุลินทรีย์สงเคราะแสง ทุกๆ 7 วัน (ต้นเล็กให้น้อย) น้ำหมักได้แก่ น้ำหมักถั่วเหลือง น้ำหมักปลา ให้ปริมาณน้อย หรือเมื่อสังเกตเห็นใบเริ่มเหลือง ในการดูแล ควรวางในพื้นที่ที่มีตาข่ายพรางแสงบัง 80% รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. พรวนดินก่อนใส่น้ำหมัก ใส่ใจป้องกันศัตรูพืช คือ นก หนู หอยทาก ด้วงหมัดผัก หนอนกระทู้ และไรแดง ช่วงนี้เสี่ยงเจอโรครากเน่า

ย้ายลงกระถาง 12 นิ้ว(อายุ 45 วัน )
เมื่อย้ายลงกระถาง 12 นิ้วใช้ดินสูตรเดิม เติมน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยคอก สังเกตการออกใบแรก ดูแลพรวนดินเป็นประจำ เฝ้าระวังโรครากเน่า
เก็บเกี่ยวผลผลิตขายรอบแรก (อายุ 60 วัน )
เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อผักเคลอายุ 2 เดือน การเก็บเกี่ยวผักเคล จะเลือกใบรอบนอกที่โตเต็มที่ ส่วนใบด้านบน เหลือไว้ประมาณ 7-8 ใบ เพื่อให้ผักเคลเติบโตต่อไป ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวผักเคลในช่วงเช้าเพื่อรักษาความสด หลังเก็บเกี่ยวจะรดน้ำ ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเคลสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกสัปดาห์


เปลี่ยนกระถาง
เปลี่ยนกระถางเพื่อขยายขนาดลำต้น เพิ่มผลผลิต ต้องคอยบำรุงดินและปุ๋ยโดยเติมน้ำหมัก และปุ๋ยคอก ใส่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทุก 7 วัน คอยพรวนดินเป็นระยะ สามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง 1-2 ปี
ต้นทุนการผลิต
การปลูกผักเคล ใช้ต้นทุนดินปลูกถุงละ 35 บาท วัสดุปรับปรุงดิน คือ มูลวัวนม และขุยมะพร้าวปั่น รวมทั้งสิ้น 190 บาท เมล็ดพันธุ์ 1,000 เมล็ดราคา 200 บาท ทั้งนี้การผลิตผักเคลมีต้นทุนผักสด 100-200 บาท/กก. เมื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำผักมีต้นทุนเฉลี่ยขวดละ 40-50 บาท หากจำหน่ายเป็นน้ำเคลสกัดเย็น ขายได้ขวดละ 80 บาท ปัจจุบันทางกลุ่มฯ ส่งผักเคลสดขายตลาดจริงใจได้ กกละ 330 บาท ขายตลาดตามออเดอร์ และตลาดชุมชนในราคา กก.ละ 300 บาท ขายผักเคยหน้าแปลงในราคากระถางละ 100 บาท


ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมศึกษาดูงานของวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ได้ที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 5 ถนน ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์ 086-0788449
