ผลไม้ไทย
แม็คโครและโลตัส ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทย รับซื้อผลไม้ไทยปีนี้รวมกว่า 65 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 2,900 ล้านบาท จำหน่ายผ่านสาขาของแม็คโครและโลตัสกว่า 2,600 แห่งทั่วประเทศ กระตุ้นการบริโภคผลไม้ตลอดฤดูกาล รับกำลังซื้อคึกคัก นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม็คโคร-โลตัสมุ่งสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศในทุกมิติ คัดสรรผลผลิตคุณภาพ สดใหม่ โดยรับซื้อตรงจากเกษตรกรส่งถึงมือผู้บริโภค ล่าสุดต้อนรับฤดูกาลผลไม้ปีนี้ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รับซื้อผลไม้ไทยกว่า 65 ล้านกิโลกรัม แบ่งเป็นผลไม้ภาคตะวันออกอย่างมังคุด เงาะ ลองกอง สละ และทุเรียนรวมกว่า 3 ล้านกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 98% จากปีก่อน ตอกย้ำแหล่งรวมอาหารสดและวัตถุดิบสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร” นายกันต์ วิทิตปภาธำรง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ แผนกอาหารสด-ผักผลไม้ โลตัส กล่าวว่า “โลตัส-แม็คโคร มุ่งเคียงข้างเกษตรกรไทย ร่วมกันเดินหน้าช่วยเกษตรกรส่งต่อผลผลิตสู่ตลาดอย
น.ส.นริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาพรวมไม้ผลภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ปี 2567 (ข้อมูล ณ 4 เม.ย. 2567) ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรี ตราด ผลผลิตรวมจำนวน 1,114,070 ตัน เพิ่มขึ้น 6.48% หรือเพิ่มขึ้น 67,816 ตัน จากปี 2566 ที่มีจำนวน 1,046,254 ตัน โดย มังคุด เพิ่มขึ้นมากที่สุด 42% รองลงมา เงาะ เพิ่มขึ้น 8% ลองกอง เพิ่มขึ้น 3% และทุเรียน 1% ผลผลิตรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศปีนี้มีความเหมาะสมต่อการออกดอกและติดผลของมังคุด เงาะ ลองกอง จากการได้พักต้นสะสมอาหาร ซึ่งปีที่ผ่านมาออกดอกติดผลน้อย ส่วนทุเรียนผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราเนื้อที่ให้ผลทุเรียนเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการลดลงของผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ซึ่งเนื้อที่เริ่มให้ผลผลิตในปี 2567 ได้เป็นปีแรกเพิ่มขึ้นกว่า 38,000 ไร่ ทั้งนี้ ผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด จะออกมากที่สุดในเดือนพ.ค. 2567 คิดเป็น 51% ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากในปีที่ผ่านมาสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผลของไม้ผล จึงได้พักต้
แม็คโคร – โลตัส ขานรับนโยบาย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รวมพลังสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรช่วงฤดูกาลผลไม้ออกสู่ตลาด โดยปี 2566 นี้ ตั้งเป้าหมายการรับซื้อรวมกันกว่า 54 ล้านกิโลกรัม หรือ 54,000 ตัน กระจายผ่านสาขาของแม็คโครและโลตัส กว่า 2,800 แห่งทั่วไทย รวมถึงช่องทางออนไลน์ คาดสร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 2,200 ล้านบาท พร้อมจับมือกันกระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่อง รับการท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยมี นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ให้เกียรติเปิดงาน นายสมนึก ยอดดำเนิน ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด แม็คโคร กล่าวว่า แม็คโครและโลตัส ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย และสนับสนุนนโยบายการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2566 ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่คาดการณ์ว่า จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น มะม่วง เงาะ ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ ทุเรียน ลองกอง สละ ฯลฯ โดยทั้งแม็คโคร และโลตัส เป็นช่องทางกระจายสินค้าให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี สำหรับปีนี้แม็คโคร ได้วางแผนการรับซื้อผลไม้ฤดูกาลกว่า 36 ล้านกิโลกรัม หรือ 36,000 ตัน เพิ่มขึ้น 20 % จากปีก
รัฐมนตรีเกษตรฯ นำทัพแก้ปัญหาการระบายสินค้าเกษตร วางแผนจัดการอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานยืนยันความปลอดภัย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการผลิตสินค้าเกษตร จึงได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงกลาโหม ไปรษณีย์ไทย สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เซ็นทรัล และท็อป เป็นต้น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในส่วนของระบบการขนส่งสินค้าเกษตรที่ประสบปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทำให้คลี่คลายปัญหาไปได้ โดยในส่วนการกระจายสินค้าของกระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น เกษตรกรแฮปปี้ ที่มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อช่วยเกษตรกรกรชาวสวนมังคุด 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี และจะมีการช่วยเหลือผลไม้อื่น ๆ ในลำดับต่อไป อีกทั้งยังได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ เพื่อเป็นจุดส่งสินค้าไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้สามารถระบายสินค้าได้
ผลไม้ไทยยึดตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง แม้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ยังคงอยู่ เผย อนาคตสดใส ระดมส่งเสริมมาตรการความเชื่อมั่นการผลิตที่ดี มีคุณภาพต่อเนื่อง ระบุ ปี 65 ไทยจะใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสกัดผลไม้สวมแปลง ทั้งแปลงปลูกและตลาดรับซื้อเพื่อส่งออก ควบคู่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ คาดยุคสังคมผู้สูงวัยผลผลิตเป็นที่ต้องการสูง และรองรับตลาดแปรรูปเครื่องสำอางสำหรับประทินโฉม นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า การบริหารจัดการผลไม้ทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ในต่างประเทศที่ประเทศไทยจะค้าขายผลไม้ได้มีหลายอย่าง นับตั้งแต่ เงาะ ลองกอง มังคุด และหนึ่งในนั้นที่ค่อนข้างโดดเด่นก็คือ ทุเรียน ที่ปัจจุบันได้ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตลาดหลักอยู่ที่ประเทศจีน โดยปี 2563 ที่ผ่านมา ประเทศจีนนำเข้าทุเรียนมากกว่าเชอรี่ ซึ่งผลไม้ไทยนับว่ายังมีแนวโน้มเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ สถานการณ์โลกโดยเฉพาะ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) และการเข้าสู่ยุคผู้สูงวัยที่เข้ามาส่งผลให้ผู้บริ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนทั่วโลก โดยเฉพาะการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บนบรรจุภัณฑ์อาหาร ทำให้ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความปลอดภัยในอาหารมากขึ้น โดยมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้ออาหารและคำนึงถึงที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต ตลอดจนการขนส่งที่ปลอดภัยทุกขั้นตอน จากการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)” ของ 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จึงได้จัดตั้ง “โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Deliver with Safety) เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส สินค้าการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ของไทยยังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ ซึ่งมูลค่าการ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ที่ได้แพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน และยังขยายการระบาดไปยังประเทศต่างๆ นั้น ได้ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีนลดลง โดยเฉพาะผัก และ ผลไม้ อาทิ กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ และหากสถานการณ์การระบาดเพิ่มระดับความรุนแรงและยาวนาน อาจยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นต่อการส่งออก เนื่องจากไทยมีการส่ง ผลไม้ไปจีนมากถึง ร้อยละ 80 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอเชิญชวนและรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตร ตามนโยบายเกษตร/อาหารไทยยืนหนึ่ง (Eat Thai First) รวมทั้งส่งเสริมการใช้กล้วยไม้ในประเทศซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพื่อร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำในช่วงสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยร่วมกันด้วยความร่วมมือกันทุกภาคส่วน สนับสนุนผัก ผลไม้ไทย บริการตามสถานที่ต่างๆ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ลองกอง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี แต่ทุกครั้งที่ซื้อมารับประทาน มักเกิดความรำคาญใจก่อนจะพบกับความอร่อย เพราะผลลองกองเต็มไปด้วยราสีเขียวๆ ผสมผสานกับมดดำ ผมจึงอยากจะขอคำแนะนำจากคุณหมอเกษตรผ่านไปยังชาวสวน ว่าจะมีวิธีทำอย่างไรเพื่อพัฒนาคุณภาพของลองกองให้น่ารับประทานมากกว่าที่ผ่านมา หากแก้ปัญหาได้ผมเองก็จะได้รับประทานลองกองที่สวยงาม สะอาดตา ขอขอบคุณมาในโอกาสนี้ครับ ขอแสดงความนับถือ สุชาติ วิทยานุรักษ์ กรุงเทพฯ ตอบ คุณสุชาติ วิทยานุรักษ์ ลองกอง เจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ดีในบริเวณที่มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 2,000-3,000 มิลลิเมตร และพื้นที่ปลูกสูงไม่เกิน 600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ต้องการอุณหภูมิที่ 20-30 องศาเซลเซียส ลองกองจึงได้ผลดีในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย การขยายพันธุ์ทำได้ทั้งเมล็ด การเสียบยอด ติดตา และทาบกิ่ง แต่การปลูกจากเมล็ดมีข้อด้อยคือ ให้ผลผลิตเมื่ออายุ 4-5 ปี ส่วนต้นพันธุ์ที่ได้จากวิธีอื่นๆ จะให้ผลผลิตได้ภายใน 2-3 ปีเท่านั้น อีกทั้งได้ต้นลองกองเหมือนกับต้นแม่ทุกประการ การทำสวนลองกองทำได้ทั้งปลูกแซม
ปีนี้ผลไม้หลายชนิดมีราคาสูงและหาทานได้ยาก บางครั้งไปซื้อที่ตลาดสด แต่รับประทานแล้วรสชาติอาจจะยังไม่ถูกใจ หรือผลไม้ไม่หลายหลากพันธุ์ คุณภาพยังไม่น่าประทับใจผู้บริโภค วันนี้เราจึงขอแนะนำ “ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม ” แหล่งจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีเกรดพรีเมียร์หลากหลายสายพันธุ์ มาให้ผู้สนใจได้ทดลองจับจ่ายกันได้ในราคาสบายกระเป๋า “ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม ” เป็นศูนย์รวมผลไม้ไทยคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม สดๆ จากไร่กันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของร้านผลไม้ไทยแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนของ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการส่งเสริมการปลูกผลไม้ในระบบโรงเรือน ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสำหรับส่งออก ร้านผลไม้ PPD ฟาร์ม จำหน่ายไม้ผลนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงงาช้างแดง , มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง , มะเขือเทศราชินี , มะไฟ , ส้มสายน้ำผึ้ง , น้อยหน่าปากช่อง , มะเดื่อฝรั่ง , ทุเรียนพวงมณี ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ชาวบ้านได้ร่วมอนุรักษณ์สายพันธุ์ะสืบต่อกันมา ทุเรียนพวงมณีมีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพเนื้อที่ละเอียด สีเหลืองมากกว่าทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ เกษตรกรใส่ใจปลูกดูแลทุเรียนพวงม
“พาณิชย์” ออกเตือนผู้ส่งออกผลไม้ไทยเตรียมรับมือการแข่งขันจากคู่แข่งในกัมพูชา หลังพบว่า โรงงานจีน เกาหลีใต้ ขยายการลงทุนโรงงานเพื่อการส่งออกมากขึ้น นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ถึงการเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงงานแปรรูปและส่งออกมะม่วงของ บริษัท Weighai Dragon Union Agriculture จำกัด จากจีน ในจังหวัดกัมปงสปือ กัมพูชา มีมูลค่าการลงทุน 40-50 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ที่เข้ามาลงทุนในกัมพูชา หลังจากที่ บริษัท Hyundai Corporation จำกัด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีชื่อของเกาหลีใต้ได้เข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท Mao Lagacy ในการแปรรูปและส่งออกมะม่วง ก่อนหน้านี้ “บริษัทจากจีนและเกาหลีใต้ ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา มีแผนที่จะเน้นการส่งออกมะม่วงแก้วขมิ้น โดยรับซื้อจากเกษตรกรมาแปรรูปและบรรจุหีบห่อและส่งออกไปยังตลาดจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และเริ่มมีตลาดใหม่ๆ ที่ต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป และรัสเซีย ซึ่งการขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ นี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ส่งออก
