ผลไม้ไทย
ส่งออกผลไม้ไทย ปี’60 โต 15% มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้าน ชี้ทุเรียนยังครองอันดับหนึ่งตลาดจีน ระบุไทยต้องตั้งมาตรฐานทุเรียนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ตลาดขยายตัวเร็ว นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมตลาดส่งออกผลไม้ไทยในขณะนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจีนและฮ่องกง ยังคงเป็นตลาดหลัก ด้วยสัดส่วนส่งออกจีน 70% ฮ่องกง 15-20% และอินโดนีเซีย คาดว่าตลาดรวมผลไม้ปีนี้จะมีมูลค่าส่งออกถึง 40,000 ล้านบาท โตขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 15% โดยทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในขณะนี้ส่งออกไปยังตลาดจีน 70% ลำไย 20% และอื่นๆ ขณะที่ฮ่องกงปีนี้ตลาดส้มโอได้รับความนิยมสูง ส่งออก 80% รองลงมา มะพร้าว และลำไย “ปีนี้ทุเรียนยังคงมาแรงได้รับความนิยมจากตลาดจีนอย่างมาก เฉพาะตลาดทุเรียนส่งออกถึง 70-80% สินค้าตัวอื่นก็แล้วแต่ความนิยมของสินค้า เพราะบางตัวนิยมในจีนแต่ไม่นิยมในฮ่องกง อย่างลำไยจีนรับอย่างเดียว ฮ่องกงจะไม่นิยมเพราะมีรสหวาน คนฮ่องกงไม่ชื่นชอบ แต่น่าสนใจว่าปีนี้ส้มโอฮ่องกงขายได้มากกว่าจีน 80% และยังมีความต้องการเพิ่ม แต่จีนอยู่ที่ 10% เท่านั้น แต่ทุเรียนจะโ
รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เผยว่า ได้รับเชิญจากหอการค้าฝรั่งเศส-ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่สุดในเอเชีย “SIAL CHINA 2017” ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาร่วมแสดงในงานประกอบด้วย ข้าวต้มมัดไส้ทุเรียนสเตอริไรส์ละข้าวต้มมัดไส้เผือกสเตอริไรส์บรรจุถุงรีทอร์ทเพาช์ โดยบริษัท โรสอารยา จำกัด ,เครื่องดื่มอัดก๊าซที่ใช้น้ำตาลมะพร้าวเป็นสารให้ความหวานและเครื่องดื่มอัดก๊าซที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมจากกล้วยตาก โดยบริษัท เก้ากรเทรด จำกัด ชาสมุนไพรออแกนิกเพื่อสุขภาพบรรจุซองพร้อมชง “เรวดี” โดยบริษัท โกลเด้นเรย์ จำกัด ในรูปของ “แผ่นชาละลายง่ายในน้ำ” ที่มีจุดเด่น คือ เป็นแผ่นฟิล์มชาละลายง่ายในน้ำที่คงกลิ่น รส สี และความหอมของชา พกพาสะดวก และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการทดลองตลาด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทองม้วนสอดไส้ช็อกโกแลตขาวผสมกลิ่นรสทุเรียน ของวิสาหกิจชุมชนแก้วเจ้าจอม และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ Wel-B (เวล-บี) ที่มีวัตถุดิบหลักคือ ถั่วเหลือง งาดำ ฟัก
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเปิดตัวตลาดเฉพาะสินค้า (Magnet Market) แห่งแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้งาน “Thailand : King Fruit paradise” ในวันที่ 19 พฤษภาคม ว่า เป้าหมายหลักต้องการดึงนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมทานผลไม้ไทยอย่างมาก เช่น ทุเรียน ต่อจากนี้จะขยายตลาดแบบเดียวกันนี้ ให้ครบ 6 จังหวัด ในปี 2560 ที่เหลือคือ ภูเก็ต, อุดรธานี, จันทบุรี, สงขลา, ชลบุรี ถือเป็นแผนงานส่วนหนึ่งที่ต้องการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรกับการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ในแผนตลาดเฉพาะสินค้าจังหวัดต่อไป คือ ภูเก็ต จะเน้นตัวสินค้าทุเรียนเป็นหลัก เพราะเป็นสินค้ายอดนิยมของต่างชาติและเป็นที่รู้จัก จากนั้นจะทยอยเชื่อมโยงสินค้าตามฤดูกาลและสินค้าพื้นฐานจากแหล่งผลิตเข้ามาเชื่อมโยงในตลาดในโครงการ ซึ่งแต่ละแห่งจะใช้เวลาผลักดัน 6 เดือนให้ตลาดเป็นที่รู้จัก และเกิดการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกับตลาด เพื่อให้ระยะยาวจัดทำตลาดถาวร สำหรับตลาดเฉพาะสินค้า (Magnet Market) ภายใต้งาน “Thailand : King Fruit paradise” ที่ศูนย์การค้า Think park สี่แยกริ
วันที่ 26 เมษายน 2560 นายสมพล แสนคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เผยกรณี นักท่องเที่ยวจีน นิยมซื้อและรับประทานผลไม้ไทย ทั้งผลสดและอบแห้ง ว่า ผลไม้หลักเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง และผลไม้เมืองหนาวตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนนิยมไปซื้อผลไม้ที่ตลาดเมืองใหม่ และตลาดวโรรส หรือกาดหลวง เพื่อรับประทาน เนื่องจากรสชาติอร่อย และราคาถูก ช่วงฤดูร้อนผลไม้ที่นักท่องเที่ยวจีน นิยมรับประทาน อาทิ ส้มเขียวหวาน มะม่วง สาลี่ และเมล่อนส่วนลิ้นจี่ ผลผลิตออกสู่ตลาดกลางพฤษภาคมนี้ มีโครงการจำหน่าย เพื่อช่วยชาวสวนลิ้นจี่ บริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ในช่วงดังกล่าว เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ชิมและเลือกซื้อในราคาถูก ส่วนลำไย คาดออกสู่ตลาดกรกฏาคมนี้ ซึ่งนักลงทุนจีนได้ตั้งล้ง หรือโกดังรับซื้อลำไยสด ที่ อ.สันป่าตอง อ.แม่วาง อ.จอมทอง และ อ.ฮอด กว่า 20 ราย บางส่วนนำไปแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง เพื่อส่งออกจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ขณะนี้ลำไยนอกฤดู เกรด AA ราคากิโลกรัมละ 32 บาท ลำไยร่วง 17-18 บาท/กิโลกรัม ปีนี้ลำไยตามฤดูกาล คาดมีผลผลิต 250,000 ตัน ลินจี่ 2,000 ตัน มะม่วง 200 ตัน มูลค่าตลาดผลไม
“แม่สาย” ประตูเศรษฐกิจไทย-เมียนมา ผลไม้ไทยสร้างสีสันขายดี นักท่องเที่ยวจีนชอบซื้อ ขณะที่ “ตลาดสายลมจอย” ยังคึกคัก รับนักช็อปด้วยสินค้าราคาหลักสิบบาทถึงหลักพันบาท โอกาสที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ตลาดแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้น เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก เพราะตอนนี้ทุกๆ คนก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย โดยค่าตั๋วเดินทาง แม้ว่าราคาตั๋วเครื่องบินจะแพงกว่ารถทัวร์ไม่มากนัก แต่การเลือกไปรถทัวร์ก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน โดยครั้งนี้เลือกนั่ง “สมบัติทัวร์” ราคา 904 บาท ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งอาหาร น้ำ การบริการที่ดี และบรรยากาศบนรถที่ปลอดบุหรี่จริงๆ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย มุ่งหน้าสู่สุดเขตแดนประเทศไทย คือ อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีทุกสิ่งให้เลือกซื้อ เลือกเที่ยวแบบสบายๆ สไตล์ไทยๆ ที่ต้องการซื้อของใช้สอยจากฝั่งเมียนมา คู่กัลยาณมิตรของสยามประเทศที่โดดเด่นด้านพระพุทธศาสนามายาวนาน วันนี้ ตลาดแม่สายต่างจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วมาก เพราะมีการพัฒนาตัวเองตลอด โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ “ตลาดสายลมจอย” ในฝั่งไทยนั้น สร้างสีสันบรรยากาศการค้าให้คึกคักทันตา เพราะหากมาเที่ยวแม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันจ.จันทบุรี เป็นมหานครแห่งผลไม้ของประเทศ และเป็นฮับผลไม้แห่งเอเชีย หวังรายได้กว่า 5 แสนล้านบาท ใน 5 ปี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2560 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะมือสร้างเศรษฐกิจการตลาดเชิงรุก ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน และนายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมกับจังหวัดจันทบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาหอการค้า กลุ่มสหกรณ์ และตัวแทนภาคประชาชนต่างๆ นายสนธิรัตน์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตั้งใจเดินหน้าผลักดันให้จังหวัดจันทบุรีเป็นมหานครแห่งผลไม้ ศูนย์กลางอัญมณีโลก โดยมีเป้าหมายการสร้างรายได้ เพื่อสร้างจีดีพีของประเทศ 5 แสนล้านบาท ใน 5 ปี เพราะจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่สูงมาก ทั้งในด้านประมง การเป็นเมืองแห่งเพชรพลอย และยังเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีผลไม้ที่สำคัญกว่า 10 ชนิด โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งกลายเป็นสินค้ายอดนิยมของผู้บริโภคชาว
แม้ภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก คือ ภาคอุตสาหกรรม แต่การประชุมหอการค้า 5 ภาค ที่จังหวัดอยุธยาครั้งล่าสุด ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกกลับชูธงเรื่องเกษตร วางแผน 5 ปี ไว้ถึง 5 ยุทธศาสตร์ 34 กลยุทธ์ และ 65 โครงการ สำหรับกลุ่มภาคตะวันออก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และสระแก้ว Flag Ship ภาคเกษตร “ปรัชญา สมะลาภา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวว่า จากโครงการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดในอดีต ทำให้ภาคตะวันออกได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่กลับทิ้งคนไว้ข้างหลังจำนวนมาก ดังนั้นวันนี้จะไม่พูดเรื่องซูเปอร์คลัสเตอร์ หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากรัฐบาลเดินเครื่องอย่างเต็มที่แล้ว แต่เราจะกลับไปดูคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งส่วนมากคือคนที่อยู่ในภาคเกษตร สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกจะใช้จันทบุรีเป็นเซ็นเตอร์เรื่องผลไม้ปลอดภัยมุ่งสู่ออร์แกนิกคือมังคุด
ในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว เมื่อเราเดินทางไปไหน ๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แม้แต่ภูเขาหัวโล้นในพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ถูกบุกรุกยึดครอง ก็จะเห็นความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า มาคอยปล่อยออกซิเจนให้เราสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด นั่นก็ทำให้ภาพความแห้งแล้ง เขื่อนแห้งขอด ดินแตกระแหง มลายไปในความทรงจำ รอปีwหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ จากนี้ไปอีกราว 4 เดือน (สิงหาคม-พฤศจิกายน) ชาวบ้านอย่างเรา ๆ ก็จะต้องเตรียมรับมือกับฟ้าฝน มรสุม ฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่มกันอีก โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่ต้องยอมรับสภาพปัญหา “น้ำรอระบาย” ในทุกครั้งที่ฝนกระหน่ำลงมา พ่วงด้วยปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก สิ่งนี้ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี ทั้งปัญหา “น้ำท่วม-น้ำแล้ง” เราควรวางแผนบริหารจัดการน้ำกันอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว และคนเมือง ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเป็นผู้ใช้น้ำทั้งสิ้น อีกเรื่องที่อยากจะตั้งข้อสังเกต ก็คือ ผลไม้ไทยหายไปไหน…? เพราะชาวบ้านร้านตลาดต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผลไม้แพงจัง…? สถานการณ์ตอนนี้ ราคาผลไม้พุ่งปรี๊ดแทบทุกช
