ผลไม้ไทย
จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการเห็นชอบในหลักการโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) ที่จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ EEC โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้ไทยเป็น “มหานครผลไม้โลก” ภายในปี 2564 ผ่านการพัฒนาคุณภาพและช่องทางการจัดจำหน่าย รวมทั้งสนับสนุนด้านการเงิน และทำประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผลไม้ไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลกมากขึ้น ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ผลไม้โดยเฉพาะผลไม้สดกลายมาเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนได้จากมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 เป็น 1,674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2560 หรือคิดเป็นการขยายตัวเฉลี่ยกว่า 21% ต่อปี ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับการส่งออกรวมของประเทศที่ขยายตัวเฉลี่ยราว 5% ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกผลไม้สดของไทยจะขยายตัวได้สูงต่อเนื่อง แต่หากหันมาดูส่วนแบ่งตลาดของผลไม้ไทยในตลาดโลก พบว่า ยังไม่สูงมากนัก และยังเป็นอันดับ 3 ในอาเซียนรองจากอิน
หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมไทยเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก มุ่งทำตลาดผลไม้เกรดพรีเมี่ยม บุกตลาดออนไลน์จีน จัดกิจกรรม CNX Fruits Destination กระตุ้นตลาดช่วงตรุษจีนของเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 ตั้งเป้าขยายยอดค้าออนไลน์-ค้าข้ามแดน ส่งผลไม้ถึงผู้บริโภคจีนต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงกับเมืองผลไม้จันทบุรี นางวิภาวัลย์ วรพุฒพิงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์วิจัยและบริการวิชาการนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน CNX Fruits Destination ขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โซนตู้ปลาอควาเรียม ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2561 โดยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีกิจกรรมการแข่งขันกินผลไม้ และวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561 มีการแสดงสาธิตการทาอาหารคาว หวาน จากทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และสร้างการมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีนที่จะเดินทางมามากถึงวันละ 6,000 คน ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งว่าผลไม้ไทยคือสินค้
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรม ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ถึงผลการเข้าร่วมงาน “โต๊ะอาหารของ Tmall 2018” ที่จัดขึ้นที่เมืองหังโจว เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อรายงานประเภทสินค้าอาหารสดต่างชาติที่ขายดี บนเว็บไซต์ Tmall Global ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าต่างชาติของ Tmall โดยปรากฏว่าสินค้าอาหารสดจากต่างประเทศที่ได้รับความนิยมในการนำเข้ามาจำหน่าย 10 อันดับแรก พบว่า ไทยมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยออสเตรเลีย เวียดนาม ชิลี สหรัฐฯ นิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา เดนมาร์ก แคนาดา และเม็กซิโก สำหรับสินค้าอาหารสดของไทยที่ได้รับความนิยมในการสั่งซื้อผ่าน Tmall Global คือ ผลไม้สด ซึ่งมีสินค้าที่ขายดีและได้รับความนิยมในการสั่งซื้อมาก เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ส่วนมะม่วง ชมพู่ เงาะ ส้มโอ กล้วยไข่ และมะขามหวาน ขายดีในอันดับรองๆ ลงมา กรมมีแผนที่จะโปรโมตผลไม้ไทยในตลาดจีนตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียน ที่ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดจีนสูงมาก โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติผลักดันให้ไทย
เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในงานเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2561 สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการสัมมนาวิชาการเรื่อง “ไทยจะเป็นศูนย์กลางผลไม้เขตร้อนของโลกได้อย่างไร” ณ ห้อง 301 ตึกศูนย์เรียนรวม 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน (ส.มก.) กล่าวว่า ในการจัดสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดี ที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ไทยเป้นมหาอำนาจทางการค้าผลไม้เขตร้อนของโลก พร้อมทั้งได้มีการเสวนาโดยวิทยากรผู้รู้ทางด้านไม้ผล นำโดยนายโอฬาร พิทักษ์ ที่ปรึกษาตลาดไท อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายปราโมทย์ ร่วมสุข ประธานสถานบันทุเรียนไทย มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย ดร.วิฑูรย์ กล่าวว่า ส.มก. ได้เชิญวิทยกรที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ มาพูดถึง “เจาะลึกตลาดต่างประเทศ เพิ่มโอกาสส่งออกผลไม้ไทย” อาทิ ดร.วิรังรอง สงสังข์ แห่ง Si
คุณสุวมล แก้วมาลัยทิพย์ (คุณโฟร์) ประธานกรรมการบริษัท นครกรุง (บางกอก) กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “นครกรุงฟรุ๊ต” แบรนด์ผลไม้ไทย มีจุดเริ่มต้นจากที่ตัวเองถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่มีสิ่งแวดล้อมและแนวคิดของการเป็นเจ้าของกิจการ จึงมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจมาจากรายการ “อายุน้อยร้อยล้าน” จึงสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพและเริ่มต้นสร้างธุรกิจ จนได้พบจุดเปลี่ยนที่พลิกให้ชีวิตของเธอให้โกอินเตอร์ ประกอบกับเป็นคนที่ชอบทานผลไม้เป็นทุนเดิม ทำให้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจผลไม้อบแห้งอย่างจริงจัง รวมทั้งรู้จักกับเจ้าของโรงงานที่รับผลิตผลไม้อบแห้ง จึงตัดสินใจศึกษาข้อมูลต่างๆ โดยเริ่มจากการติดต่อเจ้าของสวนและฟาร์มผลไม้ จากนั้นจึงให้โรงงานช่วยเรื่องการรับรองมาตรฐาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้า เมื่อเล็งเห็นถึงช่องทางและความเป็นไปได้ จึงลงมือสร้างสินค้าของตัวเองขึ้นมา คือ ทุเรียนฟรีซดราย โดยเริ่มจากการคัดเลือกทุเรียนจากสวนที่มีคุณภาพในแต่ละสายพันธุ์ เช่าเครื่องแปรรูปผลไม้ ฟรีซดรายมาทดลองสูตร โดยอาศัยคำแนะนำจากผู้รู้ จนได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดตั้งคณะทำงาน 6 ชุด เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ผลไม้ไทยตามยุทธศาสตร์ส่งเสริมผลไม้ จะนำร่อง 3 ชนิดให้เป็นผลไม้พรีเมียม คือ ทุเรียน มังคุด และลำไย ตั้งเป้าให้มีผลไม้ 3 ชนิดดังกล่าวขึ้นสู่ระดับพรีเมียม 1% ของผลผลิตทั้งหมดในปี 2561 ทำให้มูลค่าผลไม้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสูงขึ้นจากปกติเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ทั้งนี้ในส่วนของทุเรียนคาดว่าในปี 2561จะมีผลผลิตออกมา 910,000 ตัน จะคัดเลือกผลผลิต 1% หรือ 9,100 ตัน มายกระดับเป็นทุเรียนเกรดพรีเมียม และมีการสร้างแบรนด์ โดยทุเรียนแต่ละลูกต้องมีขนาด มีมาตรฐานตามที่กำหนด ต้องเป็นทุเรียนที่ผ่านการคัดเกรด ผ่านการรับรองคุณภาพมาแล้ว เพื่อนำไปทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเชื่อว่ามีกลุ่มลูกค้ารายได้สูงและกลุ่มเศรษฐีจำนวนมากพร้อมที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น เพื่อให้ได้บริโภคสินค้าคุณภาพดี ซึ่งจะนำรูปแบบนี้ไปใช้กับมังคุดและลำไยด้วย ยกตัวอย่างทุเรียน ปกติขายราคากิโลกรัม (กก.) ละ 80 บาท หากยกระดับพรีเมียมสามารถขายได้ กก.ละ 120-150 บาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก
“จันทบุรี เมืองมหานครผลไม้” อุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด ทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่รับซื้อผลไม้ไทยถึง 90% ทำให้ผลไม้ราคาสูงขึ้น เกษตรกรชาวสวนได้หยิบจับเงินล้าน 2-3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเป็นปีทองของผลไม้ภาคตะวันออก แม้ว่าปีนี้จะติดหล่มที่ผลผลิตมังคุดราคา 7-8 บาท ต่อกิโลกรัม ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผลผลิตประดังกับมังคุดทางภาคใต้ ทำให้ปริมาณมังคุดล้นตลาด ประกอบกับภาวะอากาศแปรปรวนมีฝนหนักเป็นระยะๆ ทำให้คุณภาพมังคุดที่ส่งออกเสียหาย 10-30% เป็นเนื้อแก้วหรือมียาง แต่ถ้าสวนไหนมีรุ่นแรกได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200-240 บาท พอถัวเฉลี่ยรอดตัวไป การส่งผลไม้ไปตลาดจีนมีการแข่งขันสูงระหว่างผู้ซื้อ “ล้งจีน” และ “ล้งไทย” โดยเกือบทั้งหมดตั้งจุดรวบรวมผลไม้ แพ็กเกจจิ้งที่จันทบุรี ขนส่งด้วยตู้คอนเทรนเนอร์ไปตามเส้นทาง R3 เชียงราย เชียงของ เข้าตลาดจีน หรือส่งตู้คอนเทรนเนอร์ลงทางเรือท่าเทียบเรือแหลมฉบัง สัตหีบ ชลบุรี ล้งคนจีนเพิ่งเข้ามาตั้งโกดังรับซื้อจากชาวสวนโดยตรง เมื่อ 4-5 ปี มีคนไทยเป็นนอมินีจดทะเบียนบริษัทรับซื้อ เปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อนที่เป็นเถ้าแก่ให้คนไทยรับซื้อและพ่อค้าจีนนำ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ของไทย ร่วมกับตัวแทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า ได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่จะจัดทำยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ เพื่อผลักดันให้ไทยกลายเป็นมหาอำนาจทางด้านผลไม้ของโลก และเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ผลไม้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และเพื่อดูแลผลผลิตให้มีปริมาณเหมาะสมและมีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของตลาด รวมถึงให้ราคาผลไม้ไทยมีเสถียรภาพ ไม่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยยุทธศาสตร์จะจัดทำเป็นระยะสั้น กลาง และยาว โดยระยะสั้นเป็นแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้ระยะสั้นที่จะเกิดขึ้น แผนยุทธศาสตร์นี้จะร่วมกันทำงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งยุทธศาสตร์หลักและยุทธศาสตร์รองของผลไม้ รวมถึงดูทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ดูซัพพลายผลไม้รวมในภูมิภาคไม่เฉพาะแต่ในไทย อาทิ คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุต บอร์ด) ซึ่งมีรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ก็จะเสนอแผนงานให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันด้านการค้า เบื้องต้นจะใช้กับทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอมนำร่องก่อน และขยายสู่ผลไม้ไทยอื่นๆ เช่น ลำไย สับปะรด กล้วยหอม กล้วยไข่ มะม่วง ฯลฯ ขอบคุณ
คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยถึงทิศทางการส่งออกผลไม้ไทยไปต่างประเทศ ว่า มังคุด ทุเรียน และมะพร้าวน้ำหอม จะเป็นไม้ผลที่มีอนาคตโดยเฉพาะตลาดการค้ากับต่างประเทศ เนื่องจากผลไม้เหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มที่คนจีนชอบรับประทาน เพราะตลาดจีนกว้างมากและมีอัตราการเติบโตสูง รวมถึงประเทศไทยมีทักษะในการพัฒนาไม้ผลดีกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน เพราะมีพื้นฐานการเกษตรและระบบชลประทานดีกว่ามาก ทั้งนี้จีนเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย ประมาณ 80% สอดคล้องกับตัวเลขส่งออกทุเรียนของประเทศไทย วันละประมาณ 6,000 ตัน “สำหรับทุเรียนมูซังคิง ของมาเลเซีย เป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย จัดอยู่ในทุเรียนพันธุ์เบา ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซียเอง รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับส่งออกทุเรียน แม้ว่าทุเรียนมูซังคิงจะเป็นทุเรียนที่ได้รับความนิยมของมาเลเซีย แต่ปัจจุบันมีปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผลผลิตที่ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนเกือบทั้งหมด” คุณสัญชัย มองอนาคตของทุเรียนพันธุ์มูซังคิง ว่า หากนำมาปลูกในประเทศไทย น่าจะ
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคเกษตรไตรมาส 2 ปี 2560 จะขยายตัวได้มากกว่า 2% เนื่องจากช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน เป็นช่วงผลผลิตโดยเฉพาะผลไม้ในภาคตะวันออกเกือบทั้งหมดออกสู่ตลาด เช่น ทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ เงาะ โดยผลผลิตปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ราคาไม่ได้ต่ำลง เพราะมีความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ จึงส่งออกได้มากขึ้น และคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีภาคเกษตรทั้งปีนี้ขยายตัว 3% “ราคาปีนี้ไม่ได้ตกต่ำลง เห็นได้จากทุเรียน คาดว่าผลผลิตปีนี้อยู่ที่ 633,540 ตัน มากกว่าปีที่ผ่านมา 30-40% แต่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 60-65 บาท ต่อกิโลกรัม ไม่ได้ตกต่ำอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ราคายังสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 อยู่ที่ 40-50 บาท ต่อกิโลกรัม ขณะที่มังคุดปีนี้คาดผลผลิตที่ 217,039 ตัน มากกว่าปีที่ผ่านมาราว 20,000 ตัน แต่ราคาอยู่ที่ 78 บาท ต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 56 บาท ต่อกิโลกรัม นับเป็นปีทองของผลไม้ไทยต่อเนื่องจาก 3 ปีก่อน และนับเป็นปีที่ 4 ที่ภาครัฐไม่ต้องใช้งบประมาณเข้าไปรับซื้อ หรือแทรกแซงราคา แสดงว่ากลไกตลาดและระบบบริหารจัดการผ
