ผักตบชวา
CHOM hand craft ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา สำหรับประเทศไทยมีการริเริ่มสร้างสรรค์มานานกว่า 30 ปี จากเดิมมีเพียงกลุ่มที่ทำงานด้านนี้ไม่มากนัก และหนึ่งในที่ที่ขึ้นชื่อก็คือจังหวัดชัยนาท ด้วยภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีผักตบชวาอย่างมากมาย ตลอดเวลาผักตบชวาได้ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าจักสานที่ได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ แต่ที่สุดแล้วก็ยังพัฒนาไปได้ไม่ไกลนัก CHOM hand craft นำโดย คุณแม่ชม รอดรัตน์ ผู้ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมจักสานผักตบชวามาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งวันหนึ่งลูกๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้มีแนวคิดว่า “ทำไมงานฝีมืออย่างจักสานผักตบชวาโดยเฉพาะผู้ผลิต จึงไม่สามารถมีตัวตนในฐานะผู้สร้างสรรค์ได้” จึงร่วมกันสร้างแบรนด์ CHOM hand craft เพื่อใช้ความรู้ความสามารถที่สะสมมาอย่างยาวนาน สร้างผลงานที่ร่วมสมัย ด้วยแนวคิดที่ว่าเป็น “ผลงานของศิลปิน” ดังนั้น CHOM hand craft จึงคิดค้นออกแบบงานในรูปแบบใหม่ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค ลวดลาย หรือชิ้นงานที่ไม่จำกัดเพียงกระเป๋า ที่คุ้นเคยกันมานาน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ CHOM hand craft เป็นที่สนใจนั่นคือเราทำงานร่วมกับลูกค้าของเรา ด้วยการที่เราเป็นงาน Custom
ผักตบชวา วัชพืชลอยน้ำที่คนไทยคุ้นเคย หลายคนโตมากับอาชีพแม่ค้าจำลองที่เคยใช้ผักตบชวาเป็นก๋วยเตี๋ยวปลอมๆ บางคนอาจเคยนำผักตบชวามาหั่นมาสับเป็นอาหารหมู บางคนอาจเคยสัมผัสผักตบชวาผ่านสายตาที่มองไปที่แม่น้ำลำคลอง เรียกได้ว่าผักตบชวาอยู่รอบตัวเรา แต่ทุกคนรู้จักผักตบชวาในฐานะวัชพืช ในแต่ละปีประเทศไทยใช้งบประมาณมหาศาลในการกำจัดผักตบชวา เพราะผักตบชวาเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน ทำให้ควบคุมและกำจัดยาก หากผักตบชวาเจริญเติบโตมากเกินไปจะไปแย่งทรัพยากรจากพืชอื่นๆ ให้ไม่ได้รับน้ำ แสง หรือสารอาหารเพียงพอ นอกจากนี้ ผักตบชวาที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ควบคุมอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคหรือโรคจากสัตว์ การควบคุมและกำจัดผักตบชวาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความสมดุลในสิ่งแวดล้อม ครูเต้ย ดาธิณี “ที่คลองระพีพัฒน์ก็เคยมีปัญหาจากผักตบชวาเหมือนกันค่ะ” ครูเต้ย ดาธิณี ตามเพิ่ม ครู ศกร.ตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เห็นปัญหาของผักตบชวาในท้องถิ่น จึงพลิกเกมให้วัชพืชที่เป็นปัญหากลายเป็นประโยชน์ให้คนในชุมชน “เดิมทีชาวบ้านบ้านหนองเครือบุญที่นี่มีอาชีพทอผ้าค่
ในแต่ละปี หน่วยงานภาครัฐ ต้องเสียงบประมาณก้อนโตเพื่อกำจัดวัชพืชบริเวณคลองส่งน้ำ โดยใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชที่เหมาะสมกับชนิดของวัชพืชและสภาพแวดล้อม รวมทั้งใช้เครื่องจักรกลในการกำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นปกติ และลดโอกาสการเติบโตของวัชพืชวัชพืชในน้ำหรือตามริมฝั่งคลองส่งน้ำที่มีดินชื้น โดยวัชพืชรากหยั่งดิน มีใบและดอกลอยตามผิวน้ำ มีลำต้นอ่อน ใบบาง ลู่ไปตามกระแสน้ำได้ดี เช่น บัว บา ตับเต่า ขาเขียด รวมทั้งพืชลอยน้ำที่มีรากไม่หยั่งดิน เช่น จอก แหน ไข่น้ำ แหนแดง ผักตบชวา ฯลฯ วัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวา มักเติบโตเร็วและอุดตันคลอง ทำให้การไหลของน้ำลดลง ลดปริมาณออกซิเจนในน้ำ เมื่อวัชพืชตายและเน่าเปื่อยในน้ำ จะทำให้เกิดสารอินทรีย์จำนวนมาก และแบคทีเรียจะใช้ปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงขึ้น ทำให้ปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำตาย ขณะเดียวกันวัชพืชยังเป็นแหล่งที่อยู่และขยายพันธุ์ของแมลงบางชนิด ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของคนและสัตว์ นอกจากนี้ วัชพืชน้ำเหล่านี้ยังลดประสิทธิภาพการเกษตรเพราะกีดขวางการทำนาข้าวและการเกษตรอื่นๆ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในคลองส่งน้ำ นำวัชพืชคลองส่งน้ำมาสร้างมูลค่
‘ผักตบชวา’ วัชพืชลอยน้ำที่สร้างปัญหาใหญ่หลวงต่อแม่น้ำลำคลองและระบบชลประทาน เนื่องจากผักตบชวาสามารถแพร่กระจายและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาอุดตันทางน้ำ น้ำเน่าเสีย ตลอดจนกระทบต่อระบบนิเวศ การประมง การเกษตร และการท่องเที่ยว จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนางานวิจัยเพื่อนำมาปรับใช้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง จนต่อยอดมาสู่ ‘โครงการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่คลองใหญ่ (แม่น้ำระยอง) ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567’ เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชนด้วยการกำจัดผักตบชวา โดยใช้สารผสมจากธรรมชาติอย่าง ‘สารผสม’ ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยย่อยสลายผักตบชวาให้เน่าเปื่อย จมลงสู่ก้นบ่อ ทดแทนวิธีการกำจัดแบบดั้งเดิมที่ใช้สารเคมี ขณะเดียวกัน ได้มีการบูรณาการร่วมกับการใช้ ‘ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา’ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของผักตบชวาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองชลประทาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระ
ผักตบชวา เป็นไม้น้ำที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว มีลำต้นสั้นแตกใบเป็นกอลอยไปตามน้ำ มีความทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่จะไม่ทนน้ำเค็ม คลองมหาสวัสดิ์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธฆณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นอีกแหล่งที่มีปริมาณต้นผักตบชวา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนในชุมชน เพราะคนในชุมชนได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส นำผักตบชวาที่หลายคนมองว่าไร้ค่า มาแปรรูปเป็นดินผสมพร้อมปลูกจำหน่ายสร้างรายได้ คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน เล่าว่า เนื่องจากผักตบชวา เป็นปัญหาต่อการสัญจรในคลอง เลยมองเห็นว่าถ้านำมาใช้ประโยชน์ก็น่าจะได้ช่วยกำจัดได้อีกทางหนึ่ง จึงขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้ง จากนั้นก็นำมาผสมรวมกับวัสดุอื่น บรรจุถุงเป็นดินพร้อมปลูก สำหรับการนำผักตบชวาที่เก็บได้จากแม่น้ำหรือคลองต่างๆ มาใช้ในการทำดินพร้อมปลูกผสมผักตบชวาของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมหาสวัสดิ์ นั้น จะเริ่มจากการรับซื้อผักตบชวาตากแห้งจากชาวบ้าน ที่นำผักตบชวาไปสับก่อนนำไปตากแดดเป็นเวลา 3 วัน ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้นนำผักตบชวาตากแห้งมาผสมกับกาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ และดินบดละเอียดในอัตราส่วนที่เท่ากัน เช่
ปี 2559 ประเทศไทยประสบปัญหาผักตบชวาแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ในแถบที่ราบลุ่มภาคกลาง ส่งผลต่อการระบายน้ำไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องกำจัดผักตบชวา แม้ระดมงบประมาณในการแก้ปัญหา แต่ไม่สามารถกำจัดผักตบชวาได้หมด จึงเกิดความร่วมมือ ประชารัฐ ระหว่างชาวบ้านริมคลองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อร่วมมือเก็บผักตบชวาให้หมดไปจากแม่น้ำ ลำคลอง กศน.อำเภอภาชี ในสังกัด สำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าและการนำผักตบชวามาใช้ประโยชน์อย่างครบวงจร ได้แก่ ผ้าทอมือผักตบชวา จานผักตบชวา กระดาษผักตบชวา อาหารแปรรูปจากผักตบชวา ปุ๋ยอินทรีย์ และเครื่องจักสานต่างๆ เพื่อเป็นการกำจัดผักตบชวาในแนวทางประชารัฐ และก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับประชาชน ในรูปแบบศูนย์บริหารจัดการผักตบชวาครบวงจร ฐานการเรียนรู้ผักตบชวา “Zero West” ในโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ของอำเภอภาชี ในอดีต ชาวบ้านในชุมชน ซึ่งอาชีพหลักส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม และประกอบอาชีพทอผ้า อาชีพรองคือค้าขาย รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 5,956.41 บาทต่อเดือน จากมีก
อาจารย์จีรัฐติกุล กล้าหาญ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม พร้อมด้วย อาจารย์พิษณุ สินโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ และนักศีกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) นำนวัตกรรมเครื่องบดผักตบชวาร่วมแก้ปัญหาการกำจัดผักตบชวา ลงพื้นที่จัดโครงการ “สิงห์อาสาสู้น้ำท่วม” (กำจัดผักตบชวา) เพื่อป้องกันอุทกภัย พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมกันตระหนักถึงปัญหาผักตบชวา ภายใต้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ของบริษัทบุญรอดบริเวอรี่ จำกัด ในนามกลุ่ม “สิงห์อาสา” ร่วมกับ บริษัท สิงห์ เบเวอเรช จำกัด โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาภาคกลาง ร่วมจัดโครงการ ณ วัดปทุมวัน (คลองญี่ปุ่น) ตำบลหลักชัย อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
“กลุ่มจักสานผักตบชวา บ้านห้วยหวาย” เป็นการรวมตัวจัดตั้งของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโคกช้าง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี นำผักตบชวามาจักสานเป็นของใช้และประดับที่มีความสวยงามอันเกิดจากฝีมือถักทออย่างประณีต พิถีพิถัน มีคุณค่าไม่แพ้แบรนด์นอก เป็นที่ชื่นชอบสั่งซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศ คุณณัฐณิชา ดอกมะสัง อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 2 ตำบลโคกช้าง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะประธานกลุ่ม บอกว่า กลุ่มนี้ตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2535 มีสมาชิก 18 คน ตอนนั้นตัวเธอทำหน้าที่เป็นเลขาฯ กลุ่ม โดยสมัยเริ่มแรกในพื้นที่ชุมชนมีต้นกกจำนวนมากแต่ชาวบ้านยังไม่มีความสามารถด้านการถักทอ จนได้รับการส่งเสริมความรู้ทักษะเสริมสร้างอาชีพจากภาคราชการฝึกฝนเรียนรู้การทอเสื่อเพื่อไว้ใช้ในครัวเรือน แต่ไม่ได้นำไปขายเพราะเส้นทางสัญจรลำบาก กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเดิมบางนางบวชได้ประสานงานเพื่อส่งเสริมอาชีพเพิ่มเติมให้อีก โดยคราวนี้นำผักตบชวาที่มีจำนวนมากในพื้นที่มาผลิตจักสานเป็นของใช้และของประดับ เพราะแม้จะนำไปใช้ทั้งเรื่องการทำปุ๋ยและเพาะเห็ดก็ยังมีอีก ทั้งยังสร้างปัญหาต่อลำน้ำคูคลอง แต่ดูเ
ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ลงนามความร่วมมือในโครงการนำผลงานวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปแก้ไขปัญหาผักตบชวาและสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในจังหวัดนครพนม ครอบคลุมพื้นที่ 855 ไร่ ซึ่งประสบปัญหาการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน เกิดปัญหาน้ำท่วม/เน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อการขนส่งคมนาคมทางน้ำและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โอกาสนี้ นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. นายสมเกียรติ ศิริตัน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พร้อมผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองหน่วยงานร่วมกิจกรรม ในวันที่ 1 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร Admin วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี ขอบเขตความร่วมมือของโครงการ มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์ในการกำจัด
เมื่อกลางปี 2562 มีการเก็บข้อมูลการระบาดทางน้ำของผักตบชวาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลำน้ำมากมายหลายสาย เป็นทั้งทางไหลผ่านของน้ำ และเป็นเส้นทางคมนาคม หรือแม้กระทั่ง ลำน้ำในจังหวัดต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบจากการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวา จากการสำรวจข้อมูลเชิงนิเวศ พบว่า ผักตบชวา มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก สะสมมวลชีวภาพได้สูงถึง 20 กรัม น้ำหนักแห้งต่อตารางเมตรต่อวัน โดยมีอัตราการเจริญเติบโตสัมพัทธ์สูงสุดเท่ากับ 1.50 เปอร์เซ็นต์ ต่อวัน ถ้าปล่อยให้เติบโตในแหล่งน้ำ หากจะคำนวณง่ายๆ พิจารณาจากลำต้นสด หนัก 500 กรัม ต่อตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเศษ พบว่า ผักตบชวา สามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ให้มวลชีวภาพสูงถึง 40,580 กรัม น้ำหนักสดต่อตารางเมตร และในระยะเวลา 1 ปี ผักตบชวาจะเจริญเติบโตให้มวลชีวภาพสูงอยู่ในช่วง 717 ตันน้ำหนักแห้งต่อไร่ โดยจะเติบโตสูงสุดในช่วงเดือนเมษายน และต่ำสุดในช่วงเดือนมกราคม การแผ่กอขยายเต็มลำน้ำของผักตบชวา จะลดการไหลของน้ำลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญส่วนต่างๆ ของผักตบชวาที่จมลงใต้น้ำ จะก่อให้เกิดอุปสรรคกับการระบายน้ำของฝาย ประตูระบาย และอื่นๆ ทำให้ทางเดินของ
