ผักตบชวา
ผักตบชวา เป็นวัชพืชน้ำที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถขยายพันธุ์โดยการแตกไหลกลายเป็นลำต้น ผักตบชวารวมกลุ่มกันแน่น แต่เมื่อโดนกระแสน้ำจะไหลขาดออกจากกัน กระจายตัวออกเป็นส่วนย่อยๆ ง่ายต่อการกระจายพันธุ์ไปในที่ต่างๆ และเพิ่มปริมาณจนหนาแน่นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำ กีดขวางทางไหลของน้ำ การขนส่งคมนาคมทางน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน ผักตบชวา ที่มีอายุ 1 เดือน จะมีความสูงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะให้น้ำหนักสด 10 ตัน ส่วนผักตบชวาที่อายุ 4 เดือน ความสูง 100 เซนติเมตร จะให้น้ำหนักสด 30 ตัน เนื่องจากผักตบชวาสด มีน้ำเป็นส่วนประกอบในตัวแล้ว ยังมีน้ำที่ติดมากับรากและใบผักตบชวากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การขุดลอกผักตบชวาจากแหล่งน้ำจำนวนมากๆ เพื่อขนส่งไปทิ้งจึงทำได้ยาก เพราะมีน้ำหนักมาก หากนำผักตบชวามากองบริเวณลำน้ำโดยขาดการบริหารจัดการที่ดี จะส่งกลิ่นเน่าเหม็นก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ผักตบชวา เป็นพืชที่มีระบบรากฝอยจำนวนมาก จึงดูดซับแร่ธาตุต่างๆ จากตะกอนในน้ำเก็บไว้ในส่วนลำต้นและราก เฉลี่ยมีปริมาณไนโตรเจนไม่น้อยกว่า 1% ฟอสฟอรัส 0.25% และโพแทสเซียม 4% ส่วนโลหะหนักในผักตบช
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วช. ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมา และนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวต้อนรับ ณ โรงเรียนวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้น จำนวน 145 คน วช. นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)นำนวัตกรรมจัดการวัชพืชและผักตบชวาร่วมโครงการจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ณ จังหวัดลพบุรี คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติได้มอบหมายให้ วช. ดำเนินการ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” และวช.ได้จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ครั้งที่ 4 ขึ้น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยมี พลตรี สุรเดช ประเคนรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและเป้าประสงค์ของกิจกรรมฯ พร้อมด้วยนายผดุงศักดิ์ หาญปรีชาสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวต้อนรับ ในการนี้ภาคพื้นที่ นายอนุชิต สังฆสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และพันเอก ณรงค์ จันทร์สืบสาย รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 13 ร่วมเป็นเกียรติ โดยมีผู้เข้าร่ว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบาย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ได้มอบหมายให้ วช. ดำเนินกิจกรรมร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสา 904 วปร. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการจัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” โดย วช. ได้คัดเลือกองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชและผักตบชวา ที่สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบตั้งแต่การนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน งานหัตถกรรม การใช้เพื่อการบำบัดน้ำ การใช้เพื่อผสมเป็นอาหารสัตว์ การนำมาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการนำมาทำเป็นวัสดุปรับปรุงดินและปุ๋ย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ดีและยั่งยืนที่สุด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไป
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 ซึ่งได้น้อมนำพระราชดำริพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีโครงการย่อยที่เกิดขึ้นรวม 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาลำน้ำ ลำคลองและคุณภาพชีวิตของชุมชนริมน้ำ, โครงการผลิตแผงโซล่าร์เซลล์เพื่อเป็นพลังงานทดแทนและสำหรับสำรองไฟกรณีฉุกเฉินให้แก่ประชาชน, โครงการผลิตเครื่องกำจัดมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และ PM 10 และการรับรองมาตรฐานสิ่งประดิษฐ์ภายใต้โครงการ, โครงการลดและคัดแยกขยะของชุมชน, โครงการนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน, โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรือกระแชงของพ่อค้า 2 ลำ ติดกอผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีนนานกว่า 5 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางออกจากจุดดังกล่าวได้ เหตุเกิดบริเวณหมู่ 8 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งในที่เกิดเหตุพบว่ามีผักตบชวาลอยหนาแน่นอยู่เต็มแม่น้ำท่าจีน ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยมีเรือของพ่อค้าขายดินปุ๋ย 1 ลำ และเรือของพ่อค้าไอศกรีม 1 ลำ จากการสอบถาม นายวินัย กุณฑล อายุ 71 ปี พ่อค้าขายดินปุ๋ย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาก จ.ราชบุรี กับนางนวรัตน์ ศรีวิไล อายุ 59 ปี ภรรยา โดยบรรทุกดินปุ๋ยมาส่งลูกค้าที่ตลาดดอนหวาย อ.สามพราน จ.นครปฐม มาถึงตั้งแต่ช่วง 10.00 น. ปรากฏว่าเรือติดอยู่ในกอผักตบชวา ขยับไปไหนไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เดินทางกลับบ้าน ปกติแล้วตนจะใช้เส้นทางในการสัญจรทางเรือเพราะประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ติดนานนอนในเรือถึง 3 วัน เพราะผักตบชวามันหนาแน่นจนไม่รู้จะไปเรียกร้องให้ใครช่วย ด้าน นายสกาด วุฒิวิรุฬ อายุ 65 ปี พ่อค้าไอศกรีม กล่าวว่า ตนใช้เส้นทางนี้ประจำเพราะต้องเดินทางไปบรรทุกน้ำแข็งเพื่อไปขายริมน้ำ วันนี้ผ่านมาเส้นทางนี้เพียงไม่กี่นาทีผักตบชวาลอยมาแน่นแม่น้ำเต็ม
นายมนัส กำเนิดมณี รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้สนองนโยบายของรัฐบาล โดยการนำผักตบชวาที่เป็นวัชพืชทางน้ำ ไปแปรรูปและใช้ประโยชน์สร้างรายได้และอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ อย่างในพื้นที่ตำบลศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมหาสวัสดี ได้นำผักตบชวามาแปรรูปทำดินพร้อมปลูกผสมผักตบชวา เพื่อส่งขายสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน สำหรับการนำผักตบชวาที่เก็บได้จากแม่น้ำหรือคลองต่างๆ มาใช้ในการทำดินพร้อมปลูกผสมผักตบชวาของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมหาสวัสดี นั้น จะเริ่มจากการรับซื้อผักตบชวาตากแห้งจากชาวบ้าน ที่นำผักตบชวาไปสับก่อนนำไปตากแดดเป็นเวลา 3 วัน ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้นนำผักตบชวาตากแห้งมาผสมกับกาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ และดินบดละเอียด ในอัตราส่วนที่เท่ากัน เช่น ถ้าใช้กระป๋องตวง ก็ให้ใช้ส่วนผสมอย่างละ 1 กระป๋อง เท่ากัน ได้เป็นดินพร้อมปลูกผสมผักตบชวาที่เหมาะแก่การปลูกพืชได้ทุกชนิด ก่อนบรรจุใส่ถุงจำหน่าย ส่งขายให้กับห้างสรรพสินค้าทั่วไป ในราคาถุงละ 10 บาท หักเข้ากลุ่มฯ 1 บาท เป็นค่าตอบแทนคนทำ ถุงละ 2 บาท ชาวบ้านที่ทำผักตบมา
ใช้เวลากันมายาวนานแล้วสำหรับการรณรงค์เพื่อหยุดการแพร่ขยายของผักตบชวา ซึ่งจัดว่าเป็นพืชที่สามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตปกคลุมพื้นที่ผิวน้ำได้อย่างรวดเร็ว ความหนาแน่นของผักตบชวาในแม่น้ำลำคลองและบึงต่างๆ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ขัดขวางการสัญจรทางน้ำ ปิดกั้นทางระบายน้ำของคลองระบายน้ำและเขื่อนต่างๆ ทำให้น้ำเสียและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา ประชาชนไม่สามารถใช้น้ำอุปโภคบริโภคได้ แม่น้ำลำคลองจะตื้นเขินเร็วขึ้นและยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำ อันเป็นพาหะของพยาธิหรือเชื้อโรคด้วย จนดูเหมือนเจ้าผักตบชวาจะกลายเป็นผู้ร้ายเสียแล้ว คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีงานวิจัยออกเผยแพร่พร้อมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนบ้านผักตบชวา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปผลิตเป็นสิ่งของหลายอย่างสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางคณะยังต่อยอดงานวิจัยนำไปผลิตเป็นกระดาษใช้ในหลายกิจกรรม หรืองานวิจัยที่ฮอตอยู่ขณะนี้คือการนำผักตบชวามาผลิตเป็นผ้าเพื่อใช้บุฉากกั้นห้อง ทำเป็นผ้าม่าน หรือผลงานที่ได้รับรางวัลมาหมาด หมาดคือนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสวมใ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 มีนาคม นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สนธิกำลังทั้งฝ่ายปกครองท้องถิ่น ทหาร และประชาชน เดินหน้าแผนปฏิบัติการเร่งด่วน เพื่อกำจัดผักตบชวาแบบล้างบางให้สิ้นซากไปจากแม่น้ำลำคลอง โดยนำร่องที่แม่น้ำเจ้าพระยา ตรงท่าน้ำหน้าพระราชวังบางปะอิน เขตตำบลบ้านเลน อ.บางปะอิน เพื่อสนองตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการกำจัดผักตบชวาอย่างจริงจัง ด้วยผักตบชวามีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เฉลี่ยจาก 1 ต้นเป็น 2,500 ต้น ภายในเวลา 1 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอบางปะอิน เปิดเผยว่า กำหนดการทำงานไว้ 3 ขั้นตอน คือ 1.ให้ท้องถิ่นใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ลงตักและจัดเก็บผักตบชวาขึ้นจากแม่น้ำลำคลองขนาดใหญ่กว่า 30 แห่งใน 18 ตำบลของอำเภอให้หมด 2.มีการวางทุ่นปากคลองและท้ายคลอง รวมถึงเขตรอยต่อของตำบลและหมู่บ้าน เพื่อป้องกันผักตบชวาไหลตามน้ำไปมา และให้แต่ละหมู่บ้านช่วยกันเก็บที่ยังตกค้างในพื้นที่ และ 3.ให้ทุกหมู่บ้านรณรงค์ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอบางปะอินเสนอให้ท้องถิ่นและหมู่บ้านต่างๆ นำเรือที่เคยแจก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ชัยนาทมีผักตบชวาปริมาณกว่า 50,000 ตัน ที่ไหลมาตามน้ำ เกิดการกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายาวหลายกิโลเมตร และส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากด้วย โดยจากการนำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินตรวจสอบเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงตัวเมืองชัยนาทเริ่มตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท ล่องใต้ไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนน 340 พบว่ามีผักตบชวาปริมาณกว่า 50,000 ตัน ได้ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาหลังจากมีฝนตกทางเหนือเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผักตบดังกล่าวได้มาติดสะสมเป็นแพยาวหลายกิโลเมตร ตั้งแต่พื้นที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท ยาวไปจนถึงบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท ซึ่งจากปริมาณผักตบจำนวนมากได้เกาะกลุ่มเป็นแพแน่น ทำให้ส่งผลกระทบกับแพข้ามฟากที่เดินเรือจากฝั่ง ตลาดเทศบาลเมืองชัยนาท ไปยังฝั่ง ต.ท่าชัย ทั้งนี้การเข้าออกท่าเทียบเรือทำได้ยากลำบากมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการเรือข้ามฟากต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเรือมาต่อกันเป็นสะพานยื่นลงไปในแม่น้ำ เพื่อลดระยะการเข้าเทียบท่าของเรือซึ่งหากเข้าเทียบท่าตามปกติจะเสียเวลาเพิ่มอีกกว่า 10 นาที แต่วิธีการดังกล่าวก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะในการเข้าออก
