ผักปลอดสารพิษ
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นคนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปี เนื่องจากนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมใช้รูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมถึงการทำตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดียควบคู่กับการขายทั่วไป คุณกาญจนา ลากุล เจ้าของ นโม ฟาร์ม (Namo Farm) ซึ่งตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 8 บ้านคำตานา ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีกรายที่หันมาเอาดีในการทำเกษตร โดยเริ่มทำเมื่อปี 2556 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดกิจการร้านขายอาหารสัตว์และขายปุ๋ย เมื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ในปี 2556 เธอจึงได้ใช้วิชาบริหารธุรกิจ ในระดับ ปวส. ที่ร่ำเรียนมาใช้ในเรื่องการตลาด รวมถึงความรู้ที่ได้จากการเรียนระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ขอนแก่น พร้อมกันนั้นยังได้รวบรวมเกษตรกรในพื้นที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษ บ้าน คำตานา มีสมาชิก 10 ครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนฯ แหล่งศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ วันนี้ใช่แต่พืชผักผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นโม ฟาร์ม” จะขายดีแล้ว คุณ
ความพยายาม ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้การประกอบอาชีพประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับ คุณพรรณี พยุงกุลอนันต์ หรือ พี่สาว เกษตรกรเจ้าของกิจการปลูกผักกระถาง ในตำบลวังมะปรางเหนือ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง พี่สาว เล่าว่า ก่อนหน้านี้เกือบ 10 ปี พี่สาวประกอบอาชีพทำสวนยางพารา แต่ด้วยภาวะราคายางพาราที่ไม่แน่นอนประกอบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงคิดหาแนวทางประกอบอาชีพเสริมเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยการหันมาปลูกผักเพื่อบริโภคและจำหน่ายแก่คนทั่วไป ในระยะแรก พี่สาวได้เริ่มปลูกกะหล่ำปลี มะกรูด สะระแหน่ โหระพา พริกชี้ฟ้า และมะเขือ โดยยึดวิธีการปลูกที่ไม่ใช้สารเคมี ส่งผลให้พืชผักได้รับความเสียหายจากการเข้าทำลายของโรคและศัตรูพืช สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ จึงเข้ามาให้คำแนะนำการผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย บาซิลัส ทูริงเยนซิส หรือ บีที ช่วยกำจัดหนอนในแปลงผัก รวมทั้งการส่งเสริมให้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ การปลูกผักด้วยวิธีนี้ทำให้มีความปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ทำให้ผลิตมีคุณ
ดินเค็ม หมายถึงดินที่มีปริมาณเกลืออยู่ในดินมากเกินไป จนมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช มีค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายที่สกัดจากดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำมากกว่า 2 เดซิซีเมนต่อเมตร (dS/m) พบว่า ในประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นดินเค็ม ประมาณ 14.9 ล้านไร่ ดินประภทนี้นั้นทำให้พืชที่ปลูกได้รับความเสียหาย เนื่องจากการขาดน้ำ เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหาร มีการสะสมของโซเดียมและคลอไรด์ที่เป็นพิษในพืชมากเกินไป ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและมีการสูญเสียอินทรียวัตถุสูง เนื่องจากมีพืชน้อยชนิดมากที่สามารถขึ้นได้ ทำให้ไม่มีเศษซากพืชที่จะสลายตัวให้อินทรียวัตถุ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ถูกทิ้งร้าง ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรไม่ได้ มีน้ำใต้ดินเค็มอยู่ใกล้ผิวดิน พบวัชพืชทนเค็ม เช่น หนามพุงดอ และหนามพรม เป็นต้น นางระเบียบ สละ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองนาววัว ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีที่นากว่า 60 ไร่ ประสบปัญหาปลูกข้าวไม่ได้ผล เนื่องจากผืนนามีแต่คราบเกลือขึ้น ประสบปัญหาดินเค็มอย่างมาก จึงยึดอาชีพต้มเกลือขายถ้วยละ 50 สตางค์ เพราะไม่สามารถปลูกพืชอะไรได้เลย จนต้องจำใจขายที่ดินให้กับนายทุนไร่ละ 1,500 บาท
” ผักเคล คือผักที่แวดวงคนรักสุขภาพยกให้เป็น ‘Superfood’ สุดยอดผักเพื่อสุขภาพ หรือ “The queen of green” ราชินีแห่งผักใบเขียว “ ที่มาของ สวนเปนูเอล (Penuel) สวนเปนูเอล (Penuel) เป็นสวนผักออร์แกนิกของ คุณขวัญหล้า เนื่องจำนงค์ ที่บ้านเลขที่ 200 หมู่ที่ 13 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ก่อนจะมาเป็นสวนเปนูเอลออร์แกนิก คุณขวัญหล้า เล่าว่า ตอนแรกเราเปิดเป็นร้านอาหารแต่พอเศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนการจ้างกุ๊กทำอาหารจึงยากมากขึ้น เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาทำบ้านให้กลายเป็น Home Stay เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อน แต่หลังจากที่เวลาผ่านไป เริ่มมีคนทำ Home Stay จำนวนมากขึ้นจึงทำให้รายได้ของเราลดลง เลยหันมาลองปลูกผัก เนื่องจากสามีเป็นปลัดอำเภอ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปดูชาวบ้านปลูกพืชผักจึงซึมซับแล้วนำมาประยุกต์ลองปลูกผักรับประทานเองในครอบครัว จากที่ปลูกผักเพื่อเอาไว้รับประทานกันเองในครอบครัวจนเริ่มสนุกกับการปลูกผัก จำนวนผลผลิตผักเยอะขึ้นจึงเริ่มขาย ขยายไปจนถึงการส่งผักขายที่ตลาด คุณขวัญหล้า กล่าวว่า เราลองผิดลองถูก ศึกษาวางแผนวิธีการปลูกผักมาหลายปี ช่วงแรกๆ ขาดทุนจนรู้สึกท้อ แต่เราแน่วแน่ ตั
กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ เข้มแข็ง เกิดจากการร่วมมือกันของสมาชิกในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการปลูกผักปลอดภัยโดยผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกรมวิชาการเกษตร สำหรับกลุ่มแปลงใหญ่ผัก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้การนำของ นายอนิวรรตน์ พาน้อย เป็นประธานกลุ่มฯ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 และได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีในการผลิต อาทิ โรงคัดกรองแสง รถไถโรตารี่ เครื่องตัดหญ้า ปั๊มแรงดันสูงติดเครื่องยนต์เบนซิน ระบบน้ำแบบตั้งเวลาเปิด-ปิด อัตโนมัติ ปัจจุบันกลุ่มมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งกลุ่มแปลงใหญ่รวม 42 ไร่ (ปลูกเฉลี่ย 0.82 ไร่ต่อครัวเรือน) ซึ่งเกษตรกรจะใช้วิธีการปลูกผักแบบปลอดภัย และสลับหมุนเวียนแต่ละชนิด โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่เหมาะสมในการเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพสูง โดยมีผักที่ปลูกรวมกว่า 22 ชนิด ได้แก่ ผั
“ชนะอะไรไม่เท่าชนะใจตัวเอง” นี่คือจุดเริ่มต้นของ ธนวัฒน์ ว่องไวตระการ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ที่พลิกฟื้นผืนดินจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งต้องฟันฝ่าอุปสรรคและใช้เวลามากกว่า 2 ปี ในการสร้างแปลงผักออร์แกนิกที่ได้มาตรฐานส่งถึงมือผู้บริโภคผ่านสาขาต่างๆ ของแม็คโคร “ครอบครัวผมเป็นเกษตรกรชาวไร่ที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง เมื่อเรียนจบออกมา จึงมองหาช่องทางที่จะปลูกพืชผักชนิดอื่น เพื่อหารายได้หมุนเวียนเข้ามาเสริม” ธนวัฒน์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักเสริมรายได้จากการทำไร่อ้อยและมันสำปะหลัง พลิกชีวิตสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ ช่วงแรกเขาลองผิดลองถูกกับการปลูกผักหลายชนิดที่ต้องใช้สารเคมี เพราะให้ผลตอบแทนดี ตามคำบอกเล่าที่ว่า…จะทำให้มีรายได้ มีโอกาสรวยเหมือนถูกหวย…ซึ่งเมื่อลงมือทำ สิ่งที่เขาต้องเจอหลังจากนั้น ทำให้ธนวัฒน์เปลี่ยนแนวคิดในการทำเกษตรไปอย่างสิ้นเชิง “การเริ่มต้นปลูกผักของเรา ยอมรับว่าใช้สารเคมีเยอะมาก จนตัวผมเองได้รับผลกระทบจากการฉีดพ่น ทำให้แสบและคันไปทั้งตัว
เพราะมันคือชีวิต ชีวิตนี้เป็นของเรา ออกแบบชีวิตเราได้เอง ให้กำลังใจตัวเอง มองโลกให้กว้างๆ แล้วเราจะมีความสุขและโชคดีกว่าคนอื่น เมื่อชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า อาจจะช้าบ้างหรือเร็วบ้างไม่มีปัญหา เนื่องจากโลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้ มีของขวัญที่มอบให้กับทุกคนอยู่ 2 อย่าง คือเวลากับความยุติธรรม จะสามารถมีและได้เท่ากันหมด เวลากับการเปลี่ยนแปลงจะเดินคู่พร้อมกันไปเสมอ ความเปลี่ยนแปลงจะสามารถให้เราสามารถเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน พร้อมขยายทำให้มีพื้นที่ของชีวิตในการก้าวเดินได้มากเพิ่มขึ้น ปัจจุบันคือเวลาที่ดีที่สุด สวัสดีครับแฟนๆ ขอต้อนรับด้วยคำว่าสวัสดีและขอบพระคุณอย่างมากมายจากเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องแรก ทุกเรื่องราวจากคอลัมน์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำ มีการส่งเสียงไปให้แรงใจ โทร. 081-846-0652 หรือทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือไอดีไลน์ Janyos กันอย่างต่อเนื่อง ต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งที่ให้แรงใจกันอย่างสม่ำเสมอ ปักษ์นี้ขอนำเสนอแฟนๆ ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจมากครับ เนื่องจากที่นี่ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เกษตรกรป
งานอาชีพทางการเกษตรเป็นอีกหนึ่งงานที่มีผู้คนหลากหลายอาชีพให้ความสนใจ โดยสาเหตุที่มาเริ่มสนใจการเกษตรเกิดจากความรัก หรือชอบทานพืชผักนั้นๆ จึงได้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะศึกษาอย่างจริงจัง ส่งผลให้จากที่ไม่รู้เรื่องการปลูกการผลิตพืชชนิดนั้นเลย เมื่อลงมือทำแล้วยิ่งมีประสบการณ์ เกิดความสนุก และสิ่งที่ตามมาคือเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่าย ทำให้เกิดเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ไม่น้อยทีเดียว คุณปรมพร สีเหนี่ยง หรือ คุณแจง ทำสวนผักเกษตรอินทรีย์ อยู่บ้านเลขที่ 190/155 หมู่บ้านราณี หมู่ที่ 3 ซอยสวนสยาม 16 แยก 3 ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ มาทำสวนผักเกษตรอินทรีย์ในแบบที่เธอชอบ โดยใช้พื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างเป็นสวนเกษตรในแบบของเธอ ทำให้ในทุกวันหลังเลิกงานและวันหยุด เธอได้มาใช้เวลาให้มีความสุขในสวนเกษตรอินทรีย์ที่เธอรัก ชอบทานผักปลอดสารพิษ จึงคิดทำเกษตรอินทรีย์ คุณแจง เล่าให้ฟังว่า เธอเป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจในเรื่องของสุขภาพอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยแต่ละวันในมื้ออาหารของเธอจะต้องมีผักร่วมอยู่ด้วยเสมอ รวมทั้งมีการปั่นน้ำผักผลไม้ดื่มอยู่เป็นประจำ ซึ่งการนำพืชผักเหล่านี้มาบริโภคนั้นจะ
ความก้าวหน้าทางการสื่อสาร โดยเฉพาะมือถือแบบสมาร์ทโฟนช่วยยกระดับความสำคัญของภาคเกษตรกรรมให้มีความทันสมัย รวดเร็ว แม่นยำชนิดพลิกมิติในวงการเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นตรงที่คนหนุ่ม-สาว ทุกสาขาอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ต่างนำมาใช้ประโยชน์ทำเกษตรกรรมในสาขาต่างๆ กันเพิ่มมาก อย่างหนุ่มชาวกรุงที่กำลังกล่าวถึงรายนี้ ร่ำเรียนมาทางสายการตลาด เบื่อวิถีชีวิตในเมืองหลวง เบื่ออาชีพลูกจ้าง เลยหันมาเอาดีทางปลูกผักอินทรีย์ส่งขายที่ปากช่องจนมีรายได้ดี แถมยังค้นพบว่าการทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นความสุขที่แท้จริง แล้วยังทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงด้วย คุณมนัส รัตนพันธุ์ หรือ คุณโจ้ พักอยู่เลขที่ 98 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ความจริงคุณโจ้ไม่ใช่คนโคราช แต่เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบทางการตลาดแล้วทำงานเป็นเซลล์มานานกว่า 10 ปี รู้สึกอิ่มกับอาชีพพนักงานขายที่ต้องเดินทางตระเวนไปหลายจังหวัดจึงลาออก พร้อมกับตั้งเป้าจะหาอาชีพใหม่เป็นของตัวเอง กระทั่งได้มาพบกับเพื่อนที่ทำอาชีพปลูกผักออร์แกนิกส่งขายตลาดหลายแห่งอยู่ที่ปากช่อง แล้วกำลังต้องการผักปลอดสารส่งขายอีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมองว่าไ
ช่วงที่เชื้อโควิดได้แพร่ไปทั่วประเทศรอบที่สอง เป็นเรื่องที่น่ากลัว สมัยหลายปีก่อนเรากลัวโรคเอดส์ แต่นั่นไม่ได้มีผลในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะเอดส์เป็นโรคที่เราต้องเข้าไปหามันถึงจะมีโอกาสติด แต่เชื้อโควิดติดได้แค่สัมผัส หรือลมหายใจ เราไม่มีโอกาสรู้ ไม่มีโอกาสระวังตัว นอกจากป้องกันโดยใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น หรือสิ่งของที่ถูกคนทั่วไปจับต้อง การดำรงชีวิตในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป กิจการร้านขายอาหารก็ลำบากขึ้น มีการแนะนำให้ทำอาหารกินเองในบ้าน และแนะนำให้ปลูกผักกินเอง เพราะเราต้องกักตัวอยู่ในบ้านระยะหนึ่ง การปลูกผักเป็นการฆ่าเวลาที่ดีและเป็นการผ่อนคลาย นอกจากนี้ ยังมีผักมาทำอาหารกินอีก ผักสลัดเป็นผักที่ปลูกได้ทุกฤดูและปลูกได้ทุกภาคในประเทศไทย สมัยก่อนเข้าใจผิดกันว่าผักสลัดสามารถปลูกได้เฉพาะในพื้นที่เขตภาคเหนือ แต่ความจริงผักสลัดสามารถปลูกได้ในทุกภาค ปัจจุบัน ผักสลัดจึงมีการปลูกกันในแทบทุกพื้นที่ กลายเป็นผักที่หารับประทานกันได้ง่าย จากเมื่อก่อนที่ผักชนิดนี้มีวางจำหน่ายเฉพาะในห้าง หรือร้านผักที่ขายผักราคาแพง ในวันนี้พบว่าตามตลาดสดหรือตลาดนัดชุมชนตามต่างจังหวัดมีผักสลั
