ผักปลอดสารพิษ
ชมรมเกษตรฯ ปรับยุทธศาสตร์ตลาดรับปีไก่ทอง ดันแบรนด์ 5 เสือจุลินทรีย์ รับดีลเลอร์ปลอดสารพิษทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดโต 30% ภาพรวมตลาดปลอดสารพิษยังมาแรง ชมรมเกษตรฯเปิดรับดีลเลอร์ทั่วประเทศ พร้อมผุดแปลงสาธิตเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ 5 เสือจุลินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นในสินค้า ปั้นแบรนด์ให้เข้มแข็งครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค นายมนตรี บุญจรัส ประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ภายใต้บริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาภาพรวมของชมรมเกษตรฯอยู่ในเกณฑ์ดี โตขึ้นจากเดิมประมาณ 10 % ปัจจัยหลักมาจากก้าวสำคัญที่ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ชีวภาพปราบโรคแมลงศัตรูพืช หรือ 5 เสือจุลินทรีย์ชีวภาพของไทย ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร รวมถึงผ่านการทดสอบความเป็นพิษ (LD50) ว่าไม่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม พร้อมมาตรฐานการผลิต (QC) ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกล็อต ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ให้เป็นที่ยอมรับในเรื่องความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิดอาหารปลอดภัยจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งทางชมรมฯได้เล็งเห็นปัญหาเหล่านี้มานาน ในปีนี้จึงได้ปรับยุทธศาสตร์ทางการตลาดเชิงรุกครั้งให
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงแซงโค้งกันเลยทีเดียว ผู้รักสุขภาพทั้งหลายก็จะหาเวลาให้กับตัวเอง ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อออกกำลังกาย เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง แม้แต่ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผู้รักสุขภาพใส่ใจด้วยไม่แพ้กัน จะเห็นได้จากการบริโภคข้าวอินทรีย์ หรือแม้แต่การกินผักออร์แกนิกต่างๆ ที่ปลูกโดยไม่มีเรื่องของการใช้สารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดินตลอดจนการเก็บเกี่ยว ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามการปลูกแบบระบบอินทรีย์เท่านั้น โดยจะเห็นผักอินทรีย์เหล่านี้มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น คุณณรงค์ชัย ปาระโกน ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติดอกคำ อยู่ที่ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า เกษตรกรในแถบนี้ได้มีการทำเกษตรแบบอินทรีย์มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นแบบเกษตรที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกผัก ตลอดจนถึงการปลูกข้าวอินทรีย์และแปรรูปส่งจำหน่ายทำการตลาดเอง “ผมเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ ปี 2538 เราก็ใช้การผลิตแบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ (มอน.) ต่อมาเมื่อมีมาตรฐาน พีจีเอส ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศเข้ามา ทางสมาชิกภายใน
สวนผักปลอดสารพิษที่สนามเซาท์ลอน ในทำเนียบขาว เป็นหนึ่งในความริเริ่มของ “มิเชล โอบามา” ที่ลงมือลงแรงปลูกผัก รดน้ำ พรวนดินด้วยตัวเอง เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในทำเนียบขาวในฐานะ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ เมื่อปี 2009 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นตัวอย่างของการส่งเสริมการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยผักสวนครัวที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งนอกจากจะให้ครัวทำเนียบขาวปรุงมาเป็นอาหารเสิร์ฟครอบครัวหมายเลข 1 แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็นำไปมอบให้องค์การธนาคารอาหารเพื่อแบ่งปันให้ผู้อื่นต่อ ความริเริ่มนี้ยังนำไปสู่โครงการดีๆ อีกหลายโครงการของมิเชล เช่น Let’s Move ที่เป็นโครงการส่งเสริมอาหารกลางวันในโรงเรียนให้มีคุณค่าทางโภชนาการ การผลักดันให้สภาคองเกรสสหรัฐผ่านรัฐบัญญัติ”เพื่อสุขภาพ,เด็กปลอดจากความหิวโหย” ในปี 2010 และมิเชลยังช่วยจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลไร “พาร์ทเนอร์ชิป ฟอร์ เฮลธิเออร์ อเมริกา” (พีเอชเอ) ที่มุ่งทำงานส่งเสริมให้บริษัทผู้ผลิตอาหารยกระดับคุณภาพสินค้าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้ติดป้ายฉลากสินค้าที่บ่งบอกถึงคุณค่าสารอาหารของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้อย่างชัดเจน แต่การจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงของประ
วันที่ 6 ธันวาคม 2559 หน้าหนาวชาวบ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ หันมาปลูกผักปลอดสารพิษขายสร้างรายได้ โดยใช้พื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขงปลูกผักเป็นขั้นบันไดเพาะปลูกผักหลากหลายชนิดล้วนเป็นผักปลอดสารพิษเป็นที่นิยมของตลาด ขายได้ราคาดี โดยนางบัวศรี หัตดา อายุ 75 ปี หนึ่งในผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ชาวบ้านก็อาศัยพื้นดินริมตลิ่งทำแปลงปลูกผักแบบขั้นบันได ยิ่งแม่น้ำโขงลดลงมากก็จะมีพื้นที่ปลูกผักมากขึ้น อีกทั้งดินที่มีน้ำท่วมถึงจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชผักไหลมากับน้ำ เมื่อน้ำโขงลดลงสารอาหารเหล่านั้นก็ตกตะกอนทับถมกับพื้นดินริมแม่น้ำโขงจึงเหมาะกับการเพาะปลูก ผักที่ปลูกเป็นผักปลอดสารพิษโดยไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด ปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรผลิตขึ้นมาใช้เอง รวมทั้งใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ “ผลผลิตที่ออกมาก็นำไปขายที่ตลาดสดและตามตลาดนัด นอกจากนี้ยังมีชาวลาวที่รักสุขภาพมาสั่งซื้อเป็นประจำ ช่วงนี้เป็นช่วงปลูกผักใหม่จึงมีผักปลอดสารพิษออกสู่ตลาดน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ผักที่ปลูกก็ทั้งผักคะน้า ต้นหอม พริก กะหล่ำปลี ผักกาดหอม ส่วนราคาขายส่งคะน้าก
ที่ โรงเรียนบ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เด็กนักเรียนช่วยกันเก็บพืชผักสวนครัวที่ปลูก เพื่อนำไปประกอบอาหารกลางวัน ตามโครงการ ส่งเสริมการบริโภคผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพในโรงเรียนบ้านคะปวง ซึ่งทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนโรงเรียนบ้านคะปวงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องความสำคัญของการบริโภคผักและผลไม้ การปลูกพืชผักสวนครัว การลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปประกอบอาหารกลางวันและสร้างรายได้ให้กับนักเรียน จากรั้วโรงเรียนสู่ครอบครัว โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5-6 ซึ่งเป็นแกนนำในการร่วมกันปลูกพืชผักปลอดสารพิษ อาทิเช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักชี ถั่วฝักยาว ผลไม้ อาทิเช่น แก้วมังกร สับปะรด เป็นต้น ซึ่งเด็กแต่ละคนจะจับคู่กันในการเริ่มการทำแปลงเพาะปลูก การว่าน การปลูก และ การดูแลผลผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้กับโรงเรียนเพื่อเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน นายจ
