พืชน้ำน้อย
ชาวอำเภอเนินมะปราง หันมาปลูกพืชผักสวนครัวขายแทนการทำนา โดยเฉพาะข่า ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตา เพราะเป็นพืชเครื่องเทศที่มีความนิยมสูงในการนำมาเป็นส่วนประกอบในหลากหลายเมนูอาหาร อีกทั้งเป็นพืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อย ต้านทานโรคทางวัชพืชได้ดี ปลูกและดูแลง่าย สรรพคุณมากมายและตลาดมีความต้องการสูง นางมัธวรรณ แสนลาด หรือป้าน้อย อยู่บ้านเลขที่ 98/1 ม.1 ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีอาชีพทำนา จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จึงได้คิดหาอาชีพใหม่ด้วยการเริ่มต้นปลูกข่าในพื้นที่ 1 ไร่ ผลปรากฏว่ารายได้จากการปลูกข่าอ่อนขาย สามารถทำรายได้ดีกว่าการทำนาและมีการดูแลรักษาน้อยกว่า จึงยึดเป็นอาชีพหลักสำหรับครอบครัว ปัจจุบัน ป้าน้อย ได้ขยายพื้นที่ปลูกข่าในพื้นที่ 6 ไร่ สภาพดินที่เหมาะต่อการปลูกข่ามากที่สุดควรเป็นดินร่วนปนทรายและจะต้องไม่มีน้ำท่วมขัง การเตรียมดินมีการไถดะ, ไถแปร และพรวนชักร่องเหมือนกับการปลูกอ้อย ระยะปลูกที่นิยมคือ 80×80 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 2,500 หลุม ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกจะใช้เหง้าอ่อนหรือเหง้าแก่ก็ได้ โดยข่าที่ปลูกไปแล้วจะเริ่มขุดขายเมื่อมีอายุตั้งแต่ 8 เดือน และจะทยอยขุดขายไปเรื่อย
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 นายเกษม รักสุจริต เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ และปล่อยทิ้งไว้เพื่อรอฤดูกาลทำนาครั้งถัดไป โดยก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยว หน่วยงานในสังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชระยะสั้นที่ใช้น้ำน้อย ได้ผลผลิตเร็ว รวมถึงเป็นที่ต้องการของตลาดให้แก่เกษตรเพื่อที่จะได้มีรายได้และมีอาชีพเสริมให้กับตนเองและครอบครัว ภายใต้โครงการผักอินทรีย์ ที่เน้นให้เกษตรกรปลูกผักแบบปลอดภัย ลดการใช้สารเคมีทุกชนิด หันมาใช้สารชีวภัณฑ์และน้ำหมักชีวภาพแทน ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเป็นการรักษาสุขภาพของตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคด้วย นายเกษมกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามผลและให้ความรู้เพิ่มเติมแก่กลุ่มเกษตรกรบ้านหนองบาท้าว หมู่ที่ 2 ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม ซึ่งถือเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการแปลงเกษตรของตนเอง ทั้งยังมีการต่อยอดพัฒนา ขยายผลสู่เพื่อนเกษตรกรด้วยกัน และมีการรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการผลิตที่เป็นเกษตรแปลงใหญ่มากยิ่ง
