ภัยแล้ง
วันที่ 9 ก.พ. 60 ภัยแล้งเริ่มลุกลามพบว่าชาวนาในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ได้รวมกลุ่มกันตั้งเครื่องสูบน้ำร่วม10เครื่องสูบน้ำจากคลองชลประทานสู่คลอง ส่งน้ำ 11 ซ้ายชัยนาท-อยุธยา เพื่อส่งน้ำไปตามลำคลองระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวในพื้นที่นาหมู่ 2ตำบลจระเข้ร้อง ด้านนางบุญสม นิลประดิษฐ์ อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ 6 ตำบลจระเข้ร้อง กล่าวว่า ตนเองทำนาจำนวน 25 ไร่ ในช่วงนี้ข้างเริ่มตั้งท้องและน้ำในคลองชลประทานเริ่มแห้งต่ำกว่าคลอง ส่งน้ำ 11 ซ้ายชัยนาท-อยุธยา จำต้องตังเครื่องสูบน้ำไปยังเพื่อที่เพื่อให้ได้การเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้านแม่น้ำน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดอ่างทองลดลงอย่างต่อเนื่องพบเห็นสันดอนทรายชัดเจน โดยที่บริเวณกลางแม่นำเจ้าพระยาช่วง ตำบลไชยภูมิ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง มองเห็น สันดอนกลางแม่น้ำโผล่ชัดเจนมองเห็นเด่นชัดหลายแห่งส่วนเหล็กรอที่ใช้ปักชะลอน้ำกลางแม่น้ำเจ้าพระยา มีโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำมองเห็นเป็นทิวแถวได้อย่างชัดเจน ส่วนคลองชลประทานหลายแห่ง พบว่ามีน้ำแห้งขอดคลอง ล่าสุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ร
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่ามี เกษตรกรชาวนา และชาวสวนในพื้นที่ตำบลทุ่งน้อย และตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กว่า 100คน ได้รวมตัวทำการปิดลำคลองชลประทาน ซี 40 และซี 59 บริเวณประตูน้ำ หมู่ที่ 6 ตำบลท่าบัว และบริเวณประตูน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลทุ้งน้อย อำเภอโพทะเล หลังจากได้รับความเดือดร้อนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐี ทำการส่งน้ำมาให้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม2559 ตามแผนจัดการส่งน้ำที่ทำประชาคมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว แต่จนถึงปัจจุบันน้ำที่ส่งตรงมาจากเขื่อนนเรศวร ยังส่งไปไม่ถึงปลายลำคลองซี 40 และซี 59 ในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากลำคลองมีวัชพืชขึ้นปกคลุมขวางทางน้ำตลอดลำคลอง อีกทั้งประตูน้ำแยกลำคลองจาก ซี 40 แยกไป ซี 59 บานประตูสูงกว่าลำคลองมาก ทำให้เกษตรกรที่ใช้น้ำคลองซี 59ไม่ได้ใช้น้ำ ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้เกษตรกรชาวนา และชาวสวน ที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานดังกล่าวรวมกว่า 3-4 หมื่นไร่เดือดร้อนหนัก เนื่องจากไม่ได้รับน้ำตามที่ประชุมจัดแผนบริหารจัดการส่งน้ำให้กับกลุ่มผู้ใช้น้ำ ซึ่งขณะนี้ทำให้นาข้าวที่ปลูกตามอัตราส่วนที่รัฐบาลให้ทำ 33 เปอร์เซ
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ จ.ชัยนาท ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมืองชัยนาท และ อ.มโนรมย์แจ้งว่าคลองส่งน้ำท่าอู่กำลังแห้งลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มมีความกังวลว่าจะต้องประสบปัญหาภัยแล้ง นาข้าวที่ไถดินไว้ต้องชะลอการเพาะปลูกไว้ชั่วคราว ชาวบ้านในพื้นที่ ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ และ ต.เสื้อโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้แจ้งกับทีมข่าวว่ากำลังเริ่มวิตกกังวลกับสถานการณ์น้ำในคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำหลักที่ชาวนาในพื้นที่รับน้ำจากโครงการส่งน้ำมโนรมย์ ที่ในปัจจุบันคลองอู่ตะเภากำลังแห้งลงอย่างต่อเนื่อง จนระดับน้ำเหลือต่ำในบางจุดมีน้ำไหลเลี้ยงคลองสูงไม่ถึง 10 เซนติเมตร หลายจุดเหลือน้ำติดคลองเป็นแอ่งเล็กๆ ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีความกังวลใจว่าอาจจะได้รับความลำบากจากสภาวะภัยแล้ง ส่วนชาวนาบางส่วนที่ไถดินเพื่อเตรียมการเพาะปลูก ก็ต้องชะลอการเพาะปลูกไว้ก่อนเพราะน้ำในคลองเหลือน้อย และอาจจะไม่เพียงพอที่จะปลูกข้าวหรือพืชอื่นๆ โดยชาวนาหลายรายบอกว่าคงต้องรอความชัดเจนจากโครงการชลประทานว่าจะส่งน้ำเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่ โดยบางรายเตรียมที่จะปลูกพืชทดแทนตามนโยบายของภาครัฐ แต่ก็ไม่มั่นใจกับน้ำที่มีอยู่จึงอยากขอความชัดเจนจากหน่วยง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรส่อเค้าวิกฤติกว่าทุกปี สาเหตุเนื่องมาจากระดับน้ำแม่น้ำยม โดยเฉพาะ บ้าน จระเข้ผอม บ้าน ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่อยู่บริเวณหลังเขื่อนยาง ระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเห็นหาดทราย ส่วนที่ยังพอมีน้ำอยู่บ้าง เป็นร่องเพียงน้ำไหลคล้ายลำธารขนาดเล็ก ส่อเค้าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะรุนแรง เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำที่ไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กักเก็บน้ำไว้ปริมาณมากได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดน้ำเป็นประจำทุกปี ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า แม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร มักจะเกิดการขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี โดยในปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้งยาวนานกว่า 7 เดือน ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับการทำเกษตร ระบบประปาหมู่บ้าน และระบบนิเวศ พันธุ์สัตว์น้ำได้รับผลกระทบ สถานการณ์ในปีนี้ที่แล้งตั้งแต่ต้นปี จึงเป็นสิ่งที่ส่อเค้าว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา ทางด้าน นางแจ้ว อินทรสูร ชาวนาหมู่ 8 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาในเขตตำบลรัง
ปีที่ผ่านมาคาบเกี่ยวมาถึงปีนี้ เกิดสภาวะแห้งแล้งค่อนข้างรุนแรง บางช่วงลมพัดจัด ส่งผลให้การผสมเกสรของทุเรียนที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ไม่สมบูรณ์ แม้แต่ในสภาพธรรมชาติก็ตาม ทุเรียนเป็นพืชมีการผสมเกสรในเวลาเย็นถึงพลบค่ำ เพื่อหลบหลีกช่วงแสงแดดจ้า อากาศร้อน ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสมบูรณ์ของละอองเกสรตัวผู้ อย่างไรก็ตาม ความแห้งแล้งมิได้เกิดขึ้นมาในเฉพาะปีที่ผ่านมาเท่านั้น ด้วยความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์ของความแห้งแล้งเกิดขึ้นอยู่เสมอมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งผมเคยนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบทั่วกันมาก่อนนี้ โดยมีนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร นำปริมาณน้ำฝน จาก 97 ปี มาวิเคราะห์อย่างละเอียด พบว่า ทุกๆ 10 ปี จะเกิดภาวะฝนแล้ง 4 ปี แล้งพอทน 2 ปี และแล้งอย่างรุนแรง 2 ปี น้ำท่วมอีก 3 ปี มีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลเพียง 3 ปี เท่านั้น มีบันทึกไว้ว่า ในความแห้งแล้งในอดีต การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านต้องนำขุยไผ่ หรือ เมล็ดไผ่ มาขัดสีไปหุงรวมกับเผือกและกลอย ใช้บริโภคแทนข้าวก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และในปี พ.ศ. 2485 เกิดสภาวะน้ำท่วมรุนแรงในบริเวณภาคกลางของประเทศ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเรามีป่าไม้ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ก็ตาม มีผล
เมื่อเร็วๆ นี้ เอสซีจี เดินหน้าส่งเสริมชุมชนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ขุดสระพวงกักเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง ต่อยอดการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ภายใต้โครงการ “เอสซีจี รักษ์น้ำ เพื่ออนาคต” พร้อมเสริมสร้างความรู้และจิตสำนึกให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ สนับสนุนการมีส่วนร่วมอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นให้ชุมชนมีน้ำกินน้ำใช้ พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และเป็นชุมชนที่เข้มแข็งในอนาคต คุณอาสา สารสิน ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรม “สระพวง รวมใจ สู้ภัยแล้ง” ณ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ว่า เอสซีจี ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิต จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “เอสซีจี รักษ์น้ำ เพื่ออนาคต” เพื่อส่งสริมให้ชุมชนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบที่ทำให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ ก่อนหน้านี้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ถูกหยิบยกเป็นพื้นที่ป
