ภัยแล้ง
วันที่ 29 เมษายน 2560 เวลา 10.30 น. พื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกร จากสภาพความแห้งแล้งในช่วงฤดูแล้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปล่อยทิ้งร้าง ต้องทำการงดเว้นการทำนาปลูกข้าว หรือพืชไร่ต่างๆ เนื่องจากแหล่งน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตรนั้นยังคงมีไม่เพียงพอที่จะสามารถใช้หล่อเลี้ยงพืชผลให้เติบโตไปจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เช่นที่ บ้านหนองโมก หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งพง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเตรียมตัวรับมือเรื่องน้ำใช้อุปโภคบริโภคเป็นหลักกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากในหมู่บ้านนั้นยังไม่มีระบบประปาหมู่บ้าน โดยมีบ่อน้ำบาดาลหนึ่งแห่งที่ประชาชนในพื้นที่นั้นใช้ตักและสูบน้ำขึ้นมาเพื่อใช้อุปโภคบริโภคกันในครัวเรือน และรับน้ำจากรถบริการส่งน้ำจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งยังคงสามารถบริหารจัดการน้ำใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างพอเพียง ยกเว้นช่วงฤดูแล้งที่บ่อน้ำบาลดาลหลักจะมีน้ำไหลออกมาน้อยกว่าปกติ แต่ปริมาณความต้องการใช้น้ำของประชาชนยังคงอยู่เท่าเดิม จึงอาจจะส่งผลให้บางครัวเรือนต้องใช้เตรียมรับมือกักตุนน้ำเพื่อไม่ให้เดือดร้อนและขาดแคลน เมื่อถึงช่วงที่น้ำในบ่อบาดาลที่ใช้หล่อเ
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากนางรำพึง หลี่หร่อง อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 1 ต.ช่องสะเดา ว่าโขลงช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ออกมากินพร้อมทำลายพืชไร่ที่ปลูกเอาไว้บริเวณรอบบ้านกว่า 5 ไร่ เสียหายเป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ไปถึงพบนางรำพึง ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่บ้าน พร้อมกับนำพาคณะเดินสำรวจความเสียหายของพืชไร่ ที่ปลูกผสมผสานกันหลายชนิด แต่พืชไร่ที่ถูกช้างป่ากินและทำลายส่วนใหญ่เป็นกล้วย มะม่วง สับปะรด และขนุน สำหรับขนุนช้างจะเลือกกินเฉพาะลูกที่สุก ส่วนลูกที่ยังอ่อนช้างได้ใช้เท้าเหยียบทำลายทิ้ง และกล้วยที่ปลูกเอาไว้หักโค่นเสียหายประมาณ 100 ต้น โดย นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา เปิดเผยว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที
วันที่ 18 มีนาคม 2560 นายกฤษฎิ์ พูนเกษม หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ในช่วงนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่งของจังหวัดอำนาจเจริญมีปริมาณลดลงมากโดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยดงสีโทมีปริมาณเก็บกักน้ำไม่ถึงครึ่ง จึงฝากเตือนให้คนอำนาจเจริญช่วยกันประหยัดน้ำกินและน้ำใช้ในปีนี้ให้มากๆ ที่สำคัญในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ไม่มีใครจะทนอยู่บ้านได้ต้องออกไปหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจตามป่าเขารำเนาไพรตามแหล่งน้ำต่างๆเพื่อคลายร้อนอย่างเช่นที่อ่างเก็บน้ำห้วยดงสีโทแห่งนี้มีประชาชนมาเที่ยวค่อยข้างมาก สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่นำห่วงยางมาวางให้เช้าจากราคา 50 บาทถึง 20 บาทแล้วแต่ขนาดใหญ่เล็กของห่วงยาง บางรายนำมาจากบ้านเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า และผลพวงตามมาก็คือบรรดาร้านค้าที่นำอาหารเครื่องดื่มมาวางจำหน่ายต่างก็ขายดิบขายดีไปตามๆกัน ห่วงยาก็มีคนมาเช่ามากขึ้น และที่สำคัญตนได้ให้มีเสื้อชูชีพก่อนลงเล่นห่วงยางในอ่างน้ำเพื่อป้องกันความปลอดภัยไว้ก่อน นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ที่อำนาจเจริญร้อนและแห้งแล้งฝนก็ไม่ตกอีกไม่นานคงประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติภั
วันที่ 18 มีนาคม 2560 นายอนุสรณ์ ฤทธิ์ล้ำ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี พร้อมด้วยนายนพรัตน์ จั่นสำอาง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครฝนหลวงตำบลยางหัก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอ่างเก็บน้ำไทยประจัน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ที่มีความจุน้ำประมาณ 6 หมื่นลูกบาศก์เมตร หลังพบว่ามีสภาพแห้งขอดเหลือปริมาณน้ำอยู่ติดก้นอ่างเล็กน้อย ไม่สามารถแจกจ่ายไปสู่ราษฎรในพื้นที่ได้ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำมีตะกอนดินทับถมเป็นจำนวนมากจนมีสภาพตื้นเขิน ทำให้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในปริมาณน้อยมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ไม่สามารถปล่อยน้ำออกไปช่วยเหลือประชาชนประมาณกว่า 1,000 เรือนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านล่างได้ ขณะที่ชาวบ้านได้ลงชื่อแจ้งไปยัง อบต.ยางหัก ในการขอรับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ ที่มีอยู่ประจำเพียงคันเดียวก็ไม่เพียงพอต่อการแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือในพื้นที่ นายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำไทยประจันหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 5 ประมาณกว่า 400 หลังคาเรือน และยังคงมีอีกหลายหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบอีก เช่น หมู่ที่ 3 หมู่ 2 เรื่อยลงไปยังพื้นที่ติ
วันที่ 17 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพของแม่น้ำโขงระหว่างอำเภอเชียงของกับอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะช่วงแก่งคอนผีหลง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 11 จุดที่ทางการจีนมีแผนที่จะดำเนินโครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงก่อนหน้านี้ รวมถึงบริเวณแก่งผาได ซึ่งเป็นแก่งสุดท้ายก่อนที่น้ำโขงจะสิ้นสุดประเทศไทยในทางตอนเหนือเริ่มมีระดับที่ลดต่ำลง โดยบางช่วงมีเนินทรายและโขดหินโผล่ขึ้นมาจากน้ำจนเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและ สปป.ลาว ทำให้แม่น้ำสาขาที่จะมีน้ำไหลมาสมทบนั้นมีปริมาณน้อย เพราะส่วนหนึ่งถูกกักและนำไปใช้เพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำยังคงที่เฉลี่ยอยู่ระดับ 2-4 เมตร มีเพียงบางจุดที่ต่ำกว่า 2 เมตรที่ร่องน้ำตื้นเขิน โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือท่องเที่ยวและเรือเดินสินค้าแต่อย่างใด โดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่า ขณะนี้แม่น้ำโขงจะไม่แห้งมากนัก เนื่องจากทางการจีนยังมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและการเดิ
วันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ทำนาและทำสวนในพื้นที่ ชาวบ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โดยนายสมนึก คงพ่วง อายุ 67 ปี และนางละเอียด คงพ่วง อายุ 62 ปี 2 สามีภรรยาชาวเกษตรกร ที่ทำเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีใหม่กำลังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและความแห้งแล้ง นายสมนึก กล่าวว่า ไร่ถั่วฝักยาวที่ตนปลูกไว้ กำลังแห้งตายผลผลิตที่จากเดิมเก็บได้วันละ 30-40 กิโลกรัม เหลือเพียง 10-20 กิโลกรัม ซ้ำยังได้เจอพวงแมลงและเพลี้ย ทำให้ผลผลิตตกต่ำ ในขณะที่ราคารับซื้อก็ถูกลงจากเดิม 8-10 บาท เหลือกิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งช่วงนี้ต้องพยายามรดน้ำเพื่อให้ถั่วฝักยาวไม่แห้งตายเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ดินไม่อุ้มน้ำต้องหมั่นมาคอยรดน้ำทุกวันทั้งที่ปกติ 2 -3 วันรดครั้ง นอกจากนี้สวนมะเขือพวงที่ปลูกไว้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันไม่ค่อยออกผลผลิต และนาข้าวที่ปลูกไว้ 30 ไร่ที่เตรียมเก็บเกี่ยวก็ได้ข้าวน้อยลงครึ่งต่อครึ่งทั้งนี้มาจากสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด แต่อย่างไรยังโชคดีที่ตนยึดหลักดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่เดือดร้อนมากนัก นายสมน
วันที่ 16 มีนาคม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่จังหวัดบึงกาฬยังประสบกับปัญหาภัยแล้งที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแม่น้ำสงครามที่ไหลผ่านหลายจังหวัดและยังเป็นแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง ไหลผ่านใน 3 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ อำเภอเซกา อำเภอพรเจริญ อำเภอโซ่พิสัย ทำให้หมู่บ้านท่ากกแดง อำเภอเซกา และอีกหลายหมู่บ้านที่ติดริมแม่น้ำโขงเริ่มเดือดร้อนจากระดับน้ำในแม่น้ำสงครามลดลงมากจนเกิดปัญหาการสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตรและทำน้ำประปาใช้ในหมู่บ้าน หลายแห่งเกิดหาดทรายขึ้นมากลางน้ำและมีน้ำตื้นเขิน เด็กๆ ชาวบ้านข้ามไปมาได้ ถ้าความแห้งแล้งยังเป็นเช่นนี้ต่อไปคาดว่าเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายนน้ำในแม่น้ำสงครามจะแห้งขอดมากกว่านี้ บางปีก็ต้องใช้รถแบ๊กโฮขุดลอกเพื่อให้สูบน้ำมาทำน้ำประปาและบางปีก็ต้องใช้กระสอบทรายกั้นน้ำเพื่อสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตร ชาวบ้านก็ได้แต่หวังว่าจะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในปีนี้
วันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่าเกษตรกรที่ทำนาทำสวนช่วงคลอง 11 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ต่างแย่งกันสูบน้ำเข้ากักเก็บในร่องสวนจนน้ำในคลองชลประทานที่ 11 แห้งขอดคลอง ภายหลังแนวโน้มปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำเริ่มลดน้อยไม่เพียงพอใช้ทำการเกษตร ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่อำเภอหนองเสือเตรียมรับมือภัยแล้ง ดังนั้นเกษตรกรจึงขอวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูแลด้วย เพราะหากมีน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งชาวบ้านก็สามารถที่จะทำการเพาะปลูกพืชหน้าแล้งขายเสริมสร้างรายได้อีกด้วย นายไพศาล ศรีธเนศสกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาชิก อบต.ได้มีแนวคิดกำหนดนโยบายการพัฒนาของพื้นที่ อบต.บึงกาสามร่วมกันในการแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ในเรื่องน้ำอุปโภคและบริโภคและน้ำเพื่อทำการเกษตรโดยเฉพาะน้ำในการทำเกษตรกรรมจะประสบปัญหาไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งเพราะประชากรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ประกอบอาชีพการเกษตร ดังนั้น จึงมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการสูบน้ำจากคลองส่
วันนี้ 14 มี.ค.เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ จ.บึงกาฬ สถานการณ์ภัยแล้งที่ส่อวิกฤติรุนแรง หลังฝนทิ้งช่วงมานาน ทำให้ปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ แห้งขอด บวกกับสภาพอากาศร้อนจัดได้ส่งผลกระทบต่อ เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่บ้านโพนแก้ว หมู่ที่ 10 และบ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ กว่า 3,000 ไร่ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ข้าวที่กำลังจะโต บางพื้นที่กำลังตั้งท้องออกรวงได้รับความเสียหาย ต้นข้าวเริ่มยืนต้นแห้งตาย ชาวนาหลายราย เริ่มถอดใจปล่อยทิ้งข้าวในนาบางส่วนให้แห้งตาย เนื่องจากไม่สามารถหาน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ พล.ต.สมชาติ แน่นอุดร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 หลังได้รับรายงานว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจึงสั่งการให้ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 นำรถสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ ขนาด 1,200 วัตต์ พร้อมกำลังพลเข้าช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ ที่ประสบภัยแล้งด้วยการสูบน้ำจากลำน้ำสงครามขึ้นมาแล้วส่งไปตามคลองส่งน้ำต่างๆในพื้นที่การเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวไปตลอดหน้าแล้ง และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กับเครื่องสูบน้ำเป็นน
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ยังคงลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีปริมาณน้ำใช้การเหลืออยู่เพียง 67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 21% ของความจุเขื่อน ซึ่งทางเขื่อนลำตะคองได้ประกาศงดส่งน้ำช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ทั้งหมดจำนวนกว่า 150,000 ไร่ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณเขื่อนลำตะคองเหลืออยู่ในเกณฑ์น้อย ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณเขื่อนลำตะคองในช่วงนี้ มีฝูงนกจำนวนมากบินลงไปหากินบนพื้นที่ดินที่ตื้นเขินที่โผล่อยู่ภายในเขื่อน ขณะเดียวกันชาวบ้านบริเวณใกล้เขื่อนลำตะคองก็ได้ต้อนวัวควายเดินลงไปหากินหญ้าที่ขึ้นอยู่ตรงบริเวณพื้นที่ดินที่น้ำลดด้วย ทั้งนี้เขื่อนลำตะคอง เป็นเขื่อนหลักที่ผลิตน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาจำเป็นต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อนได้ไม่เกินวันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิ
