มกอช.
นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ มกอช. ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรมาตรฐาน ในศูนย์สาธิตและแสดงสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน (Q4U Shop) แหล่งรวมสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานรับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในงาน “ตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยม” ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ และ มกอช.ได้ร่วมออกร้าน Q4U Shop ในระหว่างวันที่ 6 – 26 พฤศจิกายน 2560 ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ประชาสัมพันธ์แนวคิดร้าน Q4U แหล่งรวมสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภครู้ เข้าใจ และเลือกอาหารปลอดภัย พร้อมเป็นตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐาน นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า มกอช.เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยได้ผลักดันและส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การปฏิบัติในระดับฟาร์มให้ได้มาตรฐาน GAP โรงงาน/โรงสีให้ได้มาตรฐาน GMP สินค้าเกษตรปลอดภัยและตามสอบย้อนกลับได้ด้วยระบบ QR Trace รวมถึงพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้ามาตรฐานผ่านระบบตลาดออนไลน์ (Digital farm) ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกำหนดให้แสดงเครื่องหมาย Q เพื่อเป็นการสื่อสารให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร เลขาธิการ มกอช. กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาและยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรที่ผ่านโครงการต่างๆ ทำให้มีผลิตผลและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมา
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ผ่านการตรวจติดตามประเมินจากองค์กรระบบงาน (PAC) รักษาความเชื่อมั่นในระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในเวทีสากลได้อย่างต่อเนื่อง นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างประเทศ นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาแล้ว ผู้บริโภคยังต้องการความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือ สอดคล้องตามมาตรฐานสากล จากความสำคัญดังกล่าว มกอช. จึงรับหน้าที่ในการสร้างความเชื่อมั่น โดยการตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานการออกใบรับรองให้ได้ตามข้อกำหนดขององค์กรระบบงานสากลด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย และต้องรักษาระบบสากลดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยตรวจรับรองเหล่านี้จะมีระบบงานเป็นที่น่าเชื่อถือ ซึ่ง มกอช.ในฐานะหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body : AB) มีหน้าที่ในการสร้างความมั่นใจดังกล่าว โดยการตรวจระบบงานของหน่วยตรวจรับรองเหล่านี้ว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล ในขณะเดียวกัน มกอช.เองก็ต้องถูกตรวจรั
มกอช.สร้าง “DGT Farm” เปิดช่องทางจับคู่ธุรกิจขยายตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐานผ่านโลกออนไลน์ เพิ่มโอกาสเกษตรกรพบผู้ประกอบการ ช่วยผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าซื้อง่ายขายคล่อง นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้จัดทำเว็บไซต์ดีจีทีฟาร์มดอทคอม หรือ www.dgtfarm.com เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและขยายทางเลือกในการจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยของเกษตรกร และให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้าหรือช้อปปิ้งสินค้าเกษตรและอาหารได้โดยตรง โดยระบบดังกล่าวมีจุดเด่นอยู่ที่การจับคู่หรือแมชชิ่งทางธุรกิจ (Business Matching Online) ซึ่งจะเปิดให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีโอกาสเจรจาธุรกิจ ติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และตรงตามความต้องการด้วย ใน DGTFarm.com จะแบ่งตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตร เป็น 3 ตลาด ได้แก่ 1.ตลาดเกษตรอินทรีย์และตลาดสีเขียว 2.ตลาดสินค้าเกษตรแปลงใหญ่และจีเอพี (GAP) และ3.ตลาดสินค้าคิวอาร์เทรซ (QR Trace) ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการค้าให้กับเกษตรกรหรือผู้ประ
มกอช.มั่นใจการขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน ตามหลักมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นและความนิยมสินค้าเกษตรไทยเพื่อการส่งออกและการค้าในต่างประเทศ คุณดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า ปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดนโยบายให้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนงานเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำหรือตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค โดยเน้นสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและที่ส่งออกด้วย เพราะเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แสดงถึงความยั่งยืนและเพื่อยกระดับให้เป็นสินค้าคุณภาพสูง โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและแปรรูปสินค้าด้วย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเน้นนโยบายขยายเกษตรอินทรีย์ให้มีจำนวนพื้นที่การเกษตรอินทรีย์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้า 6 แสนไร่ ภายในสิ้นปี 2560 นี้ และลดการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัย พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรในการควบคุมหรือการนำมาใช้ รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายตลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าด้วย สำหรับภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรในปัจจุบัน สินค้า
มหาสารคาม – นางอิงอร ปัญญากิจ ผอ.กองส่งเสริมมาตรฐาน มกอช. เปิดเผยตอนหนึ่งขณะเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ให้แก่เกษตรกร ที่ปรึกษาเกษตรกร และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ที่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ว่า มกอช.กำหนดและประกาศใช้มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตข้าวอินทรีย์ การส่งเสริมให้ผลิตโดยปฏิบัติตามมาตรฐานและสอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 โดยตั้งวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้านการผลิต การบริโภค การค้าสินค้า และการบริการเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืนและยอมรับในระดับสากล มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ให้เป็น 600,000 ไร่ ในปี 2564 และมีเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 30,000 ราย รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนตลาดในประเทศ-ตลาดส่งออกเป็น 40:60 และยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีพื้นบ้านเพิ่มขึ้น ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จัดทำเว็บไซต์ www.dgtfarm.com ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทำการตลาดให้เป็นเรื่องง่าย นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรไทย ที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์ออกมาให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ขายและกระจายสินค้าเกษตรและแปรรูปแก่ผู้บริโภคได้สะดวก รวดเร็ว ขยายฐานลูกค้าได้เป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องด้วยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ได้มีการจัดทำเว็บไซต์ ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยใช้ชื่อ www.dgtfarm.com ซึ่งจะเป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ประกอบ ในการซื้อขายสินค้าต่อไป ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านได้รับเกียรติเชิญให้สัมภาษณ์ คุณกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม เป็นที่แรกเกี่ยวกับการเปิดตัวเว็บไซต์ www.dgtfarm.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อช่วยเกษตรกรไทยโดยเฉพาะ บทบาทหน้าที่ของ มกอช. หรือสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มกอช. เป็นหน่วยงานกลางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานระดับกร
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ผุดไอเดียจัดทำเว็บไซด์ ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค กรุงเทพฯ : สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ผุดไอเดีย เป็นตัวกลางระหว่าง ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ จัดทำเว็บไซด์ ตลาดแมทชิ่งออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยจะใช้ชื่อ www.digitalfarm.com โดยคาดว่าจะมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กล่าวว่า “สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช.ได้กำหนดเป้าหมายขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศไทยให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยีนอีกด้วย และมกอช. ยังมุ่งนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาการเกษตร อาทิ การจัดทำตลาดแมทชิ่งออนไลน์เพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต
เกษตรฯ สานต่อ “ยโสธรโมเดล” ขยายฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศ เพิ่มกำลังผลิตป้อนตลาด มกอช.เร่งใช้ “QR Trace” ตามสอบย้อนกลับสินค้า เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตั้งเป้าปี 61 พื้นที่เกษตรอินทรีย์ขยายตัวอีกกว่า 1 แสนไร่ นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ มกอช. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและซิงเกิ้ลคอมมานด์ (Single Command) เร่งบูรณาการขับเคลื่อนพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งส่งเสริมและผลักดัน “ยโสธรโมเดล” ให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ (Model) พร้อมต่อยอดขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพ มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดยโสธรจากเดิม 37,110 ไร่ เป็น 100,000 ไร่ภายในปี 2561 และเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ของประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปีด้วย ในปี 2559 โครงการฯดังกล่าวได้คืบหน้าไปมาก โดยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ใหม่เพิ่มขึ้น 42,570 ไร่ ส่งผลให้จังหวัดยโสธรมีพื้นผลิตเกษตรอินทรีย์รวมกว่า 79,680 ไร่ แบ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่พร้อมยก
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการขยายผลการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนำ “ยโสธรโมเดล” ซึ่งเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ (Model) ไปพัฒนาต่อยอดการผลิตเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ พร้อมขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นที่มีศักยภาพด้านการผลิตเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 10 จังหวัด อาทิ จังหวัดพัทลุง หนองคาย อุบลราชธานี ลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ สงขลา กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่และชนิดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของประเทศมากขึ้น ภายใน ปี 2561 ตั้งเป้าพื้นที่จังหวัดยโสธรเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น 60,000 ไร่ จากเดิมที่มี ประมาณ 40,000 ไร่ รวมเป็น 100,000 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตข้าวเปลือกอินทรีย์กว่า 35,000 ตัน รวมทั้งผลิตผลอินทรีย์อื่นๆ อาทิ แตงโม ผักต่างๆ รวมถึงสัตว์น้ำและไข่ไก่ ป้อนเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นปีละไ
