มกอช.
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จัดงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา มกอช. ครบรอบ 22 ปี ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “Go Green Go Global ขับเคลื่อนงานด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนสู่สากล” มุ่งเน้นการทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนด้วยมาตรฐานสินค้าเกษตร พร้อมกับสร้างระบบให้มีมาตรฐานและการมีส่วนร่วมเพื่อการยอมรับสู่สากล ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” มุ่งยกระดับเกษตรกร ผู้ประกอบการ เข้าสู่ระบบมาตรฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยนโยบายของรัฐบาล “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบายด้านการเกษตรทั้ง 9 นโยบาย คือ 1) สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ 2) เร่งรัดจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร 3) บริหารจัดการน้ำ 4) ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 5) ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร แ
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียน GAP โรงรวบรวมผลทุเรียนและโรงคัดบรรจุ ณ อ.หลังสวน จ.ชุมพรว่า ตามนโยบายของรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) และรักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร) ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลคุณภาพผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกมากที่สุดในเวลานี้ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนโดยประมาณ 1,054,868 ไร่ ปลูกมากในพื้นที่ จ.จันทบุรี ชุมพร ระยอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และสามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ ในปี 2566 มีปริมาณการส่งออก 1,094,900 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 164,787 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบทุเรียนผลสด ทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนกวน และทุเรียนอบแห้ง โดยประเทศที่ไทยส่งออกทุเรียนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าการส่งออกของผลทุเรียนและผลิตภัณฑ์จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยั
มกอช. จับมือกรมวิชาการเกษตร เจรจาญี่ปุ่นขอให้ยกเลิกการจำกัดสายพันธุ์ส้มโอ-มะม่วงไทย ให้สามารถส่งออกไปญี่ปุ่นได้ทุกสายพันธุ์ นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นประธานฝ่ายไทย ในการเจรจาด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมการข้าว และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนระดับสูงของญี่ปุ่นจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ (MHLW) สำนักงานกิจการผู้บริโภค (CAA) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ในการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมในความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหาร ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ครั้งที่ 14 นายพิศาล กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาขอให้ญี่ปุ่นยกเลิกการจำกัดสายพันธุ์ส้มโอของไทยที่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562 โ
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้มอบหมายให้ นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผู้อำนวยการกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร (กนม.) ร่วมหารือกับสำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งชาติของโมร็อกโก (ONSSA) ในการปฏิบัติตามระเบียบ Order No. 466-23 เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไปยังโมร็อกโก โดยผู้ประกอบการไทยจะต้องขึ้นทะเบียนระบบ Atlas ที่ https://amex.onssa.gov.ma เพื่อส่งออกสินค้าไปยังโมร็อกโก ได้แก่ 1. เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ 2. สินค้าประมงและผลิตภัณฑ์ประมง 3. นมและผลิตภัณฑ์นม 4. น้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์จากน้ำผลไม้ และ 5. ผักบรรจุกระป๋องที่ผ่านการบำบัดด้วยความร้อน รวมถึงซอสและเครื่องปรุงรส เลขาธิการ มกอช. ขอให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องประสานผู้นำเข้าในโมร็อกโกเพื่อรวบรวมเอกสารเงื่อนไขการนำเข้าสินค้าของตนเองสู่โมร็อกโก และดำเนินการขึ้นทะเบียนทางระบบดังกล่าวโดยเร็ว โดยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โทร. 02-561-2277 ต่อ 1326 หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นอีกหน่วยงานสำคัญที่ช่วยกำหนดในเรื่องของมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อให้การตรวจสอบมาตรฐานในด้านต่างๆ มีความสอดคล้องกับสากล เป็นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้มาตรฐานมากขึ้น พร้อมทั้งยังมีการทำความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกำหนด เครื่องหมาย Q ที่เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารที่ผ่านการตรวจสอบรับรองความมีมาตรฐานและความปลอดภัย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า มกอช. ถือเป็นหน่วยงานที่ดูแลและดำเนินงานในเรื่องของมาตรฐานสินค้าเกษตร ทำภายพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมภารกิจหมดทุกด้านที่เกี่ยวกับกระบวนมาตรฐาน พร้อมทั้งมีการกำหนดมาตรฐานเพื่อส่งเสริมและดูแลให้นำมาตรฐานไปใช้ มีระบบการตรวจสอบมาตรฐานให้เกิดการยอมรับมีความน่าเชื่อถือ และควบคุมกำกับดูแลในเรื่องของการนำเอาเครื่องหมายมาตรฐานหรือใบรับรองมาตรฐานไปใช้ ในเรื่องของการทำตลาดแ
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ได้ประชุมหารือแนวทางการจัดทำระเบียบปฏิบัติสำหรับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (Certification Scheme) สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟ เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมไปถึงกระบวนการผลิตกาแฟที่ได้รับการรับรองให้มีประสิทธิภาพ โดยมีการหารือเกี่ยวกับร่าง Certification Scheme ผลิตภัณฑ์กาแฟ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกาแฟ รวมทั้งเก็บข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ Certification Scheme ผลิตภัณฑ์กาแฟ ได้แก่ ข้อมูลกระบวนการรับเมล็ดจนถึงกระบวนการแปรรูป โดยปีงบประมาณ 2567 ได้เลือกผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นสินค้านำร่อง ในการขอรับรองมาตรฐานดังกล่าว อีกทั้งในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย มีเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิโครงการหลวงกว่า 2,000 ราย และเกษตรกรแต่ละราย ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน กระบวนการรับเมล็ดกาแฟจนถึงกระบวนการผลิตกาแฟกะลา ณ ศูนย์พัฒนามูลนิธิโครงการหลวงตีนตก ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การผลิตกาแฟอาร
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักของโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายการเกษตรที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวให้เกิดความยั่งยืน สร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของข้าวไทย คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องข้าวยั่งยืนโดยมีสาระสำคัญที่สอดคล้องตาม The SRP Standard for Sustainable Rice Cultivation ซึ่งริเริ่มโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนจากทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งองค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งมีข้อกำหนดครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยด้านอาหาร เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ทั้งนี้ มกอช. ได้นำมาตรฐานเรื่องข้าวยั่งยืน มาจัดทำในรูปแบบ Infographic โดยเชื่อมความส
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด ร่วมด้วยคณะของ มกอช. และตลาดไท ให้การต้อนรับ นายฉู ตงหยู (H.E. Mr. QU Dongyu) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมตลาดไท และประชุมหารือความร่วมมือในการผลักดันส่งเสริมการสร้างความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืนทางอาหาร เมื่อวันพุธที่ 10 มกราคม 2567 ณ อาคารสำนักงานบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ มกอช. ได้รายงานกับคณะ FAO ถึงการบูรณาการขับเคลื่อนการจัดการสำหรับตลาดกลางสินค้าเกษตร โดย มกอช. ร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน (Standards Operating Procedure: SOP) เรื่อง การนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ผักและผลไม้สดมาประยุกต
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้รับเกียรติขึ้นรับโล่ขอบคุณจาก Codex ในการมีส่วนร่วมในการเป็นเลขานุการเจ้าภาพ (host secretariat) ของการประชุม Ad hoc Codex Intergovernmental Task Force on the Processing and Handling of Quick Frozen Foods (TFPHQFF) เมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งประเทศไทยโดยศาสตราจารย์นายแพทย์ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ทำหน้าที่เป็นประธาน และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ทำหน้าที่จัดทำยกร่างมาตรฐานร่วมกับสหรัฐอเมริกา และเป็นฝ่ายเลขานุการของการประชุม TFPHQFF ทั้งนี้ พิธีมอบโล่ดังกล่าวจัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองการครบรอบ 60 ปีของโคเด็กซ์ ในช่วงของการประชุมคณะกรรมาธิการโคเด็กซ์ (Codex Alimentarius Commission) ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2566 ณ กรุงโรมสาธารณรัฐอิตาลี นายพิศาล เปิดเผยว่า โคเด็กซ์ (Codex Alimentarius; Codex) เป็นองค์กรที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง FAO และ WHO เพื่อกำหนดมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครอง ความปลอดภัยของผู้บริโภคและส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้าอาหารระหว่
วันที่ 20 ธ.ค.66 นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. ได้มอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจด่านผ่านแดนถาวรภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ พร้อมร่วมหารือกับนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเจรจาเพิ่มด่านตรวจพืชภูดู่ เป็นจุดนำเข้า-ส่งออกผลไม้ระหว่างไทยและจีน ตามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สาม โดยด่านผ่านแดนถาวรภูดู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่โดยรอบเพื่อยกระดับจุดผ่านแดนถาวรเป็นด่านสากล และมีเส้นทางที่สามารถขนส่งสินค้าจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของไทยไปยังจีน ผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่สถานีเวียงจันทน์ หลวงพระบาง วังเวียงใน สปป. ลาว ไปยังสถานีรถไฟโม่ฮานของจีนได้ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ในการจัดเตรียมแผนทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับหากมีการใช้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้าเกษตรผ
