มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ
“มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย กำลังได้รับความสนใจจากภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่จะพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อเป็นสินค้าส่งออก มะม่วงหิมพานต์สามารถเจริญได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศ เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้ง ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่ระบายน้ำดี หน้าดินลึกไม่เป็นดินดาน ไม่เป็นดินด่างจัด หรือกรดจัด การปลูกมะม่วงหิมพานต์นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรแล้วยังเป็นการเพิ่มการปลูกป่า ทำให้สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มะม่วงหิมพานต์ พืชทำเงินของอุตรติตถ์ ปัจจุบัน มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอำเภอท่าปลา ซึ่งมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกไม้ผลชนิดนี้ เกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มปลูกมะม่วงหิมพานต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการไทย-เยอรมัน โดยให้เงินทุนกู้ยืมดำเนินการปลูกมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่ ทั้งในแปลงจัดสรรและแปลงราษฎรเดิม ในอดีตมะม่วงหิมพานต์มีราคาต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงหิมพานต์ทิ้งและปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเกษตรกรบางคนที
ในวันที่4สิงหาคม2563 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ปรากฎว่ามีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจร่วมชมสุดยอดผลงานวิจัยที่มีมากกว่า 300 ผลงานที่นำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 พร้อมร่วมรับฟังการสัมมนาในหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการรองรับโรคอุบัติใหม่ (covid 19) นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้บูรณาการความร่วมมือกันเต็มที่ที่จะเร่งการวิจัยหาสารที่มาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสโควิด19 ซึ่งองค์ความรู้ด้านการวิจัยเป็นส่วนสำคัญมากในการตรวจวินิจฉัยโรค การเฝ้าระวังดูแลควบคุม เพื่อหาแนวทางกำหนดนโยบายในการควบคุมโรคเพื่อดูแลสุขภาพที่ดีประชาชน ด้านนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการผลิตและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ว่า ขณะนี้ผลการวิจัยวัคซีนโควิด ในสัตว์ทั้งหนูและลิงมีความคืบหน้าไปมากและในระยะต่อไปก็เตรียมพร้อมที่จะทดสอบในมนุษย์ เพื่อศึกษาด้านคว
