มหาวิทยาลัยมหิดล
วันที่ 14 พ.ย. แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว. ให้เป็นประธานในการแถลงข่าว และเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านงานวิจัย เรื่อง แพลตฟอร์มกลางสำหรับอำนวยความสะดวกเพื่อการเดินทางของผู้สูงอายุและผู้พิการ ระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมาย นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานคร โดย นายไทภัทร ธนสมบัติกุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โดย นายอำนาจ คงไทย รักษาการกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการโลจิสติกส์ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการสู่ระบบสาธารณสุข และเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลที่ช่วยการบริการทางการแพทย์และ
วิศวกรของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ช่วยสร้างกล่องอุปกรณ์เลี้ยง “ไข่น้ำ” พืชที่มีโปรตีนสูงให้แก่ทีมวิจัยมหิดล และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อใช้จำลองการเลี้ยงในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูงที่องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองพืชที่เหมาะสมต่อการใช้งานในการสำรวจอวกาศ นครราชสีมา – ดร.สุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ให้ข้อมูลว่า “คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขอความอนุเคราะห์สถาบันฯ ให้การสนับสนุนคณะผู้วิจัยเข้าร่วมโครงการ HyperGES เพื่อออกแบบวิศวกรรมและดำเนินการผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับโครงการ เนื่องจาก อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจากโครงการดังกล่าวที่สนับสนุนองค์การอวกาศยุโรป และสำนักกิจการอวกาศแห่งองค์การสหประชาชาติ” “ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ ได้รับการสนับสนุนในการศึกษาการตอบสนองของ ‘ไข่น้ำ’ พืชดอกที่เล็กที่สุดในโลกต่อสภาวะแรงโน้มถ่วงสูงจำลอง และสถาบันฯ ได้รับโจทย์ให้ออกแบบและพ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนการวิจัยให้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อดำเนินการพัฒนานวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิก “sPace” ขณะนี้ นวัตกรรมประสบความสำเร็จและมีคุณภาพสูง เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ฝีมือนักวิจัยไทย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการในภูมิภาคต่างๆ ในโอกาสนี้ วช.ได้บริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม “นวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิก sPace” มอบให้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี และโรงพยาบาลศรีนครินทร จ.ขอนแก่น เพื่อให้ผู้พิการได้ใช้นวัตกรรมเท้าเทียมที่เป็นมาตรฐานระดับสากล โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ ร่วมกันส่งมอบนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิก “sPace” ให้กับ นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี และศาสตราจารย์ นายแพทย์ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร จังหวัดขอนแก่น ณ อาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษา ชั้น 9 โรงพยาบาล จังหวัดอุดรธานี ดร.วิภารัตน์ ดี
วช. – รพ.รามาธิบดี MOU สร้างองค์ความรู้ด้านการบริบาลและดูแลผู้สูงอายุ สู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เครือข่ายภูมิภาค : ภาคกลาง มุ่งยกระดับการดูแลและบริบาลผู้สูงอายุให้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การนำหลักสูตรการอบรมด้านการบริบาลและดูแลผู้สูงอายุ สู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคกลาง” เพื่อมุ่งยกระดับการดูแลและบริบาลผู้สูงอายุให้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนาม พร้อมนี้ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะกรรมการเครือข่ายวิจัยภูมิภาค เข้าร่วมพิธีฯ และเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.วิภาร
โรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกบางมาพร้อมความชรา เมื่ออายุมากขึ้น หลายสิ่งในร่างกายย่อมเสื่อมถอยตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีขาว ผิวหนังมีริ้วรอย สายตาเริ่มรางเลือน ไม่เว้นแม้แต่กระดูกที่ค่อย ๆ สูญเสียมวลแคลเซียมอย่างช้าตั้งแต่วัยล่วง 40 ปี และยิ่งเร็วขึ้นในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ผู้ชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน แต่อาจเกิดขึ้นช้ากว่าผู้หญิง ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่ออายุเลย 70 ปีขึ้นไป เกินครึ่งมีภาวะกระดูกบางหรือโรคกระดูกพรุนซุกซ่อนอยู่ วันหนึ่งข้างหน้า อาจกระดูกหัก และไม่รู้จะหายกลับเป็นปกติหรือไม่ ประมาณการกันว่า ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป กว่าร้อยละ 30 มีกระดูกพรุนเกือบทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่ามวลกระดูกลดลงเร็วจนเสี่ยงอันตราย มีหลายโรคและภาวะผิดปรกติอื่น ๆ ที่อาจเร่งให้กระดูกพรุนเร็วขึ้น เช่น โรคความดันเลือดสูง โรคทาลัสซีเมีย โรคเบาหวาน ขาดการออกกำลังกาย การบริโภคเกลือเกิน ฯลฯ ความท้าทายที่สำคัญคือ การมองเห็นโครงสร้างขนาดเล็ก ๆ ของกระดูก ในระดับไมโครเมตรหรือนาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์มาก เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ทั่วไปมองไม่เห็น แต่หากมีเครื่องมือพิเศษที่ช่วยนักวิจัยให้มอง
นายพิภพ โชควัฒนา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (SPI) ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน โรงพยาบาลศิริราชกำลังก่อสร้าง ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเป็นศูนย์ดูแลและให้ความรู้แก่ผู้ป่วยระยะพักฟื้นและผู้สูงอายุ ซึ่งจะเปิดดำเนินการระยะที่ 1 ปลายปี 2566 นี้ จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง SPI และ ศิริราช เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยระยะพักฟื้นและผู้สูงอายุ โดยจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรักษา รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยระยะพักฟื้น และผู้สูงอายุ “กลุ่ม SAHAGROUP HealthCare & Wellness ภายใต้เครือสหพัฒน์ มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้คนที่ต้องการมีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงต้องการมอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SAHAGROUP HealthCare & Wellness ให้ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช เพื่อนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้นและผู้สูงอายุ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 2 ปี โดยศูนย์ฯ จะเป็นผู้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม หลังจากนั้นจะแจ้งผลการใช้งาน และใ
วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าว “เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 4.5 บริเวณภาคเหนือตอนล่าง” พร้อมด้วย ศ. ดร.วันชัย ดีเอกนามกูลคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) ของ วช. ซึ่งภายในงานได้จัดการแถลงข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดย ผศ. ดร.ปานนท์ ลาชโรจน์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินรายการ ประกอบด้วย ประเด็น “ความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวและสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง” โดย รศ. ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล ประเด็น “ลักษณะรอยเลื่อนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง” โดย รศ. ดร.ภาสกร ปนานนท์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเด็น “ผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่มีต่อโครงสร้าง” โดย ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประเด็น
งานเสวนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิการจัดการความรู้และเครือข่ายโรงเรียนชาวนา จังหวัดนครสวรรค์ (มจช.) เรื่อง “ทางเลือก โอกาสและการปรับตัวของเกษตรกรรายย่อย ในโลกยุคหลังโควิด ที่ระบบการผลิตอาหารเปลี่ยนไป” วิทยากร ประกอบด้วย อนุชิต เขียวสะอาด เกษตรกรรุ่นใหม่, ไตรภูมิ แสงเพ็ชรศิริพันธ์ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นิวโอเอซิส, ประสูติ คุ้มตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีน เอ็นเนอร์จี โซล่า พาวเวอร์ เฮง จำกัด, ธาวิต ฉายแสงมงคล ผู้ริเริ่มฟาร์มฝัน ปันสุข, นพดล มั่นศักดิ์ ผู้จัดการมูลนิธิการจัดการความรู้และเครือข่ายโรงเรียนชาวนาจังหวัดนครสวรรค์, วิไลวรรณ ทวิชศรี นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร และอดีตผู้ช่วยเลขาธิการ ชมรมมะพร้าวแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Asian and Pacific Coconut Community : APCC) ผู้ดำเนินรายการ : อ.ดร.ปัณฑารีย์ แต้ประยูร และ อ.ธนากร เที่ยงน้อย โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 9.00-12.00 น.ณ ห้องประชุมนิภา ธรรมวงศ์ อาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เอ
วช. หนุนทีมวิจัย ม.บูรพา พัฒนาคลังข้อมูลดีเอ็นเอบาร์โค้ดของปลาฉลาม-ปลากระเบนในประเทศไทย และพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคุมการค้าปลาฉลามได้อย่างเหมาะสม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา ในการพัฒนาคลังข้อมูลดีเอ็นเอบาร์โค้ดของปลาฉลามและกระเบนในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ข้อมูลดีเอ็นเอใช้จำแนกชนิดฉลามและกระเบนร่วมกับสัณฐาน ช่วยให้เห็นภาพความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ในหลายระดับ ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปจากฉลามและกระเบน ที่มีการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ครีบปลาฉลามตากแห้ง ครีบปลาฉลามบรรจุกระป๋อง อาหารที่ทำจากชิ้นส่วนของปลาฉลามหรือกระเบน ซึ่งข้อมูลพันธุกรรมจะถูกนำมาช่วยระบุชนิดของปลาฉลาม-กระเบนที่เป็นชนิดคุ้มครองและหายาก ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละเมิดกฎหมายได้ และทำให้ผู้ผลิตมีความระมัดระวังในการใช้วัตถุดิบด้วย ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยา
วช. เชิดชู ศ.ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 66 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ใช้งานวิจัยสยบมาลาเรียในอาเซียน ช่วยสกัดการแพร่เชื้อไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 2” เปิดตัว ศาสตราจารย์ ดร.มัลลิกา อิ่มวงศ์ แห่ง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน ณ ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพฯนายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีภารกิจที่สำคัญในการยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการส่วนรวม ซึ่งในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์ก
