มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือนักวิจัยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพิสูจน์ฤทธิ์ต้านเชื้อวัณโรคของสารออกฤทธิ์ชีวภาพ โดยใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์คุณสมบัติการออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์สำคัญของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค นครราชสีมา – ดร.ชมภูนุช ส่งสิริฤทธิกุล นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า ได้ร่วมกับ รศ.ดร.พรพรรณ พึ่งโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิเคราะห์คุณสมบัติสารออกฤทธิ์ชีวภาพในการยับยั้งเอนไซม์สำคัญของแบคทีเรีย “ไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส” หรือ M. tuberculosis ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มักก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ปอดและเป็นสาเหตุของวัณโรค ทั้งนี้ รศ.ดร.พรพรรณ พึ่งโพธิ์ ได้ร่วมมือกับ ศ.เจมส์ สเปนเซอร์ (Prof. James Spencer) จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ประเทศอังกฤษ ศึกษาค้นคว้าสารยับยั้งเอนไซม์อีโนอิล-เอซิลแคร์ริเออร์โปรตีนรีดัคเตส (enoyl-acyl carrier protein reductase) หรือเอนไซม์ InhA ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่แบคทีเรีย M. tuberculosis ใช้ส
ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศไทย น้ำยางพาราเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีการนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย จังหวัดอุบลราชธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีพื้นที่การปลูกยางพาราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์น้ำยางราคาตก จึงได้มีการนำน้ำยางมาวิจัย พัฒนา ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มีทางออกที่ดีขึ้น ศ.ดร.ศิริพร จึงสุทธิวงษ์ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีวิสัยทัศน์คือ สถาบันชั้นนำด้านวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ โดยมี ผศ.ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้กำหนดแนวทางเอาไว้ ทางคณะวิทยาศาสตร์ จึงได้มุ่งเน้นงานนวัตกรรม วิจัยใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการพัฒนามหาวิทยาลัย เรื่องของการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นและพัฒนาสู่ระดับสากล โดยผลงานวิจัยและนวัตกรรมสามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่และยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่ได้จริง และในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 Thailand Reseach Expo
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาคทั้ง 4 ภูมิภาค ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนขึ้น โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม มายกระดับผลิตภัณฑ์ของชุมชนและคุณภาพชีวิตให้กับท้องถิ่น โดย วช. พร้อมด้วยเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยชุมชน “เกษตรอินทรีย์เมืองศรีไค” เพื่อติดตามผลสำเร็จของการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยี มาจัดการและขยายผลผลิตการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่ง วช. คาดหวังว่าองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนี้ จะได้นำไปสู่การใช้ประโยชน์ร่วมกับชุมชนในการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ให้ชุมชนเข้มแข็งและเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนต่อไป สำหรับ
คณะวิทย์ ม.อุบลฯ สุดเจ๋ง โชว์นวัตกรรม “ชุดตรวจแมกนีเซียมภาคสนามในน้ำยางพารา” ตรวจได้เองไม่ต้องพึ่งห้องแล็บ สะดวกรวดเร็วรู้ผลภายใน 1 นาที พร้อมจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อย เตรียมผลักดันต่อยอดเชิงการค้าหนุนเพิ่มศักยภาพในอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร จึงสุทธิวงษ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันคณะวิทยาศาสตร์ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่น ๆ ออกสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและชุมชน ล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมวิจัยเรื่อง“ชุดตรวจแมกนีเซียมภาคสนามในน้ำยางพารา”ซึ่งคิดค้นโดยคณาจารย์ภาควิชาเคมี สำหรับที่มาของผลงานวิจัยดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการตรวจวัดแมกนีเซียมในน้ำยางพาราภายในห้องปฏิบัติการของโรงงานแปรรูปน้ำยางในการวิเคราะห์ต่อหนึ่งตัวอย่าง จะต้องใช้สารทั้งหมด (สารตัวอย่างและสารเคมี) ประมาณ 300 มิลลิลิตร และยังคงต้องมีการเติมสารป้องกันตัวรบกวน (Masking reagent) เพื่อป้องกันการรบกวนการวิเคราะห์จากตัวรบกวนอื่น ๆ นอกจากแมกนีเซียม ซึ่งสารป้องกันตัวรบกวนที่นิยมใช้ ยกตัวอย่างเช่น สารโพ
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผลิตเตียงกระดาษแจก รพ.สนาม ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชุมชนนำไปผลิตใช้อย่างง่าย เพื่อเพียงพอรองรับผู้ป่วย ช่วงเกิดการระบาดหนักของโรค นักศึกษาคณะศิลปะประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกันผลิตเตียง กระดาษขนาดกว้าง 105 คูณ 220 เซนติเมตร หรือประมาณ 3 ฟุตครึ่ง รองรับน้ำหนักกดทับได้กว่า 400 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสนามหรือศูนย์พักคอยที่ต้องการเตียงกระดาษไปให้ผู้ป่วยใช้ ช่วงเกิดการระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 โดยวัตถุดิบที่กลุ่มนักศึกษาจิตอาสาเหล่านี้ ใช้ทำเตียงกระดาษมาจากกล่องกระดาษใส่น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือเป็นเครื่องดื่มกลุ่มแอลกอฮอล์ ที่ได้รับบริจาคมาจากผู้ใจบุญตามที่ต่างๆของหวัด ไม่ใช่เป็นการนำกระดาษสำเร็จรูปมาขึ้นรูปทำเป็นเตียงโดยเฉพาะ ดังนั้น เตียงที่นักศึกษาทำขึ้น จึงมีลักษณะแตกต่างไปตามกล่องกระดาษที่เป็นวัสดุในการทำเตียง แต่มีความมั่นคงแข็งแรงเช่นเตียงกระดาษสำเร็จรูป และกล่องกระดาษเหล่านี้ สามารถขอรับบริจาคหรือซื้อได้จากร้านค้าทั่วไป และหลังเลิกใช้ก็สามารถกำจัดทิ้ง โดยไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุ
พบผู้ประกอบการ SME รายเล็กๆ ก็สามารถผลิตกวยจั๊บกึ่งสำเร็จรูปได้ โดยอดีตผู้แทนยานำเมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อจากเมืองอุบล อย่าง “กวยจั๊บ” มาให้คนทุกภาคได้ลิ้มลองสุดฟิน แค่เติมน้ำร้อน 5 นาที ก็ทานได้ทันที บรรจุในรูปแบบซองและแบบถ้วย สร้างแบรนด์ “จั๊บ จั๊บ” (JUB JUB) ทานด่วนๆ สะดวกสบายทันใจ น้ำซุปกลมกล่อม เส้นทั้งเหนียวและนุ่ม นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมอาหารไทยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตรีบเร่ง อีกทั้งยังสามารถสร้างเงินล้านให้กับเจ้าของธุรกิจท่ามกลางยุคโควิดอีกด้วย น.ส.มนัสชญาณ์ อู่สมบัติชัย หรือ ยุ้ย คือ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เจ้าของธุรกิจ “SME ก๋วยจั๊บอุบล กึ่งสำเร็จรูป ‘จั๊บ จั๊บ’ ” ที่นำงานวิจัยมาต่อยอดกลายเป็นธุรกิจสุดปัง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เล่าที่มาว่า ราวปี 2559 เห็นข่าวงานวิจัยเส้นกวยจั๊บกึ่งสำเร็จรูป ของ ผศ.ดร.จิตรา สิงห์ทอง อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะศิษย์เก่าและโปรดปรานเมนูนี้มาก เลยคิดต่อยอดทำธุรกิจ ด้วยการขอซื้อสิทธิบัตรงานวิจัยดังกล่าว ใช้เงินทุน 60,000 บาท คณะอาจารย์เล็งเห็นถึงความตั้งใจจริง มอบสิทธิ์ทางการค้าให้ ส่วนเครื่องเคียงมาเพิ่
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (เครือซีพี) ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี นายอุทัย ทองเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางยุพาภร วิฑูรย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ผศ.ดร. ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ พันเอกปภังกร หมื่นสา รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ และผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ นายอุทัย ทองเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พสกนิกรชาวไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงได้พร้อมใจทำความดีด้วยการบริจาคโลหิตช่วยชีวิตผู้เจ็บป่วยโดยมิได้มุ่
(6 ตุลาคม 2562) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอุทกภัยที่ทำให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ประชาชนหลายพันครัวเรือนต้องเผชิญกับความสูญเสีย แม้ระดับน้ำจะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องการความช่วยเหลือและการฟื้นฟู ทั้งนี้ อว. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ฯ โดยจัดทำ “โครงการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด” กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นำทีมโดย นายจำลอง พรมสวัสดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน พร้อมด้วย นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร. สุธี ผู้เจริญชนะชัย รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผนึกกำลัง 2 หน่วยงาน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประกาศผลสำเร็จ “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่ตลาดสากล” ภายใต้แนวคิด คิด ผลิต ขาย หนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอบโจทย์ชีวิตยุค 4.0 พร้อมโชว์สุดยอดผลงานของผู้ประกอบการกว่า 100 รายที่เตรียมผลักดันสู่ตลาดสากล ยกระดับผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 100 คอลเลคชั่น สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีนโยบายหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในสาขาแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สู่ศตวรรษที่ 21 ภายใต้โมเดล ‘ไทยแลนด์ 4.0’ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้บริบทการแข่งขันทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีกรอบแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Transformation) การเชื่อมโยงตลาด (Intern
“ ผ้าขิด ” เป็นผ้าทอพื้นเมืองของภาคอีสาน ถูกนำมาผลิตหมอนขิดหรือหมอนสามเหลี่ยม (หมอนขวาน) หมู่บ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ. ยโสธร เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมในการสืบทอดการทำหมอนขิด สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้กว่า 1,000 ครัวเรือน ปัจจุบันหมู่บ้านศรีฐานเป็นผู้ริเริ่มการทำ “หมอนขิดยางพารา”เป็นรายแรกของประเทศไทย สินค้าหมอนขิดยางพาราของบ้านศรีฐาน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าเด่น หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของจังหวัดยโสธร เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาด ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่นวัตกรรม “หมอนขิดยางพารา” เดือนกรกฎาคม 2558 อาจารย์ชัยวุฒิ วัดจัง อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการยาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้จัดอบรมความรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากน้ำยางและยางแผ่นดิบ ณ ศูนย์การเรียนรู้ยางพารา การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่น คุณแดง ป้องกัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนยางพาราตำบลศรีฐาน ได้ส่งสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ภายหลังการอบรม สม
