มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) อาศรมความคิดด้านระบบโลกศาสตร์และสิ่งแวดล้อม อาศรมความคิดด้านสุขภาพ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา และกลุ่มวิจัยโครงการและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดการเสวนา เรื่อง “กู้วิกฤตชาติ PM 2.5 ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการปฏิรูประบบการจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศ โดยเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในอนาคต เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุม 801 อาคารจามจุรี 10 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในพิธีเปิดการเสวนา ว่า วช. ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการงานวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม ผ่านแผนงานเรื่อง PM 2.5 ที่ วช. ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย โดยเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นแกนหลัก ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินโ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกัน สร้างแบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) แบบออนไลน์เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการประเมินตนเองว่ามีโอกาสที่จะติดโรคไวรัสโคโรนา 19 หรือไม่ แบบคัดกรองนี้ใช้คำถามโดยอ้างอิงจาก แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไวรัสโคโรนา 19 ของกระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบของแบบประเมินออนไลน์ที่เข้าใจง่าย ง่ายต่อการกรอกข้อมูล และมีการประเมินผลทันที เมื่อประเมินเรียบร้อยระบบจะแจ้งผลการประเมินใน 3 ระดับ คือ 1.ไม่เข้าเกณฑ์โรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) 2.แยกตัวเอง สังเกตอาการ หากไม่สบายหรืออาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ 3.รีบพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดของท่าน นอกจากนี้ ภายในระบบคัดกรองออนไลน์ยังมีคำอธิบาย และข้อควรปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในรูปแบบของ infographic ที่เข้าใจได้ง่าย และ ยังสามารถ link ไปที่เว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรคเพื่อให้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ ได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมควบคุมโรค เห็นว่าการเผยแพร่การใช้งาน
กรมหม่อนไหมต่อยอดสกัดแอนโทไซยานินผลเป็นแคปซูล เป็นผลิตเสริมอาหาร ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ไขมันในเลือดสูงและอัลไซเมอร์ นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า จากการที่หม่อนผลสด (Mulberry Fruit) พันธุ์เชียงใหม่ ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูงกว่าสายพันธุ์หม่อนอื่นในประเทศไทย และมีสารแอนโทไซยานินสูงเทียบเท่ากับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่นๆ จากต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่ไม่มีการใช้เคมีเกษตรในแปลงปลูกอีกด้วย แต่เนื่องจากผลหม่อนหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะเก็บรักษาได้เพียง 2 วัน เท่านั้น จึงต้องนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กรมหม่อนไหมจึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่วิจัยการนำผลหม่อนไปผ่านการอบแห้งด้วยตู้อบแบบสูญญากาศพบว่าสามารถทำให้ยังคงเหลือสารแอนโทไซยานินในผลหม่อนไหมได้ถึง 87.21 เปอร์เซ็นต์ของหม่อนผลสด แอนโทไซยานินผงที่ได้ มีสารแอนโทไซยานินสูง 20.91 มิลลิกรัมต่อกรัมแห้ง และจากการขยายกำลังผลิตดังกล่าว พบว่า หม่อนผลสดจำนวน 10 กิโลกรัม สามารถนำไปผลิตแอนโทไซยานินผงได้ 1 กิโลกรัม แอนโทไซยานินผงนี้สามารถนำไปบริโภคโดยตรง หรือใส่ลงไปในอาหารที่ไม่มีการผ่านความร้อน
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือหน่วยงานด้านการเกษตรชั้นนำของไทย ได้แก่ กรมการข้าว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานเสวนาในหัวข้อ “เกษตรปลอดการเผา ทำได้อย่างไร?” ตามโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการเผาจากภาคการเกษตร กระตุ้นให้เกษตรกรไทยในจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงภาคเหนือ และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญ ตลอดจนได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำเกษตรปลอดการเผา ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง และมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และเขตพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับการจัดงานเสวนาได้รับเกียรติจาก นายทองมา มานะกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ นายครองชัย ตรีสัตย์ ผู้จัดการฝ่ายเครื่องจักรกลการเกษตร บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด รศ.ดร.ณัฐา โพธาภรณ์ คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นายสุชาติ นิตยพงศ์ชัย ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมทำพิธีเปิดงานเสวน
ภาคการเกษตรถือเป็นฐานรากที่สำคัญอย่างยิ่งของเศรษฐกิจไทย โดยเมื่อพิจารณาในมิติมหภาค ภาคเกษตรสร้างรายได้ต่อระบบเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเป็นตัวเลขที่สูง ไทยจึงเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรอันดับต้นๆ หรือกล่าวได้ว่าเป็นครัวที่สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับทั้งคนทั่วโลก อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาคการเกษตรของไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากประเทศต่างๆ ทำให้ต้องมีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการเกษตรโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต เพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาใช้ และสร้างความเข้าใจว่าเกษตรกรไม่ใช่อาชีพที่งานหนัก เหนื่อย และรายได้น้อยอีกต่อไป จากความจำเป็นดังกล่าว บริษัท ยันม่าร์ เอส. พี. จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น จึงได้ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึง 4 ขึ้นที่ศูนย์วิจัย สาธิต และฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาด้านเกษตรกรรมอย
บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ GECS ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ มช. จัดงานนวัตกรรมเกษตรแห่งเอเชีย หรือ AGRI-INNO ASIA 2019 ระหว่าง วันที่ 7-11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เชียงใหม่ นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ GECS และ รศ.ดร. ณัฐา โพธาภรณ์ คณบดี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงนามความร่วมมือ จัดงาน AGRI-INNO ASIA 2019 เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรแห่งเอเชีย ท่ามกลางสักขีพยาน สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย สมาคมผู้ค้าอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ไทย และ บริษัท เทวดา คอร์ป จำกัด นางลัดดา เปิดเผยว่า งาน AGRI-INNO ASIA 2019 เป็นงานแสดงสินค้า บริการ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ อาทิ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเตรียมพื้นที่ การเพาะปลูก จนถึงปลายน้ำ การแปรรูป การตลาด การขนส่ง จนเป็นอาหารที่มีคุณภาพเสิร์ฟบนจานของผู้บริโภค รวมทั้งให้บริการจับค
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายรณรงค์ให้มีการค้นคว้า วิจัย รวมทั้งมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และมีการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น จนเป็นวาระแห่งชาติ เพราะพลังงานทดแทนมีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าจึงมีความสำคัญและถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานทดแทนในปัจจุบันยังคงมีปัญหาต่างๆ อีกมาก วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยที่มุ่งเป้าตอบสนองความต้องการในการพัฒนาประเทศ ปีงบประมาณ 2559 ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองนโยบายรัฐบาล กลุ่มเรื่องพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ศาสตราจารย์ ดร.ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะ เพื่อศึกษาวิจั
น.ส.สุจินดา ศรีวัฒนะ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของผู้สูงอายุว่า หมายถึง ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้น ผู้สูงอายุมีความต้องการพลังงานลดลงจากวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากปริมาณกล้ามเนื้อ และมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง การลดลงของมวลกล้ามเนื้อ อาจเนื่องมาจากการใช้พลังงานสำหรับการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และอัตราการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ๆ ลดลง อัตราการเผาผลาญอาหารลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ความต้องการสารอาหารอื่นๆ รวมทั้ง วิตามิน และเกลือแร่ไม่ลดลง ยกเว้นความต้องการธาตุเหล็ก ในการบริโภคอาหารของผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงคุณภาพของอาหาร โดยให้พลังงานลดลง แต่ได้สารอาหารครบถ้วน ประกอบด้วย สารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร เกลือแร่ และวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม โดยอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับทุกวันควรเป็นอาหารต่อไปนี้ เนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อไก่ จะมีความนุ่มมากกว่าเนื้อชนิดอื่น แต่ควรระวังก้างปลา เนื่องจากการเคี้ยว การกลืน ไม่ดีเท่าในวัยหนุ่มสาว การปรุงเนื้อสัตว์ทุกชนิด ควรปรุงให้นุ่มพอที่จะเคี้ยวได้ด้วย ถั่วเมล็ดแห้งควรปรุงสุกโดยการต้มให้เปื่อยนุ่ม
“ อยากกินส้มรสอร่อย ต้องเลือกซื้อ “ส้มฝาง” หากอยากได้มะม่วงคุณภาพดีเกรดส่งออก ต้องนึกถึง “ มะม่วงอำเภอพร้าว “ ก่อนเป็นที่แรก ” นี่เป็นคำบอกเล่าของคุณวิสูตร์ เจริญเมืองมูล อดีตเกษตรอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเอ่ยถามถึงตลาดผลไม้ในท้องถิ่น ธุรกิจมะม่วงพันล้าน ของจังหวัดเชียงใหม่ คุณวิสูตร์ บอกว่า อำเภอพร้าว เป็นแหล่งแรกที่เริ่มต้นปลูกมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่า การทำสวนมะม่วงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในอำเภอพร้าวจำนวนมาก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ หันมาสนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้ากันมากขึ้น ทำให้มะม่วง กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ สวนมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง โชคอนันต์ มหาชนก นวลคำ เขียวมรกต มันขุนศรี ฯลฯจำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ ประเภทผลดิบ และ ผลสุก ส่งขายตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฯลฯ สินค้าเกรดรองถูกส่งขายตลาดในประเทศ เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในจังหวัดเชียงให
