มะม่วงส่งออก
คุณพนม อศรีโศก หรือที่ชาวบ้านแถวโป่งตาลองเรียกติดปากว่า “ป๋าพนม” บ้านเลขที่ 66/1 ม.7 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โทร. 086-2524285 ได้รับการยกย่องจากเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในเขตนั้นให้เป็นเซียนมะม่วงคนหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีความรอบรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำมะม่วง อีกทั้งยังคอยให้คำแนะนำแก่เพื่อนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงด้วยกันทั้งในเขตใกล้เคียงหรือแม้แต่เกษตรกรที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ คุณพนมจะให้คำแนะนำและข้อคิดอย่างไม่มีการปิดบัง เริ่มปลูกมะม่วงเขียวเสวย แรด และฟ้าลั่น แต่จบที่น้ำดอกไม้ คุณพนม เริ่มต้นอาชีพการทำสวนมะม่วงประมาณพ.ศ. 2527-2528 หรือเมื่อประมาณ 27 ปีที่ผ่านมา ในช่วงนั้นการทำสวนมะม่วงจะนิยมปลูกมะม่วงหลาย ๆ สายพันธุ์ที่ปลูกกันมากก็ได้แก่ เขียวเสวย แรด ฟ้าลั่น หนังกลางวัน น้ำดอกไม้ ฯลฯ โดยเฉพาะเขียวเสวยเป็นที่นิยมกันมากเพราะตลาดมีความต้องการสูง มะม่วงเขียวเสวย มีข้อเสีย คือ ดึงช่อดอกยาก ออกดอกติดผลได้ปีละ 1 ครั้ง คุณพนมจึงมองหามะม่วงพันธุ์ที่ออกดอกง่ายก็มาพบมะม่วงน้ำดอกไม้ ในช่วงแรกๆ จะมีแต่พันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 และต่อมาก็มีพันธุ์สีทองออกตามมา คุณพนม มองว่า มะม่วงน้ำดอกไม้นั้นเป
ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งปลูกมะม่วงส่งออกที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เกษตรกรนิยมปลูกมะม่วงกินสุก คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เบอร์ 4 เพื่อส่งขายตลาดญี่ปุ่น และปลูกมะม่วงพันธุ์กินดิบ ได้แก่ มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงเขียวเสวย ปัจจุบัน กลุ่มผู้ปลูกมะม่วงวังทับไทร มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 20,000 ไร่ เมื่อรวมกับแหล่งปลูกมะม่วงในพื้นที่ใกล้เคียง อำเภอสากเหล็ก คือ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้โซนนี้กลายเป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงแหล่งใหญ่ของประเทศไทย มีทั้งเกษตรกรรายใหญ่ที่มีพื้นที่ปลูกมะม่วงหลายร้อยไร่ขึ้นไป และสวนมะม่วงขนาดเล็ก พื้นที่ 20-50 ไร่ เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้เขตภาคเหนือตอนล่างมีพื้นที่และผลผลิตมหาศาล เข้าหลักการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ของกรมส่งเสริมการเกษตร พื้นที่ปลูกมะม่วงในเขตภาคเหนือตอนล่างกว่า 200,000 ไร่ ในวันนี้มีผลผลิตขั้นต่ำ เฉลี่ยไร่ละ 1 ตัน หรือประมาณปีละ 200,000 ตัน ยกเว้นเจอปัญหาความผันผวนของภาวะอากาศ กำลังการผลิตก็จะปรับตัวลดลง สำหรับเกษตรกรที่มีฝีมือในการบริหารจัดการสวนที่ดีจะมีโอกาสพัฒนาผลผลิตเพิ่มขึ้น เป็นไร่ละ 2 ตันขึ้นไ
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้องถิ่น คือ พันธุ์เขียวเสวย พัน
ถ้าถามเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเชิงพาณิชย์ทั่วไปว่า มะม่วงพันธุ์ไหนขายได้ราคาดีที่สุดเราจะได้คำตอบว่ามะม่วงพันธุ์ “น้ำดอกไม้” โดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เพราะเป็นที่นิยมทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีการส่งเสริมด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง นัยว่าถ้าพูดถึงมะม่วงไทยก็ต้องน้ำดอกไม้เท่านั้น กลุ่มสระแก้วผลิตทั้งน้ำดอกไม้และเขียวเสวยส่งออก ซึ่งมี คุณเจริญ เขื่อนข่ายแก้ว เจ้าของสวนรุ่งเจริญ เลขที่ 21 หมู่ที่ 17 บ้านชัยมงคล ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โทร. 086-162-1835 กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเกือบทุกรายจะเน้นแต่มะม่วงน้ำดอกไม้เพียงอย่างเดียวเพราะส่งออกได้ราคาดีกว่ามะม่วงพันธุ์อื่น แต่มองว่าเราน่าจะทำมะม่วงเขียวเสวยด้วย เพราะในเขต จ.สระแก้ว มีพื้นที่ปลูกมะม่วงเขียวเสวยเป็นจำนวนมาก อีกอย่าง คือ ขณะนี้มะม่วงเขียวเสวยสามารถส่งขายต่างประเทศได้จึงทำให้มีราคาที่สูงกว่าเมื่อก่อน “สวนรุ่งเจริญ” มีพื้นที่ปลูกมะม่วงประมาณ 500 ไร่ ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้และเขียวเสวยเป็นหลัก โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้มากกว่าเขียวเสวยอยู่เล็กน้อย คุณเจริญ บอกว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่นิยมปล
สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398 ที่คลุกคลีและมีประสบการณ์ทำมะม่วงนอกฤดูในเขตภาคเหนือตอนล่างมานาน โดยเฉพาะการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก ทางสวนคุณลี จึงอยากจะเรียบเรียงเทคนิคการผลิตมะม่วงนอกฤดูคุณภาพส่งออก เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตมะม่วงเบื้องต้น ให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ยกตัวอย่าง การผลิตมะม่วงนอกฤดูของจังหวัดพิจิตร ที่เป็นแหล่งผลิตมะม่วงอันดับต้นๆ ของประเทศ การผลิตมะม่วงนอกฤดูนั้นเริ่มจาก หลังจากเก็บมะม่วงในฤดูเสร็จเดือนเมษายนจะตัดแต่งกิ่ง เตรียมต้น เตรียมใบ โดยฉีดสะสมอาหารด้วยปุ๋ยทางใบ 0-52-34+ซุปเปอร์-เค ฉีดประมาณ 3-4 ครั้ง ส่วนทางดินใส่ 8-24-24 ช่วงหลังราดสารประมาณปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคม เพียงครั้งเดียว อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อต้น (ต้น 15-20 ปี) เพื่อให้มะม่วงออกดอกสม่ำเสมอ ออกช่อพร้อมกัน พอช่วงเดือนกันยายนถ้าใบแก่ ใบพร้อม สภาพอากาศพร้อม หมายความว่าไม่มีฝนชุก ก็จะเปิดตาดอก โดยใช้ไทโอยูเรีย บวกกับปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรต 13-0-46 พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน ถ้าเตรียมต้นมาดี ใบพร้อมเสมอทั่วต้น ก็จะได้ดอก 70-80% ถ้าโชคไม่ดีเจอฝน ดอกออกไม่เยอ
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้องถิ่น คือ พันธุ์เขียวเ
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงราย และเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดย คุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 ทำมะม่วงส่งออก แทนมะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้องถิ่น คือ พันธุ์เขียวเสวย พั
มะม่วงน้ำดอกไม้เชียงใหม่มาแรง ส่งออกไป เกาหลี-ญี่ปุ่น คาดสูงถึง 500 ล้านบาท ผู้ส่งออกรายใหญ่ “กลุ่มคิงเฟรชฟาร์ม-อร่อยฟาร์ม-สยามเอ็กซ์ปอร์ต” รับซื้อถึงหน้าสวน ขยายปลูก 10 อำเภอกว่า 5 หมื่นไร่ นายอาทิตย์ เกษมศรี ประธานวิสาหกิจชุมชนชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พื้นที่ปลูกมะม่วงของ จ.เชียงใหม่ เติบโตแบบก้าวกระโดด มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 50,000 ไร่ ในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ พร้าว ฝาง ไชยปราการ เชียงดาว เวียงแหง แม่แตง แม่วาง ดอยหล่อ ดอยเต่า และแม่อาย โดยเกษตรกรได้เปลี่ยนจากการปลูกลำไย ส้ม ยางพารา มาปลูกมะม่วงแทน เพราะให้ผลผลิตดี ตลาดต่างประเทศต้องการ โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่นมีความต้องการสูง โดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองมีความต้องการถึง 90% สำหรับ ปี 2561 คาดว่า ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดปลายเดือนเมษายน-กรกฎาคม มีประมาณ 3,000-4,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 400-500 ล้านบาท โดยจะมีบริษัทที่ส่งออกผลไม้มารับซื้อถึงหน้าสวน เกษตรกร 10 อำเภอ จึงได้รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเดียวภายใต้การบริหารของวิสาหกิจชุมชนชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่ มีสมาชิก จำนวน 42 ราย ซึ่งผลผลิตของเครือข่
ในอดีต เกษตรกรในพื้นที่บ้านคลองมิตรสัมพันธ์ หมู่ที่ 15 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ประกอบอาชีพเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ฝ้าย และมันสำปะหลัง เป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัว แต่เนื่องจากเจอปัญหาต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง จากปุ๋ยเคมี สารเคมี และเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ทั้งฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง น้ำท่วม และเจอปัญหาโรคแมลงศัตรูพืชระบาด ทำให้มีผลผลิตต่อไร่ต่ำและปัญหาราคาผลผลิตไม่แน่นอน ขายผลผลิตไม่คุ้มค่ากับการลงทุน รวมกลุ่มกันปลูกมะม่วง ในปี พ.ศ. 2539 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโครงการปรับโครงสร้างระบบการผลิตทางการเกษตร (คปร.) ชาวบ้านจึงปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด จากการประกอบอาชีพพืชไร่เป็นพืชสวน (มะม่วง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน) โดยการแลกเปลี่ยนแนวคิดในทุกเวทีของชุมชน สำหรับเกษตรกรที่หันมาปลูกมะม่วง เดิมทีพวกเขาต่างคนต่างปลูก ต่างคนต่างขาย จึงเกิดแนวคิดรวมตัวกัน ในชื่อ “กลุ่มผู้ผลิตมะม่วงนอกฤดูบ้านคลองมิตรสัมพันธ์” เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการขายผลผลิตกับพ่อค้า แต่การรวมกลุ่มกันยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร ต่อมาแกนนำกลุ่ม ภายใต้การนำของ นายสมพงศ์ เกื้อก
สวัสดีครับ แฟนพันธุ์แท้เทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับนี้จะได้นำท่านเข้าสู่พื้นที่เมืองหนองหารหลวง…จังหวัดสกลนคร ด้านอาชีพเกษตรกรรมมีหลากหลาย เนื่องมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้เกิดผลผลิตการเกษตรมากมาย ผมจะขอพาท่านไปเที่ยวชมสวนมะม่วงเพื่อการส่งออกของเกษตรกรที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายล้านบาท คุณยอดชาย บุญรักษา เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ของจังหวัดสกลนคร “แบบอย่างของเกษตรกร มีการพัฒนาสู่การเกษตรที่ทันสมัย ใส่ใจเทคโนโลยี พลิกปฐพีให้เป็นทอง” ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จากเด็กหนุ่มที่สู้ชีวิต ในครอบครัวเกษตรกรมาตั้งแต่วัยเยาว์ อาชีพการเกษตรจึงอยู่ในสายเลือดของ คุณยอดชาย บุญรักษา เกษตรกรรุ่นใหม่ อายุ 42 ปี ความคิดริเริ่มในการทำสวนมะม่วงเพื่อส่งออก อดีตเดิมเคยทำสวนมะขามหวาน แต่เนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศไม่ดี ทำให้ผลผลิตของมะขามหวานเสียหาย และราคาตกต่ำ จึงคิดหาพืชอื่นมาปลูกทดแทน ปี 2540 ได้ศึกษาหาความรู้จากการไปอบรมการผลิตมะม่วงนอกฤดูกับบริษัทเอกชน และได้อ่านในเอกสารวิชาการทางราชการ ได้ตัดสินใจนำมะม่วงน้ำดอกไม้ทะวาย เบอร์ 4 มาปลูกทดแทนมะขามหวาน และจำหน่ายผลผลิตเอง ต่อมาในปี 2548 ได้พัฒนาการผลิตด้วย
